
"ธรรมาภิบาล"ชี้อนาคตประเทศ
"สังศิต" ปาฐกถาพิเศษชี้ การเลือกตั้งต้องได้รัฐบาลที่ดีมาขับเคลื่อนธรรมาภิบาลเพื่อความสงบของบ้านเมือง
"สังศิต" ปาฐกถาพิเศษชี้ การเลือกตั้งต้องได้รัฐบาลที่ดีมาขับเคลื่อนธรรมาภิบาลเพื่อความสงบของบ้านเมือง
เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ ประธานและผู้อำนวยการโครงการปริญญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาธรรมาภิบาล มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม แสดงปาฐกถาภายใต้หัวข้อ “วาระประเทศไทย...ธรรมาภิบาลที่ยั่งยืน” โรงแรมโฟร์ ซีซั่นส์
นายสังศิต กล่าวว่า ธรรมาภิบาล เป็นสิ่งที่ จำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องระบุชัดในช่วงเวลานี้ เพราะเป็นสิ่งที่บอกได้ถึงอนาคตภายหลังการเลือกตั้ง ว่าจะสามารถทำให้บ้านเมืองสงบได้หรือไม่ เพราะหมายถึง การสร้างนโยบายของรัฐ ที่เปิดเผยและสามารถสร้างความสำเร็จได้อย่างแท้จริง
ภาคราชการต้องปฏิบัติงานอย่างเป็นมืออาชีพ รัฐบาลเป็นกลไกสำคัญมากสำหรับการสร้างธรรมาภิบาล การควบคุมการทุจริต เป็นหน้าที่โดยตรง ในกางกรอบบริหารจัดการของรัฐภายใต้การบริหารงานของรัฐบาล ที่ต้องกำหนดให้ธรรมาภิบาลมีบทบาทที่ชัดเจน และอยู่ภายใต้กฎหมาย และส่งผลไปถึงการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืน
"จากกรอบ ธรรมาภิบาล 7 ประการที่ เคยมีการร่างไว้สำหรับเป็นแนวทางสำหรับข้าราชการ คือ 1 . ปฏิบัติราชการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน 2. ปฏิบัติราชการเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ 3. ปฏิบัติราชการเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ 4. ลดขั้นตอนในการปฏิบัติงาน ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจำเป็น 5. ปรับปรุงงานให้ทันสมัยต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง 6. อำนวยความสะดวกและตอบสนองต่อความความต้องการของประชาชน และ 7. มีการประเมินผลการปฏิบัติราชการอย่างสม่ำเสมอ ทั้ง 7 ข้อนี้ ตอบโจทย์ประเทศไทยเพียงบางส่วนเท่านั้น ยังไม่มีการนำเรื่อง ความมีส่วนร่วม และเรื่องของความโปร่งใส มาใช้เท่าที่ควร"นายสังศิตกล่าว
อย่างไรก็ตามหากหลักการยังที่ดูแลเรื่องนี้ ยังลอยๆ อยู่ในอากาศ ปัญหาเรื่องการทุจริตคอรัปชันก็จะยังคงอยู่ต่อไป
นายสังศิตกล่าวอีกว่า ปัญหาการทุจริตไม่สามารถถูกละเลยได้ เพราะการเรียกร้องให้เข้าไปจัดการจะดังขึ้นเรื่อยๆ โดยสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน คือสิ่งที่เชื่อมโยงถึงกัน ธรรมาภิบาลที่ถูกละเลย จะส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือทางเศรษฐกิจ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“การเลือกตั้ง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจบลงที่การได้มาซึ่งรัฐบาลที่ดี มาขับเคลื่อนสำคัญของการใช้หลักธรรมาภิบาลในการบริหารงานประเทศ ต้องมีความชอบธรรมทางการเมืองโดยผ่านกระบวนการเลือกตั้งที่เป็นประชาธิปไตย มีความรับผิดชอบในการให้ข้อมูลข่าวสารแก่สังคม มีระบบการตรวจสอบการทำงานทั้งภายนอกและภายในที่มีประสิทธิภาพ มีระดับการทุจริตและการเล่นพรรคเล่นพวกน้อย มีนโยบายที่เป็นจริง และมีการเปิดโอกาสให้มีการทำกิจกรรมการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนที่ได้รับการยอมรับ”นายสังศิตระบุ
นายสังศิตยกตัวอย่างอีกว่า ในส่วน ธรรมาภิบาลของการปฏิบัติของพรรคการเมือง นั้นหมายถึงความรับผิดชอบอย้างมีหลักการที่สอดคล้องกับจริยธรรม เช่น หากพรรคการเมืองหนึ่ง มีมวลชนที่ออกมาขัดขวางไม่ให้พรรคขู่แข่ง หาเสียงได้ตามปกติ ควรจะต้องออกมากล่าวตักเตือน นั่น เป็นหลักการที่ควรจะปฏิบัติ
นอกจากนี้ ยังระบุอีกว่า หลักธรรมาภิบาลจึงเป็นหัวใจสำคัญในการยึดเป็นหลักในการบริหารประเทศ ตลอดจนเป็นแนวทางการทำงานให้กับหน่วยงานและระดับเจ้าหน้าที่ภาครัฐ เพื่อใช้เป็นแม่บทในทางปฏิบัติเพื่อสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติงาน แก้ปัญหาคอร์รัปชันที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับภาคเอกชนเป็นที่ยอมรับได้
นายสังศิตกล่าวว่า ความผิดในเรื่องคุณธรรมเป็นเรื่องแรกที่ทุกประเทศ ต่างต้องให้ความสำคัญ เช่น รมว.ต่างประเทศของเกาหลีใต้ ลาออกและเลิกเล่นการเมืองตลอดชีวิต จากเหตุการณ์ประท้วงเรื่องการทุจริต ในข้อกล่าวหาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของเราก็ต้องระบุถึงเจตจำนงในคุณธรรมและหลักการเรื่องนี้ที่ชัดเจนเช่นกัน ขณะเดียวกันก็ต้องส่งเสริมให้แต่ละองค์กรทั้งรัฐและเอกชน สร้างวัฒนธรรมการต่อต้านการคอรัปชัน
ขณะที่เรื่องของการตรวจสอบ และการดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนอย่างเสมอภาค คดีคอรัปชันต้องไม่มีวันหมดอายุความ เพื่อป้องกันการรู้เท่าทันช่องทางการหนีความผิด เนื่องจากคดีมีวันหมดอายุความ มีการยึดทรัพย์เป็นของแผ่นดิน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกันคือ หน่วยงานที่เรามีอยู่เพื่อจัดการปัญหานี้ ต้องทำงานไปในทิศทางเดียวกัน
สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง และต้องสร้างขึ้นให้ได้ คือ เรื่องของการมีส่วนร่วมของประชาชนในระดับต่างๆ เช่น ส่งเสริมการใช้วิธีคว่ำบาต เพื่อปฏิเสธผู้ที่คอรัปชัน และเป็นส่วนประกอบที่สำคัญอย่างยิ่งของ หลักธรรมาภิบาล และเป็นสิ่งที่รัฐบาลไหน ใครมาเป็นรัฐบาลก็หลบเลี่ยงไปไม่ได้







