
ปชป.ซ้ำจุดเดิมเติมจุดบอด
โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง 3 ก.ค. ชี้ชะตาอนาคตการเมืองไทย แต่ละพรรคเริ่มปล่อย ไม้ตาย ทั้งอุดช่องโหว่ ซ้ำจุดเดิมเติมจุดบอด
โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง 3 ก.ค. ชี้ชะตาอนาคตการเมืองไทย แต่ละพรรคเริ่มปล่อย ไม้ตาย ทั้งอุดช่องโหว่ ซ้ำจุดเดิมเติมจุดบอด
โดย...ทีมข่าวการเมือง
โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง 3 ก.ค. ชี้ชะตาอนาคตการเมืองไทย แต่ละพรรคเริ่มปล่อย ไม้ตาย ทั้งอุดช่องโหว่ ซ้ำจุดเดิมเติมจุดบอด เรียกคะแนนในห้วงเวลาที่เหลืออยู่แค่สิบกว่าวัน
เมื่อโพลหลายสำนักประเมินให้ประชาธิปัตย์เป็นรองเพื่อไทย ทำให้ประชาธิปัตย์ต้องเดินเครื่องเต็มสูบ
ย้อนดูเส้นทางการหาเสียงที่ผ่านมา ประชาธิปัตย์ออกตัวก่อนชาวบ้านตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค. ด้วยการถือเคล็ดอาศัยวัดอรุณราชวรารามเปิดแคมเปญ “วันแรกทำได้ทันที” พร้อมเริ่มต้นลงพื้นที่หาเสียงช่วงแรก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกตัวแบบไม่รีบร้อน เปิดตัวผู้สมัคร สส.กทม. ทั้ง 33 เขต ที่สนามฟุตบอล ก่อนไล่เก็บคะแนนเสียงในพื้นที่ กทม. ทีละเขต
พื้นที่ปริมณฑลรอบกรุงเทพฯ เป็นอีกพื้นที่เป้าหมายที่ทีมยุทธศาสตร์ให้ความสำคัญส่ง อภิสิทธิ์ ลงพื้นที่หาเสียง พื้นที่นครปฐม เดิมทีประชาธิปัตย์ไม่มี สส.ในพื้นที่ เที่ยวนี้จาก 5 เขต ตั้งความหวังน่าจะแบ่งเก้าอี้เที่ยวนี้ ส่วน จ.กาญจนบุรี จาก สส.เดิม 2 คนของพรรค เที่ยวนี้ 5 เขต ประชาธิปัตย์หวังเพิ่มอีกอย่างน้อย 1 เสียง จุดกระแสขายนโยบายประกันรายได้ โฉนดชุมชน นโยบายเกี่ยวกับค่าครองชีพ
ลงพื้นที่อีสานครั้งแรก 28 พ.ค. อภิสิทธิ์ บุกพื้นที่เป้าหมายสำคัญของประชาธิปัตย์ จ.อุบลราชธานี ยโสธร และอำนาจเจริญที่มี สส.เดิมของพรรคทั้งหมด 5 คน
1-2 มิ.ย. อภิสิทธิ์ ทริปยาวลุยพื้นที่ภาคเหนือ บุกถิ่นเสื้อแดงเป็นครั้งแรก จ.พะเยา ลำพูน และเชียงใหม่ ตลบหลังทัพใหญ่ของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จากพรรคเพื่อไทย ที่เพิ่งลงพื้นที่ภาคเหนือไม่กี่วันก่อนหน้า
เริ่มจากการปราศรัยหาเสียงที่ จ.พะเยา เที่ยวนี้ อภิสิทธิ์ ลงทุนนอนค้างที่วัดหนองเงือก อ.ป่าซาง จ.ลำพูน พื้นที่เขต 2 จ.ลำพูน ของ ขยัน วิพรหมชัย ซึ่งอภิสิทธิ์เคยมาช่วยหาเสียงครั้งก่อน ครั้งนี้จึงให้ความสำคัญมากกับภาคเหนือตอนบนที่ประชาธิปัตย์ต้องรักษาไว้ เช่นเดียวกับ จ.เชียงใหม่ 2 เขตสำคัญที่ประชาธิปัตย์หมายมั่นปั้นมือจะปักธงกลางถิ่นเพื่อไทยให้ได้ คือ เขต 10 ของ นรพล ตันติมนตรี แต่มีปัญหาเรื่องกลุ่มเสื้อแดง จึงต้องเปลี่ยนมาลงพื้นที่เขต 7 ของ ร.อ.หญิง เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่
5 มิ.ย. อภิสิทธิ์ ลงพื้นที่ จ.สุโขทัย นอกจากหาเสียงเรื่องประกันรายได้ ที่ อ.กงไกรลาศ และศรีสำโรง เที่ยวนี้ลงทุนถึงขั้นดำนาเรียกกระแส งานนี้เมื่อรู้ว่าพื้นที่ภาคเหนือตอนบนอาจเจาะฐานเพื่อไทยได้ลำบาก ทำให้ประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับภาคเหนือตอนล่าง สำหรับ จ.สุโขทัย งานนี้ทุ่มสุดตัวหวังเพิ่มจาก 2 เก้าอี้ครั้งก่อน
11 มิ.ย. ลงพื้นที่ จ.นครสวรรค์ ดูสภาพน้ำท่วม ก่อนลงพื้นที่ตระเวนหาเสียงในพื้นที่ภาคตะวันออก 3 จังหวัด ซึ่งถือเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรค อภิสิทธิ์ วิ่งรอกวันเดียว 3 จุด จ.ตราด สนามกีฬาด้านหน้าหอการค้าจังหวัดจันทบุรี และสวนศรีเมือง จ.ระยอง 15 มิ.ย. นอกจากพบปะสภาหอการค้าช่วงเที่ยงแล้ว ช่วงเย็น อภิสิทธิ์ ลงพื้นที่ จ.กาญจนบุรี อีกรอบ เที่ยวนี้เจาะเป้าช่วยกำนันเซี้ยประชา โพธิพิพิธ เขต 4 ที่เที่ยวนี้เจอคู่ปรับรุ่นใหญ่ กำนันหยุนไพบูลย์ พิมพ์พิสิฐถาวร จากเพื่อไทย ที่เป็นเขตที่ 2 พรรคใหญ่คาดหวังกันมาก
16 มิ.ย. ขึ้นภาคเหนือตอนล่าง จ.กำแพงเพชร อีกฐานเก่าของประชาธิปัตย์ที่มี สส.เดิมถึง 3 คน ส่วนงวดนี้จะกวาดได้ยกจังหวัด 4 คนหรือไม่ ต้องทุ่มกันสุดตัว คราวนี้หาเสียงที่ อ.เมือง และลานกระบือ
17 มิ.ย. ไป จ.ปราจีนบุรี เปิดพื้นที่ใหม่ของพรรคซึ่งยังไม่มี สส.มาก่อน 18 มิ.ย. ซ้ำ จ.เพชรบูรณ์ อีกรอบที่ อ.หล่มสัก และศรีเทพ ก่อนมาเก็บตกที่ อ.เมือง จ.ลพบุรี ที่ประชาธิปัตย์หวังเพิ่มเก้าอี้จากเดิม 1 ที่นั่ง
19 มิ.ย. กลับมา จ.สมุทรปราการ และนนทบุรี อีกรอบ 20 มิ.ย. ปราศรัยใหญ่ที่ อ.หาดใหญ่ ที่สนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ก่อนเดินหาเสียงสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จ.ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ในวันที่ 21 มิ.ย. ถัดมา 22 มิ.ย. ปราศรัยใหญ่ที่ศาลากลางจังหวัดชลบุรี ที่ประชาธิปัตย์เคยกวาดยกเขต 8 คนมาแล้ว
เที่ยวนี้มีคู่แข่งอย่างพรรคพลังชลเข้ามา ประชาธิปัตย์เลยต้องเหนื่อย เก็บตก จ.พิษณุโลก ด้วยการปราศรัยใหญ่วันที่ 24 มิ.ย. เที่ยวนี้ 5 เขต ประชาธิปัตย์ตั้งเป้ารักษาฐานเดิม 3 คนให้ได้ เพื่อความมั่นใจ 26-27 มิ.ย. ซ้ำอีสานอีกรอบ จัดปราศรัยใหญ่ที่ จ.อุบลราชธานี และยโสธร ที่ 2 จังหวัดนี้หวังเพิ่ม สส.เท่าตัว เที่ยวนี้ อภิสิทธิ์ ไล่ปราศรัยที่ จ.อำนาจเจริญ รายอำเภอ
ส่วนกรุงเทพฯ ประชาธิปัตย์เร่งทำคะแนนหลังโพลเริ่มตอกย้ำคะแนนที่ยังตาม เปิดฉากเรียกคะแนนด้วยการปราศรัยใหญ่ กทม.โซนเหนือ เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ที่มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ วันที่ 16 มิ.ย. ปราศรัยใหญ่ กทม.ฝั่งธนบุรี ที่วงเวียนใหญ่ และ 17 มิ.ย. ปราศรัยใหญ่ที่สวนเบญจสิริ และวันที่ 19 มิ.ย. ที่ตลาดลำผักชี เขตหนองจอก
ไฮไลต์สำคัญก่อนโค้งสุดท้ายจะอยู่ที่ 23 มิ.ย. ปราศรัยใหญ่กลางสี่แยกราชประสงค์ พื้นที่แห่งความทรงจำและบาดแผลที่ประชาธิปัตย์จะใช้เป็นสถานที่พูดถึงเรื่องราวในอดีตกับเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมือง พร้อมประกาศจุดยืนแนวทางการปรองดองทางประวัติศาสตร์การเมือง ปิดท้ายด้วยการปราศรัยใหญ่ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า วันที่ 1 ก.ค.







