
รวบแก๊งขนแรงงานต่างด้าว101คน
ตำรวจภูธรภาค 1 จับกุมแก๊งค้ามนุษย์ลอบขนแรงงานต่างด้าว 101 คนเข้าไทย ที่ป่าทึบใกล้บ้านกำนันดังอยุธยา
ตำรวจภูธรภาค 1 จับกุมแก๊งค้ามนุษย์ลอบขนแรงงานต่างด้าว 101 คนเข้าไทย ที่ป่าทึบใกล้บ้านกำนันดังอยุธยา
พ.ต.อ.ชยนนท์ มีสติ ผู้กำกับการสืบสวน กองกำกับการสืบสวน 1 กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ( ผกก.สส1.กก.1. บก.สส.ภ.1 ) นำกำลังตำรวจติดตามแก๊งขบวนการค้ามนุษย์ขนแรงงานต่างด้าวประเทศพม่าจากชายแดนไทยแม่สอดมายังเขต จ.พระนครศรีอยุธยา ที่เป็นขบวนการใหญ่ โดยประกบรถเป้าหมายเป็นรถพร้อมยนต์โตโยต้า วีโก้ สีดำ หมายเลขทะเบียน ชอ-275 กรุงเทพมหานคร และรถยนต์ อีซูซุ ดีแม็กค์ สีบรอนเงิน หมายเลขทะเบียน ศฎ -1368 กรุงเทพมหานคร ที่ใส่หลังคา โดยตามประกบมาแต่ภาคเหนือใช้เป็นทางสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพ
ทั้งนี้ จนกระทั่งมาถึงหลัก กม.ที่ 38 พบว่ารถเป้าหมาย 2 คันเลี้ยวซ้ายเข้ามายังพื้นที่ ม.3 ต.ตานิม อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ใกล้กับที่ทำการกำนันตำบลตานิม ซึ่งเป็นป่าทึบแต่มีเล้าไก่ปลูกสร้างอยู่ ซึ่งตรงกับที่สายของตำรวจรายงานไว้ว่ามีการัดแปลงเล้าไก่และบ้านพักราคาถูก เพื่อเป็นที่พักชั่วคราวของแรงงานต่างด้าวจำนวนมาก ตำรวจขจำนวน 30 คน จึงแสดงตัวเข้าจับกุมรถกระบะทั้ง 2 คัน พบชายไทยจำนวน 3 คน ที่ทำหน้าที่ขนแรงงานต่างด้าวทราบชื่อ นายสุชาติ เฟื่องฟุ้ง นายปราโมทย์ ใจประดิษฐ์ นายวรพล ศรีรอด พร้อมต่างด้าวจำนวน 30 คน
ขณะเดียวกันได้ประสานงานตำรวจ สภ.บางปะหัน นำโดย พ.ต.ท.ชาติชาย โสไธสง รอง ผกก.สส.สภ.บางปะหัน นำกำลังจำนวนมากมาช่วยดำเนินจับกุมแรงงานต่างด้าวอีกจำนวนมากที่อยู่ในเล้าไก่ที่ดัดแปลงเป็นที่นอนชั่วคราวที่ตกใจวิ่งหนีเข้าป่าไป โดยสามารถจับกุมแรงงานต่างด้าวเพิ่มได้อีก 61 คน ร่วมกันลักลอบแรงงานต่างด้าวเข้าในราชอาณาจักร และคุมตัวแรงงานต่างด้าวที่เป็นชนกลุ่มน้อยจากประเทศพม่า จำนวน 101 คน แยกเป็นชาย 54 คน หญิง 47 คน และมีเด็กเล็กอีกหลายคนพร้อมของกลางคือรถกระบะมายัง สภ.บางปะหัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและผลักดันแรงงานต่างด้าวกลับประเทศ
ด้านนายวิทยา ผิวผ่อง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า เบื้องต้นได้สั่งให้นายอำเภอบางปะหันลงตรวจสอบพร้อมร่วมสอบปากคำแก๊งขบวนการค้ามนุษย์ดังกล่าวแล้ว อย่างไรก็ตามระหว่างการจับกุมพบว่าเป้าหมายอยู่ใกล้กับที่ทำการกำนันตำบลตานิมมาก แต่ นายบุญเลิศ โพธิกุล กำนันตำบลตานิมไม่อยู่ อย่างไรก็ตามจะให้มีการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงว่า มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ โดยเฉพาะกำนันเป็นเจ้าพนักงานปกครองท้องที่ ต้องตรวจสอบความเคลื่อนไหวในชุมชน ยิ่งมีการนำแรงงานต่างด่าวจำนวนมากเข้ามาพักใกล้ที่ทำการกำนันแต่ไม่ทราบนั้นก็ต้องดำเนินการสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ามีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องหรือรู้แต่ไม่ยอมดำเนินการก็ถือว่าเข้าข่ายผิดเช่นกัน







