posttoday
ไม่มีพรรคไหนพร้อมก้าวสู้..ประชาคมอาเวียน

ไม่มีพรรคไหนพร้อมก้าวสู้..ประชาคมอาเวียน

17 มิถุนายน 2554

ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) ประกอบด้วยสมาชิก 10 ประเทศ

ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) ประกอบด้วยสมาชิก 10 ประเทศ

มีวัตถุประสงค์ส่งเสริมความร่วมมือและช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และการบริการ

ดำเนินงานโดยยึด “กฎบัตรอาเซียน” เป็นฐานให้ประเทศสมาชิกต้องปฏิบัติตามพันธะข้อตกลง 3 เสาหลัก คือ ด้านการเมืองและความมั่นคง เสาหลักทางสังคมและวัฒนธรรม และเสาหลักทางด้านเศรษฐกิจที่เป็นเสาสำคัญในการมุ่งพัฒนาให้เป็นตลาดร่วม และเป็นฐานการผลิตอันเดียวกัน จะมีการไหลเวียนของสินค้า บริการ การลงทุนและแรงงานฝีมือทั่วทั้งภูมิภาคโดยเสรี ในหมู่สมาชิกประชาคมที่เท่าเทียมกัน

ทั้งหมดนี้จะเริ่มในวันที่ 1 ม.ค. 2558

การก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอีก 4 ปีข้างหน้า เกิดคำถามว่า ประเทศไทยมีความพร้อมมากน้อยแค่ไหนจากโอกาสที่กำลังเปิดกว้างและท้าทายจากการเปิดเสรีการค้า การเปิดเสรีภาคบริการ การท่องเที่ยว บริการด้านสุขภาพ การเปิดเสรีด้านการลงทุน การเคลื่อนย้ายแรงงานเสรี และการเคลื่อนย้ายเงินทุนเสรี

ไม่มีพรรคไหนพร้อมก้าวสู้..ประชาคมอาเวียน

 

วรากรณ์ สามโกเศศ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ระบุว่า จากคำถามข้างต้นยังไม่มีพรรคใดแสดงวิสัยทัศน์อย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนว่าจะนำประเทศเดินหน้าในประชาคมอาเซียนอย่างไร ทั้งที่เป็นเรื่องใกล้ตัวและมีผลกระทบต่อประชาชนอย่างมากต่อจุดเปลี่ยนดังกล่าว

วรากรณ์ กล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลก็คือ แม้ขณะนี้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะเดินหน้าเตรียมความพร้อมตามแผนอย่างเต็มที่ แต่หากเปรียบกับประเทศเพื่อนบ้านที่จะเข้าร่วมแล้ว ไทยอาจจะมีการประชาสัมพันธ์ให้เห็นความตื่นตัวน้อยที่สุด ยังไม่มีการรวบรวมข้อมูลของแต่ละหน่วยงานเข้าด้วยกัน

“เมื่อถึงวันที่ 1 ม.ค. 2558 จึงเป็นการเริ่มต้นที่มีความได้เปรียบเสียเปรียบของแต่ละประเทศเกิดขึ้นตามมา หากตระหนักถึงเรื่องนี้ ทุกกระทรวงต้องทุ่มเทความสนใจในเรื่องนี้ในการเตรียมความพร้อมที่มีต่อการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน” วรากรณ์ กล่าว

ในฐานะนักการศึกษาคนหนึ่ง วรากรณ์ มองว่า นโยบายการศึกษาที่จะรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนยังไม่มีพรรคการเมืองไหนมีความชัดเจนในเรื่องนี้ ยังไม่เคยมีการออกมาดีเบตกันเลยแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งเป็นเรื่องน่าแปลกและน่ากังวล เพราะต้องเตรียมความพร้อมทั้งในส่วนอาจารย์และนักศึกษา รวมไปถึงการเรียนการสอนที่เฉพาะด้านมากขึ้น เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ตัวเอง

“คำถามก็คือ ถึงตอนนั้นเรามีกฎเกณฑ์กติกาที่จะให้คนไทยปรับตัวง่ายๆ หรือไม่ ระบบการศึกษามีความคล่องตัวหรือไม่ คนที่อยู่นอกระบบสามารถเข้ามาเรียนในระบบได้โดยที่ไม่มีรอยต่อ เช่น ภาษาอังกฤษ เราต้องรีบวางรากฐานทางการศึกษาที่มั่นคงเพื่อปรับตัวและสร้างข้อได้เปรียบให้มากที่สุด ซึ่งตรงนี้ภาครัฐจะมีบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริม สนับสนุน รวมถึงสร้างค่ามาตรฐาน การอ้างอิงมาตรฐานที่ชัดเจนให้ทันกับความเปลี่ยนแปลง” วรากรณ์ ระบุ

ด้าน ศิริชัย กาญจนวาสี คณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ข้อที่น่ากังวลอย่างยิ่งก็คือ การเตรียมทรัพยากรบุคลให้มีความรู้และมีทักษะภาษาต่างประเทศ รวมถึงความเข้าใจในความแตกต่างด้านวัฒนธรรม หลากหลายทางศาสนา ประเพณี ซึ่งเท่าที่ทราบในขณะนี้ยังไม่มีการเตรียมความพร้อมที่ชัดเจนนัก

ไชยา ยิ้มวิไล ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีพรรคการเมืองใดกล่าวถึงการปรับตัวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอาเซียน ไม่ว่าเรื่องเคลื่อนย้ายแรงงานจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย การพัฒนาด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาทรัพยากรบุคคล

“ขณะนี้ทุกพรรคการเมืองมุ่งหาเสียงแต่นโยบายประชานิยม ปัญหาเรื่องปากท้อง หรือนโยบายลดแลกแจกแถมเป็นหลัก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนโยบายด้านรายจ่าย แต่ไม่ได้พูดการปฏิรูประบบราชการไทยให้ก้าวหน้าทันการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิด” ไชยา กล่าว  

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท