posttoday
กลุ่มเพศที่ 3 ทวงสิทธิพรรคการเมือง

กลุ่มเพศที่ 3 ทวงสิทธิพรรคการเมือง

16 มิถุนายน 2554

กลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ หรือภาษาอังกฤษเรียกย่อๆว่า

กลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ หรือภาษาอังกฤษเรียกย่อๆว่า

LGBT ที่มาจากคำว่า Lesbian (เลสเบี้ยน) Gay (เกย์) Bisexual (ไบเซ็กชวล) และ Transgender/Transsexual (กลุ่มคนข้ามเพศ) เป็นอีกกลุ่มประชากรที่ไม่มีพรรคการเมืองไหนนำไปกำหนดไว้ในนโยบายไม่ว่าการคุ้มครองสิทธิและปัญหาอื่น

ไม่ว่าสังคมจะมองว่าเขาหรือเธอเหล่านี้เป็นตัวแปลกประหลาด พิลึกกึกกือ หรือน่าขยะแขยงเพียงใดก็ตาม แต่หากมองด้วยมนุษยธรรมย่อมไม่อาจปฏิเสธได้ว่า กลุ่มคนเหล่านี้ก็มีหัวใจความเป็นคน

เกริกก้อง สวนยศ หรือ “ยลดา” นายกสมาคมสตรีข้ามเพศแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า อยากเห็นนโยบายที่ชัดเจนจากพรรคการเมืองในการรับรองสิทธิในเพศใหม่ รวมถึงการเข้าถึงบริการสาธารณสุขทั้งด้านฮอร์โมน การแปลงเพศ จิตแพทย์ที่จะให้คำปรึกษาด้านต่างๆ

“อีกเรื่องหนึ่งคือ วิชาเพศศึกษา เนื้อหาที่บรรจุอยู่ในแบบเรียนในปัจจุบันยังขาดมิติถึงความหลากหลายทางเพศ ซึ่งสำคัญมาก เพราะจะเป็นการปูพื้นฐานความรู้ให้เท่าทัน เข้าถึงปัญหา กระทั่งสร้างความเข้าใจให้คนทุกกลุ่มในวงกว้างให้เข้าใจต่อกลุ่มหลากหลายทางเพศ” ยลดา กล่าว

ฉันทลักษณ์ รักษาอยู่ ผู้ประสานงานกลุ่มสะพาน กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้พรรคการเมืองมีนโยบายหรือออกกฎหมายช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการเปลี่ยนแปลงจากเพศสภาพที่ไม่ตรงกับจิตใจ เช่น กลุ่มกะเทยที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงคำนำหน้านามได้แม้จะแปลงเพศแล้ว ซึ่งทำให้คนกลุ่มนี้ประสบปัญหาโดยตรง เช่น ถูกกักตัวที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองระหว่างเดินทางไปต่างประเทศ

นอกจากนี้ ฉันทลักษณ์ บอกว่า ต้องการให้มีกฎหมายรองรับการใช้ชีวิตคู่ของเพศเดียวกัน เพื่อรับรองสิทธิที่จะคุ้มครองและรับรองคู่ชีวิตของคนกลุ่มหลากหลายทางเพศ ซึ่งจะช่วยให้สามารถทำนิติกรรมต่างๆ รวมทั้งการรับรองอื่นๆ เช่น การให้การรับรองการผ่าตัด

เช่นเดียวกับเจษฎา แต้สมบัติ ผู้ประสานงานเครือข่ายเพื่อนกะเทยไทย เรียกร้องว่า กลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศต้องการให้รัฐบาลมีวิสัยทัศน์ที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะความเป็นมนุษย์ย่อมมีสิทธิในการกำหนดเจตจำนงในวิถีชีวิตทางเพศของตัวเอง เพราะการเลือกดำเนินชีวิตทางเพศเป็นสิทธิที่มาโดยกำเนิดทั้งยังกำหนดไว้ในสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ขณะที่การเปลี่ยนร่างกายให้สอดคล้องตามความต้องการของตัวเองก็เป็นสิทธิที่เลือกได้

กลุ่มเพศที่ 3 ทวงสิทธิพรรคการเมือง

นอกจากนี้ สิทธิเหล่านี้ถูกรับรองไว้ในกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง รวมถึงกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม

อย่างไรก็ดี ตลอดเวลาที่ผ่านมารัฐบาลยังขาดมิติในการดูแลคนกลุ่มนี้ในอีกหลายด้าน โดยเฉพาะการสร้างมาตรฐานทางสาธารณสุขของกลุ่มกะเทยแปลงเพศที่ไม่มีการกำหนดมาตรฐานให้ชัดเจน ทั้งมาตรฐานการรักษาและอัตราการเก็บค่ารักษา

ขณะเดียวกัน ที่ผ่านมารัฐบาลเพิกเฉยเรื่องการศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบจากการแปลงเพศอย่างเป็นรูปธรรมหรือกำหนดระเบียบไว้ชัดเจนกรณีที่แพทย์รักษาหรือแปลงเพศให้คนกลุ่มนี้ผิดพลาด

“ที่ผ่านมาเราถูกมองว่าเป็นกลุ่มคนที่ไม่ปกติจากอคติที่สังคมปฏิเสธที่จะสร้างความเข้าใจ เราต้องเรียกร้องหลายเรื่องเอง แทนที่รัฐจะมองเห็นปัญหาด้วยสายตาที่ละเอียดอ่อน ขณะนี้ก็ได้ทำงานร่วมกับกระทรวงกลาโหม เรื่องใบ สด.43 ที่เราต้องการคำว่า ผู้ที่มีจิตใจไม่ตรงกับเพศสภาพ แทนคำว่า ‘วิกลจริต’ ในช่องเหตุผลที่จะไม่ถูกเกณฑ์ทหาร ซึ่งเรื่องนี้ได้รับการตอบรับแล้วว่าจะเปลี่ยนในปีหน้า” เจษฎา ระบุ

อย่างไรก็ตาม เจษฎา เห็นว่า กลุ่มคนเพศที่สามยังถูกคุกคามในหลากหลายรูปแบบ เช่น จะทำประกันชีวิตก็ยังถูกบอกว่า ถ้าแปลงเพศแล้วถือว่าพิการ จะเสียชีวิตเร็ว ซึ่งรัฐน่าจะเข้ามาปกป้องสิทธิ แต่ขณะนี้ก็ยังไม่เห็นมีพรรคการเมืองไหนเล็งเห็นความสำคัญ

ขณะที่ นที ธีระโรจนพงษ์ ตัวแทนเครือข่ายองค์กรอัตลักษณ์ทางเพศ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เครือข่ายองค์กรอัตลักษณ์ทางเพศเห็นว่ามีความสำคัญมาก เพราะมีการนำเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์ ประชาชนทุกกลุ่มได้รับประโยชน์จากคำสัญญา ทั้งค่าแรงขั้นต่ำ ราคาผลผลิตทางการเกษตร การศึกษา รวมทั้งผู้สูงอายุ แต่กลุ่มคนหลากหลายทางเพศที่มีอยู่ทั่วประเทศกว่า 6.7 ล้านคน กลับถูกละเลย

นที ระบายความรู้สึกว่า ที่ผ่านมาพยายามเสนอร่างกฎหมายคู่ชีวิตเพศเดียวกันมาหลายปี แต่ก็ถูก สส. สว. ละเลย จึงอยากเห็นพรรคการเมืองกำหนดนโยบายที่เป็นประโยชน์แก่กลุ่มคนหลากหลายทางเพศบ้าง

ทั้งนี้ นที อธิบายว่า สาระสำคัญของกฎหมายคู่ชีวิตเดียวกันคือ การรับรองสิทธิทางกฎหมายที่จะคุ้มครองและรับรองคู่ชีวิตของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศ ซึ่งจะทำให้สามารถทำนิติกรรมต่างๆ รวมทั้งการรับรองอื่นๆ ได้

ล่าสุดองค์กรอัตลักษณ์ทางเพศได้เข้ายื่นหนังสือที่พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แต่ทั้งหมดก็ไม่มีคำตอบที่ชัดเจน

“กลุ่มเกย์ กะเทย และกลุ่มเพศที่ 3จึงต้องการให้พรรคการเมืองให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะนอกจากจะเปิดโอกาสทางสังคมตามสิทธิขั้นพื้นฐานแล้ว ยังแสดงให้นานาประเทศเห็นด้วยว่าประเทศไทยเป็นอารยะในสายตาชาวโลก หากพรรคไหนรับปากจะผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้กลุ่มคนหลากหลายทางเพศที่มีสิทธิเลือกตั้งในครั้งนี้กว่า 4.7 ล้านคน พร้อมเทคะแนนเสียงให้ทันที” นที ระบุ

อย่างไรก็ดีในวันที่ 16 มิ.ย. ตั้งแต่เวลา 16.0017.00 น. กลุ่มคนผู้มีอุดมการณ์สีม่วงทั้งหลายจะออกมาตบเท้าเดินขบวนรณรงค์การมีส่วนร่วมทางการเมืองและการใช้สิทธิเลือกตั้งของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยหวังว่านักการเมืองไทยจะชายตามองกลุ่มคนเหล่านี้บ้าง

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท