
มาดริคโปรโตคอล ประโยชน์หรือหายนะของอุตสาหกรรมเครื่องหมายการค้า
ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงของการดำเนินการเพื่อเข้าเป็นสมาชิก Protocol Relating to the Madrid Agreement Concerning the International Registration of Marks
ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงของการดำเนินการเพื่อเข้าเป็นสมาชิก Protocol Relating to the Madrid Agreement Concerning the International Registration of Marks
โดย..ธีรพล สุวรรณประทีป
หรือที่เรียกกันจนติดปากว่า Madrid Protocol ซึ่งเป็นสนธิสัญญาเกี่ยวกับการยื่นขอคำจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศ
ขณะนี้ Madrid Protocol มีสมาชิกทั้งสิ้น 85 ประเทศ แต่ก็ยังเป็นที่น่าสงสัยว่า ทำไมประเทศยักษ์ใหญ่บางประเทศอย่างแคนาดา และประเทศทั้งหลายในละตินอเมริการวม 34 ประเทศ (ยกเว้น คิวบา แอนติกาและบาร์บูดา) รวมถึงประเทศในอาเซียนอย่างเช่น มาเลเซีย หรือฟิลิปปินส์ ยังคงไม่เข้าเป็นสมาชิกของ Madrid Protocol ก็เลยเกิดคำถามขึ้นในใจว่า ที่ภาครัฐออกมาโฆษณาว่าหากว่าประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิก Madrid Protocol แล้วมีข้อดีอย่างนั้นอย่างนี้ เป็นความจริงหรือไม่
ผมจะขอนำเสนอข้อดีและข้อเสียของ Madrid Protocol เพื่อให้ผู้อ่านชั่งน้ำหนักดูว่าประเทศไทยสมควรเข้าเป็นภาคี Madrid Protocol และการยื่นคำขอจดทะเบียนโดยผ่านระบบ Madrid Protocol เหมาะสมกับผู้ยื่นคำขอเครื่องหมายการค้าชาวไทยหรือไม่
ข้อดีของ Madrid Protocol
1.วิธีการในการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศ
ผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนในประเทศ (ส่วนใหญ่จะเป็นหน่วยงานธุรกิจขนาดใหญ่) ที่ประสงค์ที่เข้าไปทำธุรกิจในประเทศต่างๆ และประสงค์ที่จะยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเพื่อให้ได้รับความคุ้มครองในหลายประเทศที่ตนเองเข้าไปทำธุรกิจ (เฉพาะประเทศสมาชิกของ Madrid Protocol เท่านั้น) สามารถยื่นคำจดทะเบียนเพียงคำขอเดียว หรือที่เรียกว่าคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศ และจ่ายค่าธรรมเนียมเพียงครั้งเดียวก็สามารถยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้ในประเทศสมาชิกทั้งหมด
ผู้ยื่นคำขอไม่จำเป็นต้องไปจ้างตัวแทนที่อยู่ในแต่ละประเทศ (สำนักงานทนายความ หรือหน่วยงานที่รับยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า) เพื่อเป็นตัวแทนในการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศนั้นๆ แต่อย่างใด
2.เวลา ขั้นตอน และค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ
ประหยัดเวลา เนื่องจากผู้ยื่นคำขอไม่ต้องยื่นคำขอในแต่ละประเทศ จึงลดขั้นตอนการดำเนินการ เนื่องจากสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนพร้อมทั้งเอกสารประกอบชุดเดียวก็สามารถยื่นคำขอจดทะเบียนได้ในทุกประเทศสมาชิก อีกทั้งยังประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ อาทิ ค่าใช้จ่ายในการจัดเตรียมและจัดส่งเอกสารไปยังประเทศที่ประสงค์ที่จะยื่นคำขอจดทะเบียน
3.การเลือกประเทศที่ประสงค์จะยื่นคำขอจดทะเบียนเพื่อขอรับความคุ้มครอง
หากผู้ยื่นคำขอยังไม่แน่ใจว่าประสงค์ที่จะยื่นคำขอทะเบียนในประเทศสมาชิกประเทศใดบ้าง ผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนสามารถที่จะยื่นคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศแล้วเลือกประเทศที่จะขอรับความคุ้มครองบางประเทศสมาชิกไปก่อน และในภายหลังหากประสงค์ที่จะขอรับความคุ้มครองเพิ่มเติม ก็สามารถที่จะเพิ่มรายชื่อประเทศที่เป็นสมาชิกที่ประสงค์จะขอรับความคุ้มครอง
ข้อเสียของ Madrid Protocol
1.ภาษาที่ใช้ในการยื่นคำขอจดทะเบียน
ใช้เพียง 3 ภาษาเท่านั้น คือ ภาษาอังกฤษ สเปน และฝรั่งเศส หากผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศไม่มีความรู้ในภาษาทั้งสามภาษา ก็จะต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการจ้างตัวแทนที่มีความรู้ในการจัดเตรียมคำขอจดทะเบียนดังกล่าว แม้คนไทยจะยื่นคำขอจดทะเบียนในประเทศไทยผ่านระบบ Madrid Protocol ก็จะต้องใช้ภาษาดังกล่าวเท่านั้น
2.ปัญหาที่จะเกิดจาก Home Application
ก่อนที่คนไทยจะมีสิทธิยื่นคำขอในต่างประเทศผ่านระบบ Madrid Protocol ได้ ผู้ประสงค์จะยื่นคำขอนั้นจะต้องยื่นคำขอในระบบ Madrid Protocol โดยเลือกประเทศไทยเป็นประเทศแรกก่อน ซึ่งเรียกว่า Home Application หลังจากนั้น Home Application จะถูกนำไปใช้เป็นคำขอพื้นฐานที่จะใช้ในการยื่นในประเทศสมาชิกอื่นๆ ต่อไป
ปัญหาก็คือ ระบบการยื่นคำขอในประเทศไทยนั้น จะต้องระบุรายการสินค้าไว้โดยละเอียดว่าจะขอรับความคุ้มครองในรายการใดบ้าง รายการสินค้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญากำหนดให้ระบุนั้น มีความละเอียดกว่ามาตรฐานของต่างประเทศ เช่น จะต้องระบุว่า “กางเกงขาสั้น” หรือ “กางเกงขายาว” แทนที่จะเป็น “กางเกง” เฉยๆ เมื่อนำรายการสินค้าใน Home Application เป็นฐานในการยื่นคำขอในต่างประเทศ การขอรับความคุ้มครองในต่างประเทศสำหรับรายการสินค้าที่ละเอียดมากก็จะได้รับความคุ้มครองที่แคบกว่าการยื่นคำขอโดยการยื่นคำขอโดยตรงกับสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศนั้นๆ กล่าวคือ การที่ Home Application ระบุเพียง “กางเกงขาสั้น” เมื่อไปยื่นคำขอในต่างประเทศ ก็จะขอรับความคุ้มครองสำหรับ “กางเกงขาสั้น” เท่านั้น มิอาจขยายไปถึง “กางเกงขายาว” ได้
3.ปัญหา Central Attack
เมื่อคนไทยได้ยื่นคำขอ Home Application แล้ว ต่อมาได้ขยายคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไปยังประเทศอื่นแล้ว ปรากฏว่าภายใน 5 ปี หลังจากที่ได้ขยายคำขอไปยังต่างประเทศ ปรากฏว่าคำขอ Home Application ไม่ได้รับการจดทะเบียน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด คำขอในต่างประเทศทุกประเทศจะเกิด Domino Effect กล่าวคือ คำขอในต่างประเทศนั้นจะเสียไปเช่นเดียวกับ Home Application ซึ่งเรียกว่า Central Attack
อย่างไรก็ตาม ผู้ยื่นคำขอยังสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศดังกล่าวให้เป็นคำขอจดทะเบียนภายในประเทศได้ภายในเวลา 3 เดือน นับแต่วันที่คำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศถูกปฏิเสธไม่ได้รับการจดทะเบียนโดยประเทศสมาชิกประเทศใดประเทศหนึ่งที่ผู้ยื่นคำขอได้เลือก
ซึ่งในกรณีนี้ ผู้ยื่นขอจดทะเบียนก็มีหน้าที่ที่จะต้องดำเนินการต่างๆ ตามกฎระเบียบในการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของแต่ละประเทศ รวมถึงต้องจ้างตัวแทนในประเทศเพื่อยื่นคำขอจดทะเบียน และชำระค่าธรรมเนียมในการยื่นคำขอจดทะเบียนของแต่ละประเทศด้วย
ระบบ Central Attack นี้เองที่จะทำให้การยื่นคำขอระหว่างประเทศผ่านระบบ Madrid Protocol ของคนไทยอาจจะมีค่าใช้จ่ายที่แพงมากกว่าการยื่นคำขอโดยตรงในแต่ละประเทศ เพราะมาตรฐานการอนุญาตให้จดทะเบียนของกรมทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทยมีความเข้มงวดมากกว่าประเทศอื่นๆ โอกาสที่จะได้รับจดทะเบียนจึงมีน้อย ซึ่งจะทำให้คำขอที่ยื่นไว้ในต่างประเทศหลังจากที่ได้ยื่น Home Application แล้ว ได้รับผล Domino Effect เสียไปด้วยทุกประเทศ
หากเป็นดังนั้น ผู้ขอจดทะเบียนชาวไทยก็จะต้องรีบติดต่อว่าจ้างตัวแทนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในแต่ละประเทศให้รีบเปลี่ยนแปลง (Convert) คำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศให้เป็นคำขอจดทะเบียนภายในประเทศไทยภายใน 3 เดือน เมื่อรวมๆ แล้วค่าใช้จ่ายอาจจะสูงกว่าการยื่นคำขอจดทะเบียนโดยตรงในแต่ละประเทศ โดยไม่ผ่านระบบ Madrid Protocol
4.การโอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
คำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศไม่สามารถที่จะโอนหรือจำหน่ายให้กับบุคคลธรรมดาที่ไม่ได้มีสัญชาติของประเทศสมาชิก หรือนิติบุคคลที่ไม่ได้ก่อตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศสมาชิก หรือไม่ได้มีสถานประกอบการถาวรและดำเนินการอย่างแท้จริงในประเทศสมาชิกได้ ทำให้ผู้ยื่นคำขอสูญเสียโอกาสและรายได้ในการโอน หรือจำหน่ายเครื่องหมายการค้าของตนกับบุคคล หรือนิติบุคคลเหล่านั้นได้
ไว้ฉบับหน้าผมจะเสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับภาครัฐที่ต้องคำนึงถึงก่อนตัดสินใจ







