
สอบ56บริษัทส่อนอมินีดีแทค
พาณิชย์ไล่สอบเชิงลึก 56 บริษัท พบพิรุธนอมินีต่างด้าวช่วยดีแทค ขีดเส้น 4 ก.ค.รู้ผล
พาณิชย์ไล่สอบเชิงลึก 56 บริษัท พบพิรุธนอมินีต่างด้าวช่วยดีแทค ขีดเส้น 4 ก.ค.รู้ผล
นายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า วันที่ 23มิ.ย. คณะทำงานตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค ของกรมจะเริ่มเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาให้ข้อมูล เพื่อสรุปผลให้ได้ภายในวันที่ 4 ก.ค. ว่าดีแทคมีสถานะโครงสร้างผู้ถือหุ้นเป็นบริษัทต่างด้าว ตามที่ได้รับการร้องเรียนจากคณะกรรมาธิการการสื่อสารและโทรคมนาคม และบริษัท ทรูมูฟ ที่ตั้งข้อสังเกตว่ามีเหตุให้ควรสงสัย ดีแทคมีสถานะเป็นบริษัทต่างด้าว
แนวทางการตรวจสอบ จะเชิญทั้งบริษัท ทรูมูฟ ผู้ร้องเรียนมาให้ข้อมูล และผู้ถือหุ้นในดีแทคทั้งในส่วนผู้ถือหุ้นฝ่ายไทย 51% และฝ่ายต่างชาติ 49% เน้นไปที่นิติบุคคล 56 ราย แต่จะสุ่มคัดเลือกมา10-20 ราย ที่สงสัยว่าอาจจะเป็นผู้ถือหุ้นฝ่ายไทยและไปถือหุ้นแทน (นอมินี) ให้กับผู้ถือหุ้นต่างชาติ
บริษัทที่จะตรวจสอบเป็นพิเศษ คือ บริษัท ไทยเทลโค โฮลดิ้งส์ เป็นผู้ถือหุ้นฝ่ายไทยที่มีสัดส่วนมากสุด คิดเป็น 23% จาก 51% ขณะที่ผู้ถือหุ้นฝ่ายต่างชาติ 49% นั้น จะมีการตรวจสอบแบบเชื่อมโยง โดยเรียกบริษัท เทเลนอร์ เอเชีย สิงคโปร์ สัดส่วนการถือหุ้น 41% และบริษัท ตั๊กวู โฮลดิ้ง สัญชาติ บริติช เวอร์จิ้น
สาเหตุที่ต้องสุ่มตรวจจาก 56ราย เพราะโครงสร้างผู้ถือหุ้นของดีแทคซับซ้อน มีการถือหุ้นถึง 5 ชั้น ทั้งคนธรรมดา นิติบุคคล กองทุน หากตรวจพบมีการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว ดีแทคจะมีสถานะเป็นบริษัทต่างด้าวทันที
ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะเป็นลูกโซ่ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ในแง่บริษัทดีแทค จะผิดตามมาตรา 36 ของพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ที่การประกอบธุรกิจโทรคมนาคมของคนต่างด้าวจะต้องขออนุญาตจากอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตามบัญชี 3 (21) มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 1 แสนถึง 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลจะต้องสั่งให้บริษัทเลิกกิจการ ถ้าฝ่าฝืนจะปรับวันละ 1 หมื่นถึง 5 หมื่นบาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน
ขณะที่นิติบุคคลหรือบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่ไปถือหุ้นแทนคนต่าวด้าว จะได้รับโทษเช่นเดียวกัน คือจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับตั้งแต่ 1 แสนถึง 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งรวมถึงคนต่างด้าวที่ให้คนไทยไปถือหุ้นแทนก็จะได้รับโทษตามกฎหมายแบบเดียวกัน
ข่าวที่เกิดขึ้นส่งผลให้วันที่ 22 มิ.ย. หุ้นดีแทคมีมูลค่ารายการซื้อขายรายการใหญ่ (บิ๊กล็อต) 2.74 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่า 156.10 ล้านบาท ราคาปิดที่ 55.50 บาท ลดลง 0.75 บาท หรือ 1.33%







