
ห่วงค่าเงินตั้ง‘สุชาดา’คุมดอกเบี้ย
บอร์ด ธปท.โยกย้ายผู้บริหาร ตั้ง สุชาดา ดูแลนโยบายดอกเบี้ย เงินเฟ้อ และค่าเงินบาท
บอร์ด ธปท.โยกย้ายผู้บริหาร ตั้ง สุชาดา ดูแลนโยบายดอกเบี้ย เงินเฟ้อ และค่าเงินบาท
รับมือเงินไหลเข้าออกแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารระดับรองผู้ว่าการ 2 ตำแหน่ง และอนุมัติให้จัดทำคู่มือประเมินผลการทำงานของผู้ว่าการ “ประสาร” 6 เดือน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้น
คณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมติเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ให้แต่งตั้งนางสุชาดา กิระกุล รองผู้ว่าการด้านบริหาร ซึ่งปัจจุบันดูแลงานด้านระบบการชำระเงิน มาเป็นรองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ดูแลนโยบายดอกเบี้ย เงินเฟ้อ ค่าเงินบาท
นอกจากนี้ ยังแต่งตั้งนายสรสิทธิ์ สุนทรเกศ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน ขึ้นเป็นรองผู้ว่าการด้านบริหาร แทนนางสุชาดา มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้เป็นต้นไป
สำหรับนางสุชาดามีความเชี่ยวชาญด้านการเงิน ซึ่งบอร์ด ธปท.ตั้งใจให้มาดูแลรับมือภาวะเงินทุนเคลื่อนย้ายที่อาจจะผันผวนรุนแรงในปีนี้ อันจะมีผลต่อค่าเงินบาท
นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธปท. กล่าวว่า จากต้นปีมาถึงขณะนี้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ทำให้คาดว่างบการเงินปีนี้น่าจะดีขึ้น ต่างจากปีที่แล้วที่เงินบาทมีทิศทางแข็งค่า ทำให้เกิดการตีค่าอัตราแลกเปลี่ยนแล้วมีผลขาดทุนทางบัญชีในงบการเงินของ ธปท.
ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ประธานบอร์ด ธปท. กล่าวว่า บอร์ด ธปท.มีการจะอนุมัติให้จัดทำคู่มือในการประเมินผลงานของนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. ในการบริหารงานในแต่ละด้านด้วย โดยบอร์ดจะให้บอร์ดธปท.เป็นผู้ประเมินผลทุก 6 เดือนเช่น งานด้านการบริหารด้านนโยบายการเงิน ด้านอัตราแลกเปลี่ยน ด้านตลาดการเงิน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การประเมินผลงานไม่มีผลให้มีการปรับเปลี่ยนตัวผู้ว่าการแต่อย่างใด แม้คะแนนการประเมินจะออกมาว่าสอบตกก็ตาม เป็นการประเมินเพื่อให้ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้นเท่านั้น ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายฉบับใหม่ของธปท. คาดว่าจะมีการประเมินทุก 6 เดือน
ธปท.ไม่ห่วงปัญหาขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน คาดปีนี้แนวโน้มดีขึ้น ตามทิศทางการอ่อนค่าของเงินบาท นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า จากต้นปีมาถึงขณะนี้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ทำให้คาดว่างบการเงินปีนี้น่าจะดีขึ้น ต่างจากปีที่แล้วที่เงินบาทมีทิศทางแข็งค่า ทำให้เกิดการตีค่าอัตราแลกเปลี่ยนแล้วมีผลขาดทุนทางบัญชีในงบการเงินของธปท."ต้นปีนี้ถึงตอนนี้ ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ฉะนั้นปัญหาขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในงบการเงินน่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว" นางผ่องเพ็ญกล่าว นางผ่องเพ็ญ กล่าวว่า ปัญหาที่น่าห่วงที่สุดของปัจจัยในต่างประเทศ จำเป็นต้องติดตามดูใกล้ชิดในขณะนี้คือปัญหากรีซ ในปัญหาหนี้สินในยุโรป เพราะสเปนและอิตาลีก็เริ่มมีปัญหาด้วยแล้ว ทำให้นักลงทุนมองในแง่ลบ อย่างไรก็ตามปัญหาของกรีซหรือยุโรปน่าจะยังสามารถจัดการได้







