posttoday
พท.-ปชป.ฟุ้งสานสัมพันธ์เพื่อนบ้าน

พท.-ปชป.ฟุ้งสานสัมพันธ์เพื่อนบ้าน

21 มิถุนายน 2554

ไม่ว่าพรรคการเมืองใดจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หนีไม่พ้นต้องให้ความสำคัญอันดับต้นๆ

ไม่ว่าพรรคการเมืองใดจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หนีไม่พ้นต้องให้ความสำคัญอันดับต้นๆ

ในการแก้ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะปัญหาพิพาทระหว่างไทยกัมพูชา ซึ่งยืดเยื้อต่อเนื่องมาหลายปีและยากจะได้ข้อยุติโดยเร็ว รวมให้ความสำคัญในการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนด้วย

แม้จะดูไม่เห็นรูปธรรมจากการชูนโยบายระหว่างการหาเสียงในช่วงนี้ก็ตาม

พิทยา พุกกะมาน หัวหน้าฝ่ายต่างประเทศพรรคเพื่อไทย ในฐานะอดีตเอกอัครราชทูตประจำประเทศชิลี ระบุว่า นโยบายการต่างประเทศของพรรคเพื่อไทยมี 2 ประการ 1.ใช้เศรษฐกิจนำการทูต เพราะหากไม่มีเรื่องเศรษฐกิจก็ไม่เกิดประโยชน์ ในฐานะประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของโลก จึงไม่ควรนำปัญหาที่สะสมมานานเป็นอุปสรรคต่อการเจริญความสัมพันธ์ โดยเฉพาะบางประเทศ เช่น ลาว มาเลเซีย พม่า กัมพูชา ที่มีชายแดนติดต่อกัน

พท.-ปชป.ฟุ้งสานสัมพันธ์เพื่อนบ้าน

 

“ต้องแก้ไปตามกลไกที่มีอยู่จะติดอยู่แค่เรื่องเขตแดนไม่กี่ตารางกิโลเมตรไม่ได้ ต้องมองข้ามช็อต เพราะไทยต้องอยู่กับประเทศเพื่อนบ้านตลอดไป อย่างไรก็ดี สิ่งอำนวยความสะดวกทั้งสองฝ่าย คือ คิดทำอย่างไรให้มีการไหลเวียนเรื่องการค้าตามชายแดน การคมนาคม การเคลื่อนย้ายคนอย่างเสรี โดยการเอาสหภาพยุโรปเป็นโมเดล” พิทยา ระบุ

2.อย่าเอาการเมืองภายในประเทศมากำหนดเป็นนโยบายต่างประเทศ เพราะจะนำไปสู่การเผชิญหน้า อาจถึงขั้นไปถึงศาลโลกและประเทศที่ 3 ต้องเข้ามาไกล่เกลี่ย แต่หากไม่ให้ถึงขั้นนั้นก็ต้องเจรจา ไม่ใช่เถียงกันหน้าดำหน้าแดง ควรมองประโยชน์ที่ทำร่วมกัน

ทั้งนี้ หากพรรคได้เป็นรัฐบาลจะยึดแนวทางที่ทำให้ประเทศได้ผลประโยชน์มากที่สุด รวมถึงหาเครือข่ายในโลกเพื่อขยายความสัมพันธ์ ทั้งประเทศที่พัฒนาและกำลังพัฒนา เนื่องจากไทยจะอยู่อย่างโดดเดี่ยวไม่ได้ ดังนั้นต้องเป็นการทูตแบบทรูแอ็กทีฟ

“ปัญหาไม่สามารถแก้ไขในวันเดียว ต้องอาศัยการแก้ไขโดยใช้กลไกที่มีและเวลา เช่น เรื่องพรมแดน ต้องอาศัยคณะกรรมการปักปันเขตแดน แต่ฝ่ายการเมืองต้องพยายามกระตุ้นให้คณะกรรมการทำงานให้เร็ว ขณะเดียวกันรัฐบาลต้องสร้างบรรยากาศที่ดี มีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับรัฐมนตรีประเทศเหล่านี้ มีอะไรยกหูคุยกันได้”

“แต่ขณะนี้ทำไม่ได้ เขาไม่ให้เครดิตและไม่ฟัง เนื่องจากเราเคยไปด่าเขาก่อน ยกเรื่องปราสาทพระวิหารมาเป็นประเด็นการเมือง เราไปหาเรื่องเขาก่อน เป็นการสร้างบรรยากาศที่ไม่ดีในระดับทวิภาคี คณะทำงานหรือกลไกต่างๆ เขาทำงานไม่ได้” พิทยา ระบุ

อดีตเอกอัครราชทูตประจำชิลี กล่าวด้วยว่า หากได้เป็นรัฐบาลจะเดินไปหาผู้นำประเทศที่ขัดแย้งกันทันที รัฐมนตรีที่มาทำหน้าที่ต้องไม่เลือกบุคคลที่เป็นปฏิปักษ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ต้องมีบุคลิกที่เข้ากับคนได้ ที่สำคัญต้องมีวิสัยทัศน์และประสบการณ์ด้านการทูต มีมารยาททางสังคมและการทูตเพื่อเอื้ออำนวยกับความสัมพันธ์

ทั้งเมื่อได้รัฐมนตรีต่างประเทศก็จะไปเยือนประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา และอาเซียน เพื่อจะรับฟังปัญหาสร้างจุดแข็งมาเป็นพื้นฐานสถาปนาความสัมพันธ์ให้ดี โดยมีกรอบและนโยบาย รวมถึงเจตนารมณ์ที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ใช้ความจริงใจ ไม่ใช่ส่งทูตไปโกหกให้กับรัฐบาล

ด้าน ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะผู้สมัครระบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่มีนโยบายในการไปทะเลาะกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่มีนโยบายที่ชัดเจนคือไม่ยอมให้ใครรุกล้ำดินแดน ดังนั้น เมื่อมีการรุกล้ำดินแดน รัฐบาลที่ดีจึงต้องคัดค้าน และพยายามหาทางเจรจาโดยไม่ต้องใช้กองกำลังหรือความรุนแรง

อย่างไรก็ดี ประเด็นพิพาทระหว่างไทยกัมพูชา หากแยกประเด็นการเมืองออกไปจะเห็นว่าทั้งสองประเทศมีการค้าเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าตัว จึงต้องพยายามดำเนินการเรื่องนี้ต่อไปเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน

“ขณะที่การประชุมคณะกรรมการมรดกโลกที่ไทยเสนอให้เลื่อนการพิจารณาแผนบริหารจัดการพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารออกไป เพราะต้องการให้มีการคุยกันอีกครั้ง เนื่องจากการจัดทำหลักเขตแดนยังไม่เสร็จสิ้น จึงไม่อยากให้ใครไปทำอะไร ซึ่งที่ผ่านมาได้ทำความเข้าใจกับประชาชนคมอาเซียน และเชื่อว่าได้รับการยอมรับจากนานาชาติในการแก้ไขปัญหานี้ รวมถึงคิดว่ายูเนสโกก็เห็นด้วยกับแนวทางของไทย” ชวนนท์ กล่าว

ขณะที่การส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในฐานะไทยเป็นสมาชิกอาเซียน และกำลังเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 ไทยจะแสดงความเป็นผู้นำในเรื่องดังกล่าวไม่ว่าเป็น ลาว พม่า กัมพูชา เพื่อลดปัญหายาเสพติด แรงงานอพยพเพื่อจะได้มีบทบาทในระดับเวทีโลกและอาเซียน

“ไทยก็ให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอด เช่น การเลือกตั้งที่ประเทศพม่าก็ให้องค์ความรู้ ช่วยเหลือเรื่องคมนาคม ซึ่งตรงนี้จะเป็นประโยชน์ในอนาคต ขณะที่คนมาเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศที่ผ่านมาของกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ก็ไปเยือนเกือบครบทุกประเทศ แม้มีปัญหาการเมืองก็ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ หากได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกก็พร้อมเดินหน้าเจรจากับทุกประเทศ” ชวนนท์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ