posttoday
ครึ่งทางหลังเลือกตั้งดุ! ฆ่า'เด็กเนวิน'

ครึ่งทางหลังเลือกตั้งดุ! ฆ่า'เด็กเนวิน'

19 มิถุนายน 2554

ใกล้โค้งสุดท้ายการเลือกตั้ง 2554 รุนแรงขึ้นทุกขณะ โดยศพแรกเกิดขึ้น เมื่อคนร้ายอุกอาจบุกยิงนายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช

ใกล้โค้งสุดท้ายการเลือกตั้ง 2554 รุนแรงขึ้นทุกขณะ โดยศพแรกเกิดขึ้น เมื่อคนร้ายอุกอาจบุกยิงนายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช

นายก อบจ.ลพบุรี พี่ชายผู้สมัคร สส.ลพบุรี พรรคภูมิใจไทย และคนสนิทนายเนวิน ชิดชอบ เสียชีวิตบริเวณหลังสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ถนนราชดำเนิน

การเสียชีวิตของนายสุบรรณ ส่งผลกระทบต่อพรรคภูมิใจไทยพอควรในพื้นที่ 3 จังหวัด คือ สระบุรี ปราจีนบุรี และปทุมธานี เนื่องจากนายสุบรรณเป็นหัวคะแนนใหญ่ให้กับพรรคในพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งก่อนหน้านี้ มีการบุกยิงคนของพรรคภูมิใจไทย เช่น นายก อบจ.นครสรรค์ รวมถึง ผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ และผู้สมัคร สส.สุโขทัย มาแล้ว

นายกมล จิระพันธุ์วาณิช อดีต สส.พรรคชาติไทย บิดาของนายสุบรรณ เปิดเผยว่า รู้สึกเสียใจต่อการสูญเสียบุตรชาย ยังไม่มากเท่ากับรู้ว่าคนที่ทำร้ายบุตรชาย เป็นคนที่ครอบครัวรู้จักดีและเคยชุบเลี้ยงมา แต่ไม่ขอระบุว่าเป็นใคร ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นฝ่ายสอบสวน

ขณะที่ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร. ได้เรียกประชุมเป็นการด่วน เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี มีการสเกตช์ภาพคนร้าย เป็นชายไทยอายุ 30 ปีเศษ รูปร่างสูงใหญ่ประมาณ 170 ซม. ผิวคล้ำ แต่ยังไม่สามารถออกหมายจับได้เนื่องจากต้องหาหลักฐานอื่นมาประกอบระบุตัวผู้ต้องหาที่เป็นคนขี่รถจักรยานยนต์ เบื้องต้นทราบว่า มือยิงเคยเป็นลูกน้องเก่าของบิดาผู้ตาย แต่ได้เปลี่ยนค่ายย้ายซุ้มมือปืน

ครึ่งทางหลังเลือกตั้งดุ! ฆ่า'เด็กเนวิน'

มาโฟกัสที่มุมการเมือง กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้ออกทีวีปลุกคนไทยให้เลือกคนดีและให้สถาบันปลอดภัย อย่าสนับสนุนคนล่วงละเมิดเด็ดขาด เพราะขณะนี้มีคนบางกลุ่มก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์มากขึ้น ไม่ว่าทาง เว็บไซต์ สื่อสิ่งพิมพ์ ซึ่งทุกคนทราบดีว่ามีกลุ่มคนหนึ่งต้องการเปลี่ยนแปลง ทหารจึงต้องออกมาเคลื่อนไหวบ้าง เพื่อพิทักษ์ปกป้องการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ผบ.ทบ. ยังเรียกร้องให้สื่อมวลชนทบทวนหน้าที่ตนเองว่า มีส่วนในการขยายปมความขัดแย้งให้เพิ่มขึ้นหรือไม่ โดยเฉพาะสื่อเคเบิลดาวเทียม จึงอยากให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เข้ามาดูแลเรื่องนี้

สำหรับความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสื่อต่างชาติ ยืนยันว่า จะเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อร่วมงานแต่งบุตรสาวในเดือน ธ.ค.นี้แน่นอน ซึ่งช่วงนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะเป็นนายกรัฐมนตรี แต่จะเดินทางกลับได้ต้องขอเจรจากับฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะกองทัพก่อน พร้อมกันนี้ ยังยอมรับผิดเป็นครั้งแรก ในนโยบายสงครามยาเสพติดช่วงรัฐบาลไทยรักไทยที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่หาเสียงในภาคเหนือ ภาคอีสาน และ กทม.อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเกือบทุกที่ยังคงมีกลุ่มคนเสื้อแดงออกมาประจันหน้า และถือป้ายโจมตีอย่างต่อเนื่อง

การปราศรัยในช่วงหลังเข้มข้นและดุดันตามลำดับ นายอภิสิทธิ์ ยืนกรานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ สามารถเดินทางเข้าประเทศได้ตลอดเวลาแต่การที่จะให้มีการนิรโทษกรรมความผิดนั้นทำให้ไม่ได้ เพราะศาลตัดสินความผิดแล้ว หากจะลบล้างความผิดแล้วคนไทยคนอื่นที่ทำผิดกฎหมายอื่นๆ เช่น กฎหมายจราจร กฎหมายเรื่องที่ดินทำกินของรัฐ จะต้องมีการนิรโทษกรรมให้ด้วยหรือไม่

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปราศรัยตอนหนึ่งว่า ทรัพย์สินของแผ่นดินหรือไม่ที่คนเหล่านี้เผา แล้วจะเอาคนที่ถูกกล่าวหาว่าเผามาดูแลบ้านเมืองหรือ หากจะปรองดองต้องทำให้บ้านเมืองสงบ เคารพกฎหมายถ้าคนเลิกกลัวกฎหมายแล้วทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ ใช้กำลังข่มขู่แล้วส่งเสียงบอกล้างความผิด วันข้างหน้าบ้านเมืองก็จะไม่มีกติกา

สำหรับการหาเสียงของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย ได้ลงพื้นที่ภาคอีสานที่ จ.มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ทุกจุดมีประชาชนต้อนรับเป็นอย่างดี ไร้เหตุต่อต้าน โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังคงปราศรัยเรื่องนโยบายประชานิยมเป็นหลัก พร้อมกับให้สัมภาษณ์ว่า พรรคเพื่อไทยมีความจงรักภักดี เทิดทูนไว้ซึ่งสถาบัน ส่วนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ประกาศจะเดินทางกลับไทยนั้นเป็นเรื่องปกติที่พี่ชายอยากจะกลับประเทศเพื่อมาร่วมงานแต่งงานของบุตรสาว

อีกด้านความเคลื่อนไหวของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประชุมเพื่อพิจารณาว่าจะตัดสินเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ หรือไม่ หลังพบหลักฐานการกระทำความผิดซื้อเสียงในพื้นที่ แต่สุดท้าย มติ 3-2 เสียง เห็นว่าต้องสอบพยานหลักฐานเพิ่มอีก 7 วัน

ที่ตกเป็นข่าวครึกโครม คือ กรณี กกต. 4 คน ได้บินลัดฟ้าไปกำกับการเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักรถึงฝั่งยุโรป ระหว่างวันที่ 16-21 มิ.ย. ทำให้แต่ละพรรคการเมือง ออกมาตำหนิว่า ในช่วงเวลาสำคัญอย่างนี้เหตุใดถึงทิ้งภารกิจดูแลการเลือกตั้งภายในประเทศ พร้อมกับหวั่นว่าการเดินทางไปต่างประเทศพร้อมกัน 4 คน อาจเป็นสัญญาณเพื่อไม่ให้มีการเลือกตั้ง 3 ก.ค.เกิดขึ้นหรือไม่

อย่างไรก็ตาม นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. ได้ชี้แจงว่า เหตุที่ กกต.ต้องไปต่างประเทศ เพราะความสำคัญของการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่มีผู้มาลงทะเบียนขอใช้สิทธิมากถึงจำนวน 1 แสนคน และขั้นตอนการเลือกตั้งที่ยังเป็นที่สับสน ซึ่ง กกต.จะเดินทางกลับถึงประเทศไทยในเวลา 06.00 น. ของวันที่ 21 มิ.ย. และจะเข้าประชุม กกต.ทันทีในเวลา 09.00 น.

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท