
เสธหนั่นชู7ข้อสมานฉันท์ใน6เดือน
ชทพ.จุดเทียนเปิดถนนปรองดองเสธ.หนั่นชู7ข้อสมานฉันท์เจรจาผู้นำตัวจริงปลดล็อควิกฤตสางปัญหาขัดแย้งใน6เดือน
ชทพ.จุดเทียนเปิดถนนปรองดองเสธ.หนั่นชู7ข้อสมานฉันท์เจรจาผู้นำตัวจริงปลดล็อควิกฤตสางปัญหาขัดแย้งใน6เดือน
เมื่อเวลา 19.00 น.ที่ทำการพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.)นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมด้วยผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค อาทิ นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ นายปิยะพันธุ์ จัมปาสุต นายวิโรจน์ ตั้งวานิช นายฐนนท์ศรณ์ เลิศฤทธิ์ศิริกุล นายเกษมสันต์ วีระกุล และผู้สมัครส.ส.เขต พร้อมด้วยแกนนำพรรค นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ได้มาสังเกตุการณ์ด้วยจนกระทั่งเวลา 19.15 น. นายชุมพลและพล.ต.สนั่นได้ร่วมกันจุดเทียนเล่มแรกบนถนนสู่การปรองดอง
ทั้งนี้ พล.ต.สนั่น ได้ประกาศ “ถนนสู่การปรองดองแห่งชาติ" ตอนหนึ่งว่า การปรองดองเกิดขึ้นได้ไม่ยากหากคนไทยทุกคนช่วยกันยอมรับ ดังนั้น พรรคชาติไทยพัฒนาขอเสนอถนนสู่การปรองดองแห่งชาติดังนี้ 1. ช่วยกันทำการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรม การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการปรองดองให้ทุกฝ่ายช่วยกันทำการเลือกตั้งให้เกิดความบริสุทธิ์เท่าที่จะทำได้ 2.ยอมรับผลการเลือกตั้งเมื่อมีการประกาศผลการเลือกตั้งทุกฝ่ายควรยอมรับ แหากมีข้อสงสัยก็ขอให้ใช้กระบวนการตามกฎหมาย เพื่อตรวจสอบในข้อสงสัยดังกล่าว 3. ช่วยกันทำให้การจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปด้วยความโปร่งใส ควรให้พรรคการเมืองที่ได้เสียงข้างมากเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลก่อน แต่ถ้าไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ถึงจะเป็นสิทธิ์ของพรรคที่มีในลำดับถัดไป
พล.ต.สนั่น กล่าวว่า 4.รัฐบาลใหม่ควรยอมรับแนวคิดประชาธิปไตยแบบแบ่งปันอำนาจ การตัดสินใจทางการเมืองควรจะต้องดำเนินไปภายใต้กระบวนการแสวงหาฉันทานุมัติระหว่างทุกฝ่าย และรัฐบาลใหม่ควรเร่งรัดแต่งตั้งคณะกรรมการการปรองดองแห่งชาติโดยเร็วที่สุด โดยประกอบขึ้นจากตัวแทนทุกฝ่ายที่มีส่วนได้ส่วนเสีย และฝ่ายที่เป็นกลาง 5.ทุกฝ่ายควรยอมรับการพิจารณาของคณะกรรมการการปรองดองแห่งชาติ โดยคณะกรรมการชุดนี้มีหน้าาที่นำเรื่องที่เป็นความขัดแย้งของสังคมมาพิจารณาหาทางออกและข้อยุติด้วยความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เช่นการนิรโทษกรรมควรทำหรือไม่ หากควรมีการทำนิรโทษกรรมจะดำเนินการอย่างไร เป็นต้น และคณะกรรมการปรองดองแห่งชาติควรเร่งรัดหาข้อยุติให้ได้ภายในเวลา 6 เดือน 6.ยอมรับข้อเท็จจริงและช่วยกันสร้างทัศนคติและบรรยากาศของการปรองดอง 7.ช่วยกันประสานเจรจากับผู้นำตัวจริงของแต่ละกลุ่ม ผู้ที่มีศักยภาพสามารถทำได้ควรช่วยกันประสานและเจรจากับผู้นำตัวจริงของพรรคการเมืองและกลุ่มต่างๆให้ยอมรับแนวทางการสร้างความปรองดองนี้ เพื่อนำไปสู่การปรองดองที่ยั่งยืน
"พรรคชาติไทยพัฒนาซึ่งเป็นผู้จุดกระแสการปรองดองจะเดินหน้าประสานงานและเจรจากับผู้นำตัวจริงของพรรคการเมืองและกลุ่มต่าง ๆต่อไป เพื่อให้ประเทศไทยกลับสู่ภาวะปกติ สุดท้ายนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการปรองดองจะประสบความสำเร็จเพื่อสร้างความสุขให้ประเทศชาติต่อไป" พล.ต.สนั่นกล่าว
พล.ต.สนั่น กล่าวสรุปตอนท้ายว่า เมื่อประเทศไทยเข้าสู่การปรองดองแห่งชาติแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือ1.ระยะสั้นได้แก่เร่งรัดระดมงบประมาณลงสู่ชนบทและการผลิตในภาคการเกษตร ส่งเสริมกิจกรรมให้เกิดการมีส่วนร่วมที่แท้จริงของภาคประชาชน 2.ระยะกลางกระจายอำนาจการบริหารและงบประมาณเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรส่วนท้องถิ่น รวมถึงการสร้างความเท่าเทียมกันในการเข้าถึงปัจจัยการผลิตของภาคการเกษตร ดำเนินการจัดรูปที่ดิน และระบบชลประทาน 3.ปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ปฏิรูประบบภาษี ปฎิรูประบบสาธารณสุขพื้นฐาน ปฏิรูประบบการศึกษาเพื่อพัฒนาอย่างยั่งยืน และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในระยะยาว.







