
คนกรุงวิกฤตเครียดหนัก-อดทนต่ำ
เผยผลสำรวจสุขภาพจิตคนกรุงอยู่ในขั้นวิกฤตความสุขลดความเครียดเพิ่ม ส่งผลความอดทนต่ำ-โกรธง่าย-พฤติกรรมรุนแรง
เผยผลสำรวจสุขภาพจิตคนกรุงอยู่ในขั้นวิกฤตความสุขลดความเครียดเพิ่ม ส่งผลความอดทนต่ำ-โกรธง่าย-พฤติกรรมรุนแรง
นพ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า จากการสำรวจสุขภาพจิตประชาชนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา พบว่า ภาวะสุขภาพจิตของประชาชนเข้าข่ายวิกฤตและเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางจิตมากขึ้น เนื่องจากความสุขลดลง ขณะที่ความเครียดเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้มีระดับความอดทนที่ต่ำลง ไม่มีการบริหารด้านความโกรธที่ดี และถือเป็นภาวะทางอารมณ์ที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ และนำไปสู่พฤติกรรมรุนแรงในที่สุด
ทั้งนี้กรณีที่มีนายทหารขับรถชนแพทย์หญิงถือเป็นตัวอย่างที่สะท้อนชัดถึงภาวะสุขภาพจิตของคน โดยจิตแพทย์มองว่ากรณีดังกล่าวผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นผู้ที่มีความเครียด หรือมีภาวะอีคิวต่ำ ทำให้ไม่มีความสามารถในการควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้
อย่างไรก็ตาม กรมสุขภาพจิต ขอแนะนำให้ประชาชนปรับทัศนคติตัวเอง พยายามมองโลกในแง่บวก เห็นอกเห็นใจและเอื้อเฟื้อต่อผู้อื่นให้มากขึ้น อย่าให้ความเร่งรีบและการแข่งขันมาบีบทัศนคติของตนเอง จนกลายเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย ปิดกั้นพัฒนาการด้านอีคิวหรือความสามารถในการควบคุมอารมณ์ของตัวเอง
ด้าน ศ.เกียรติคุณ อภิชาติ จำรัสฤทธิรงค์ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม เปิดเผยว่า สำหรับกรุงเทพมหานคร มีคะแนนความสุขในปี 2552 อยู่ที่ลำดับ 59 แต่ปี 2553 ลดลงอยู่ที่ลำดับ 65 โดยระดับความสุขคนกรุงเทพฯในช่วงปี 2551-2552 ดีขึ้น และเริ่มลดต่ำลงช่วงปลายปี 2552 เข้าสู่ปี 2553
"เหตุที่ กทม.มีความสุขน้อยลง มีปัจจัยหลายสาเหตุ ทั้งในครอบครัว เศรษฐกิจ สังคม การเมือง สอดคล้องกับตัวเลขที่ชี้ว่า คนนอกเขตเทศบาลจะมีความสุขมากกว่าคนในเมือง โดยพบว่าคะแนนเรื่องสมรรถภาพของจิตใจคนกทม.ต่ำสุด หมายถึง ความสามารถในการช่วยเหลือตัวเอง การมีจิตใจสาธารณะ ซึ่งพบว่าคนกรุงเทพฯมองโลกในแง่ร้าย มากกว่าคนในภาคอื่น รวมถึงสถานการณ์ความรุนแรงช่วงที่ผ่านมาก็เป็นตัวกระตุ้นด้วย"ศ.เกียรติคุณ อภิชาติ กล่าว







