posttoday
ทุ่งสังหารบนถนน จิตใจคนช่างโหดร้าย

ทุ่งสังหารบนถนน จิตใจคนช่างโหดร้าย

22 มิถุนายน 2554

เกิดอะไรขึ้นกับสังคมไทย เหตุการณ์ชักไปกันใหญ่เมื่อมีอารมณ์ที่โมโหโกรธาเข้ามาเกี่ยวข้อง

เกิดอะไรขึ้นกับสังคมไทย เหตุการณ์ชักไปกันใหญ่เมื่อมีอารมณ์ที่โมโหโกรธาเข้ามาเกี่ยวข้อง

โดย...กันติพิชญ์ ใจบุญ

เกิดอะไรขึ้นกับสังคมไทย เหตุการณ์ชักไปกันใหญ่เมื่อมีอารมณ์ที่โมโหโกรธาเข้ามาเกี่ยวข้อง กับเหตุการณ์นายทหารยศพันโทนายหนึ่ง ขับรถยนต์พุ่งชน พ.ต.พญ.หทัยพร อิ่มวิทยา แพทย์ประจำโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กระทั่งอาการบาดเจ็บสาหัส สมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ผ่าตัดไปแล้ว 2 ครั้ง อาการก็ยังทรงกับทรุด

สาเหตุเพียงแค่ พ.ต.พญ.หทัยพร ต้องการนำรถเข้าไปจอดไว้ภายในบ้าน ซึ่งเปิดเป็นคลินิกรักษาผู้ป่วย แต่บังเอิญมีรถยนต์ของนายทหารคนหนึ่งจอดขวางไว้ เธอจึงจอดรถซ้อนคันเพื่อเข้าไปทำธุระส่วนตัวในบ้าน ทำให้รถคู่กรณีออกไม่ได้ จึงร่างคำพูดผ่านตัวอักษรที่หยาบคายแปะไว้ที่รถของ พ.ต.พญ.หทัยพร ทันที หยาบคายชนิดที่ไม่สามารถนำออกมาเผยแพร่ได้

 

ทุ่งสังหารบนถนน จิตใจคนช่างโหดร้าย

เมื่อพยายามเข็นรถออกพ้นทางแล้วแทนที่ทหารนายนี้จะขับรถออกไป ด้วยอารมณ์ที่ยังโมโห ทำให้เขาตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น เขาจอดรถยนต์ซุ่มดูอยู่ใกล้ๆ พอ พ.ต.พญ.หทัยพร ออกไปนอกบ้านเพื่อจะนำรถยนต์เข้าเก็บ หายนะก็พุ่งเข้ามาหาเธอทันที เพราะนายทหารหนุ่มนายนี้ขับรถพุ่งชนเข้าไปใส่จนร่างกระเด็นไปไกลถึง 30 เมตร สร้างความตกตะลึงให้กับผู้พบเห็น และยังพยายามจะถอยรถยนต์มัจจุราชคันดังกล่าวมา “เหยียบซ้ำ” แต่โชคดีที่ชาวบ้านช่วยกันปรามไว้ก่อน ไม่งั้นอาจถึงตาย !!! ....และแน่นอนว่าโชเฟอร์ตีนโหดนายนี้ก็เร่งเครื่องหลบหนีเข้ากลีบเมฆทิ้งไว้แต่ร่างจมกองเลือดของหมอสาว หัวใจความเป็นแม่ก็แทบสลายเมื่อเห็นร่างลูกสาวในสภาพสะบักสะบอม

พ.ต.พญ.หทัยพร เป็นคุณหมอที่สร้างคุณประโยชน์ให้แผ่นดินมาไม่น้อย เป็นแพทย์ที่รักษาชีวิตคนไข้มานับไม่ถ้วน แต่เวลานี้เธอต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพราะอาการสาหัสมาก เป็นตายเท่ากัน

ครอบครัวนี้ถือว่ามีคุณูปการต่อประเทศชาติ แม่ของเธอก็เป็นถึงแพทย์ใหญ่ที่โรงพยาบาลศิริราช พ่อก็เป็นถึงทหารหาญที่เสียชีวิตในสมรภูมิรบ เรียกว่าเป็นครอบครัวที่สร้างประโยชน์นานัปการให้แผ่นดินแท้ๆ แต่กลับต้องมาเจอเรื่องเลวร้ายที่สุด เรื่องนี้ต้องไม่เจ็บฟรีอย่างแน่นอน ตำรวจ สน.พญาไท กำลังเร่งล่าตัวมาดูกันว่าทำไม...ถึงใจร้ายยิ่งนัก

 

ทุ่งสังหารบนถนน จิตใจคนช่างโหดร้าย

สมรภูมิเดือดบนท้องถนน การบันดาลโทสะจากจิตใจสู่การกระทำ เกิดขึ้นหลายต่อหลายเหตุการณ์จนนับครั้งไม่ถ้วน แม้จะมีการออกมาล้อมคอกแทบทุกครั้งที่เกิดเหตุ แต่ก็ไม่เป็นผลอะไรทั้งสิ้น เพราะเหตุเดือดบนท้องถนนก็ยังคงมีอยู่แทบทุกวัน หรือเป็นเพราะสภาพจิตใจของคนเราที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ กลายเป็นชนวนเหตุร้ายให้ก่อเหตุขึ้นมา

เรื่องนี้ นพ.ทวี ตั้งเสรี รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต สะท้อนมุมมองผ่านสภาพจิตใจของมนุษย์ว่า ทำไมแต่ละคนถึงได้เหี้ยมโหดกันขนาดนี้ หรือเป็นเพราะความเครียดที่เกิดจากท้องถนนกันแน่ เลยเป็นเหตุให้เกิดทุ่งสังหารบนท้องถนนจนนับครั้งไม่ถ้วน

“เหตุการณ์น่าสลดครั้งนี้น่าจะเกิดเพียงเพราะเป็นการบันดาลโทสะ ซึ่งน่าจะเป็นไปได้มากที่สุด แต่มูลเหตุก็น่าจะเกิดจากสภาพจิตใจ ต้องเข้าใจก่อนว่าสภาพจิตใจของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แตกต่างกันทั้งทางบุคลิกภาพ การทำงาน การใช้ชีวิตในสังคม บางคนใจเย็น แต่บางคนก็ดุดัน เกิดเหตุไม่พอใจต้องระบายออกด้วยความรุนแรง เพื่อให้สาแก่ใจตนเอง ต้องลงมือทันที ซึ่งถือว่าอันตรายอย่างมาก สังคมก็มีส่วนที่ทำให้จิตใจของคนเราเปลี่ยนแปลงไป การดิ้นรน สภาวะความเครียดต่างๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละตัวบุคคล”

แต่กรณีที่เกิดขึ้น นพ.ทวี ได้เพียงแต่สันนิษฐานถึงมูลเหตุที่น่าจะก่อขึ้นเท่านั้น แต่ก็ยังไม่ทราบว่านายทหารคนที่ก่อเหตุมีสภาวะจิตใจที่ปกติหรือไม่ แค่ดูตามสถานการณ์เท่านั้น แต่หากจับผู้กระทำความผิดได้แล้ว ขั้นตอนตรวจสภาพจิตใจ หากเจ้าหน้าที่ตำรวจร้องขอ ทางจิตแพทย์ก็พร้อมที่จะเข้าไปสนับสนุนตรวจสอบดูให้ได้

“ปกติคนเราไม่ทำถึงขนาดนี้ ต่อให้โมโหโกรธมากมายเพียงใดก็ตาม การที่จะมุ่งเน้นไปฆ่ากันต้องมีสภาพจิตที่ดูรุนแรง อีกทั้งการบันดาลโทสะด้วยวิธีอันตรายถึงขนาดขับรถชน ก็ดูจะน่ากลัวเกินไปสำหรับคนธรรมดา แต่ว่าเรื่องของแอลกอฮอล์ก็มีส่วนอย่างมาก หากผู้ก่อเหตุรายนี้ดื่มมาด้วยก็ยิ่งไปใหญ่ เพราะสุราถือว่าทำให้ขาดสติยั้งคิดได้อย่างเฉียบพลันทีเดียว

ที่ตีกันสนั่นหวั่นไหว หรือเกิดเหตุบนท้องถนนส่วนใหญ่ก็มีสุราเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งนั้น ความใจกล้าบ้าบิ่น ทำในสิ่งที่ผิดๆ จึงสามารถเกิดขึ้นได้ เห็นช้างเท่าหนู ใจใหญ่คับฟ้า เมื่อไม่พอใจก็สามารถทำอะไรรุนแรงลงไปได้” นพ.ทวี วิเคราะห์สภาพจิตใจคนให้รู้

การแก้ไขเมื่อเกิดอารมณ์ร้อนก็ไม่ยากเย็นเท่าไหร่ นพ.ทวี ให้ข้อคิดง่ายๆ สั้นๆ แต่ได้ประโยชน์อย่างล้ำลึก ก็แค่นับ 1-10 ให้ใจเย็นลง เมื่อมีอารมณ์โมโห หากยังไม่หายก็นับไปถึงหนึ่งร้อย สองร้อยเลยก็ได้ ถือเป็นการซื้อเวลาให้เราไม่ก่อเหตุ หรือทำอะไรรุนแรงลงไป เพราะหากมีเวลาได้คิด ได้ไตร่ตรอง คนเราก็จะใจเย็นลง มองเห็นแง่ร้าย มองเห็นปัญหาหากก่อเหตุลงไป แต่อย่างกรณีของ พ.ต.พญ.หทัยพร นพ.ทวี มองว่า อาจจะเกิดเหตุอย่างทันทีเร่งด่วน ทำให้ผู้ก่อเหตุก็อาจจะขาดการยับยั้งชั่งใจ โศกนาฏกรรมร้ายจึงเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุผลใดก็ตาม ชีวิตมนุษย์หนึ่งชีวิตไม่ว่าจะยากดีมีจน มีฐานะทางสังคมหรือไม่ ก็ไม่ควรต้องมารับชะตากรรมลักษณะนี้ ดังนั้นตำรวจต้องลากคอคนทำผิดมาลงโทษให้สาสม อย่าให้ความเป็นสีเขียว สีกากีมาบดบังความถูกต้องยุติธรรมในสังคมเลย !!!

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท