
อย่าเพียงขายฝัน
การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่พรรคการเมืองต่างๆ ชูนโยบายการแก้ปัญหาภาคใต้ด้วยการปรับโครงสร้างทางอำนาจ
การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่พรรคการเมืองต่างๆ ชูนโยบายการแก้ปัญหาภาคใต้ด้วยการปรับโครงสร้างทางอำนาจ
ทั้งระบบบริหารราชการ อาทิ พรรคประชาธิปัตย์สานต่อนโยบายเดิม แต่จะทยอยเลิกการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในพื้นที่ซึ่งมีความพร้อม และพรรคมาตุภูมิเสนอตั้งทบวงกิจการชายแดนใต้ ขณะเดียวกันก็มีบางพรรคเสนอแนวทางกระจายอำนาจการปกครองท้องถิ่น เช่น พรรคความหวังใหม่เสนอรูปแบบปกครองพิเศษ “ปัตตานีมหานคร” ขณะที่พรรคเพื่อไทยชูนโยบายจัดตั้งสามจังหวัดภาคใต้เป็น “นครปัตตานี” มีผู้ว่าราชการนครปัตตานีที่ประชาชนเลือกตั้งโดยตรง เช่นเดียวกับกรุงเทพมหานคร หรือเมืองพัทยา
อันที่จริงแนวคิดกระจายอำนาจ จัดตั้งการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ไม่ใช่เรื่องใหม่ องค์กรภาคประชาสังคมต่างๆ ก็มีการเสนอกันมาก่อนแล้ว นอกจากนั้น ในส่วนของรัฐบาลหรือพรรคการเมืองก็เคยมีการพูดถึงกันมาแล้ว โดยเฉพาะแนวคิดมหานครปัตตานี ซึ่ง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เคยเสนอเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี 2547 เพียงแต่ครั้งนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เห็นด้วย
การปัดฝุ่นจัดตั้งเขตปกครองพิเศษชายแดนภาคใต้ขึ้นใหม่อีกครั้งของพรรคเพื่อไทย ซึ่งแปรรูปมาจากพรรคไทยรักไทยซึ่งเคยเป็นรัฐบาลในอดีตที่ปฏิเสธแนวทางนี้ อาจเป็นเพียงแค่จุดขาย ในขณะที่ไร้จุดขายอื่นๆ เพราะอดีต สส.ต่างย้ายสังกัด คงมีเพียงผู้สมัครหน้าใหม่ที่ไม่มีความโดดเด่นใดๆ
แนวทางกระจายอำนาจนั้นเป็นเรื่องดี แต่ความพร้อมหลายด้านก็ต้องพิจารณาด้วย การกระจายอำนาจตั้งเขตปกครองพิเศษเป็นความเหมาะสมในอนาคต แต่มิใช่คำตอบในระยะเฉพาะหน้า ซึ่งความรุนแรงยังครอบคลุมอยู่ทั่วไป ซึ่งทำให้การพัฒนาในทุกด้านหยุดชะงัก เศรษฐกิจถดถอย สังคมแตกแยก
ภายใต้ความรุนแรงที่ยังมองไม่เห็นจุดสิ้นสุดยุติ ไม่อาจรับประกันได้ว่าการกระจายอำนาจปกครองท้องถิ่นจะทำให้ความรุนแรงลดลง เพราะชายแดนภาคใต้เองนอกจากความแตกต่างทางเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรมแล้ว ก็ยังประกอบด้วยหลายแนวทางความคิด หลายขั้วอำนาจ
ในความพยายามอธิบายว่า ประชาชนในพื้นที่ย่อมรู้สาเหตุปัญหา และวิธีแก้ปัญหาได้ดีที่สุด แต่หลายปีที่ผ่านมาภายใต้โครงสร้างการปกครองท้องถิ่นหลายระดับ ภายใต้การดึงภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมเสนอแนวทางแก้ปัญหา ตลอดจนการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ในรูปคณะกรรมการต่างๆ หลายระดับ ก็ไม่มีทีท่าว่าเหตุการณ์รุนแรงจะคลี่คลายลง
ดังนั้น การชูนโยบายกระจายอำนาจเพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบชายแดนภาคใต้ก็คงไม่อาจเป็นจริงได้ โดยที่ยังไม่มีการเสนอแนวทางการยุติความรุนแรง แต่ข้ามขั้นตอนไปพูดถึงจุดหมายของสันติสุข







