
สมัชชา 4 ภาคบุกชายแดนขอที่ทำกิน
สมัชชา 4 ภาคบุกชายแดนช่องสะงำร้องขอที่ดินทำกิน
สมัชชา 4 ภาคบุกชายแดนช่องสะงำร้องขอที่ดินทำกิน
กลุ่มเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสมัชชา 4 ภาค ประมาณ 2,000 คนแหกด่านผ่านแดนถาวรไทย - กัมพูชา ช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อบุกขอที่ทำกินบนช่องสะงำ เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา แต่ไปไม่พ้นถูกกักไว้ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ หมู่บ้านแซรไปร หมู่ที่ 8 ตรงวัดป่าแซรไปร ต.ไพรพัฒนา
โดยมีรถยีเอ็มซีทหาร จอดขวางทางกั้นเส้นทางขึ้นลง - ช่องสะงำ สร้างความเดือดร้อนแก่นักท่องเที่ยว พ่อค้าแม่ค้าช่องสะงำ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นหมู่บ้านสุดท้ายของเมืองไทยชายแดนไทย -กัมพูชา
อย่างไรก็ตามต่อมากำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสภ.อ. สภต. จาก 22 อำเภอเดินทางร่วมสมทบกำลังสนธิเจ้าหน้าที่ทหารหลัก ทหารพรานที่ 2301 เจ้าหน้าที่อส. เจ้าหน้าการปกครอง อปพร. จาก 7 ตำบลในพื้นที่อ.ภูสิงห์ ร่วมวางกำลังจัดหน้าที่เวรยามรักษาความปลอดภัยแก่ม็อบสมัชชา 4 ภาคโดยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนตลอดทั้งค่ำคืน
ต่อมาเวลา 12.15 น.ของวันนี้ นายระพี ผ่องบุพกิจ ผวจ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วยนายวิชิต ไตรสรณกุล นายกอบจ.ศรีสะเกษ และ พล.ต.ต.กรกต สาริยา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.ภ.จว.) ศรีสะเกษ ได้เดินทางมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ จากนั้นได้เชิญแกนนำของสภาเครือข่ายประชาชนภาคอีสาน (สอส.) และสภาประชาชน 4 ภาคมาประชุมร่วมกัน ซึ่ง ด.ต.บุญเทียม ศรีงาม แกนนำสภาประชาชนภาคอีสานได้ยื่นข้อเรียกร้องถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผ่าน ผวจ.ศรีสะเกษ 3 ข้อ คือ
ประกอบด้วย 1.ให้รัฐบาลช่วยเหลือสมาชิกเครือข่ายสภาประชาชน 4 ภาคจำนวน 18 คนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ป่าไม้จับกุมที่บริเวณบ้านโอทะลัน ต.จรัส อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ที่ผ่านมา ขณะกำลังพากันทำไร่ทำสวนอยู่โดยอ้างว่าบุกรุกที่สาธารณประโยชน์ ทั้งที่ที่ดินบริเวณดังกล่าวได้มีการทำมาหากินมานานหลายปีแล้ว ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบชะตากรรมว่าสมาชิกทั้ง 18 คนถูกนำตัวไปอยู่ที่ใด
2.ขอให้รัฐบาลช่วยเหลือจัดหาที่ดินทำกินให้กับกลุ่มเครือข่ายสภาประชาชน 4 ภาค ที่ไร้ที่ดินทำกินได้มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง และ 3.ให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเรื่องหนี้สิน
ด.ต.บุญเทียม กล่าวว่า การที่พวกเราพากันเดินทางมาในครั้งนี้เนื่องจากต้องการให้ ผวจ.ศรีสะเกษ ให้ความช่วยเหลือและพวกเราได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐ
“การที่พวกเราเป็นชาว จ.สุรินทร์ จ.สระแก้ว จ.บุรีรัมย์ จ.นครราชสีมา จ .อุบลราชธานี และ จ.ศรีสะเกษ พากันมาขอความช่วยเหลือจาก เพราะเจ้าหน้าที่ของรัฐในเขต จ.สุรินทร์ ใช้ความรุนแรง ไม่เป็นธรรมกับพวกเรา ซึ่งถึงแม้เป็นคนละจังหวัดแต่สามารถประสานงานกับรัฐบาลเพื่อให้ความช่วยเหลือได้ โดยพวกเราจะปักหลักชุมนุมกันอยู่ตรงนี้เพื่อรอฟังคำตอบจากรัฐบาล” ด.ต.บุญเทียม กล่าว







