
พท.ยันนโยบายพรรคทำได้จริง
เพื่อไทย ยืนยัน นโยบายพรรคสามารถทำได้จริง ปชป. ทำไม่เป็นและคิดยังไม่เป็น เลยถอดใจ หาว่าทำไม่ได้
เพื่อไทย ยืนยัน นโยบายพรรคสามารถทำได้จริง ปชป. ทำไม่เป็นและคิดยังไม่เป็น เลยถอดใจ หาว่าทำไม่ได้
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมช. คลัง ในฐานะคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ตามที่ประชาชนทั่วไปตลอดจนนักวิชาการที่เป็นกลางต่างก็เห็นว่า นโยบายพรรคเพื่อไทย มีแนวคิดนโยบายเหนือกว่าพรรคประชาธิปัติย์มาก ทำให้นายกรณ์ จาติกวณิช ต้องออกมาวิจารณ์นโยบายของพรรคเพื่อไทยว่าไม่สามารถทำได้จริง ทำให้นึกถึงเมื่อในอดีตที่ พรรคประชาธิปัติย์ ออกมาบอกว่า กองทุนหมู่บ้าน 30 บาทรักษาทุกโรค OTOP กองทุน SML ฯลฯ ไม่สามารถทำได้จริง แต่แล้วพรรคไทยรักไทยก็สามารถทำได้หมด จนกระทั่งพรรคประชาธิปัตย์ต้องมาลอกและทำต่อ ดังนั้นการที่มีกรอบคิดที่เป็นอยู่ว่าทำไม่ได้ ทำให้สองปีที่ผ่านมา รัฐบาลเลยไม่มีผลงานอะไร แต่หนี้สาธารณะกลับเพิ่มขึ้นสูงเกือบเก้าแสนล้านบาท โดยมีแต่ข้อครหาในเรื่องการทุจริต โดยที่ผ่านมานโยบายพรรคประชาธิปัตย์ที่ประชาชนจำได้ มีแค่เรื่องแจก 2,000 บาทที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง แต่นายกอร์ปศักดิ์กลับบอกว่าเป็นเรื่องที่รัฐบาลประสพความสำเร็จที่สุด นโยบายการชั่งไข่ที่ต้องจ้างฝรั่งคิดเกือบเจ็ดสิบล้านบาท นอกจากสองเรื่องนี้ประชาชนแทบจำอะไรไม่ได้เลย นโยบายปล่อยกู้แท็กซี่ หาบเร่ แผงลอยประชาวิวัฒน์ที่คุยนักคุยหนาธนาคารของรัฐจะแย่งกันปล่อย ปรากฏว่ามีการปล่อยไม่ถึง 10% นโยบายที่เพิ่งออกมาใหม่เช่น แก้หนี้บัตรเครดิตก็ล้มเหลวเพราะมีประชาชนให้ความสนใจน้อย จึงหมดปัญญาไม่รู้ว่าจะคิดอะไรออกมาสู้ เพราะจะเปลี่ยนท่าเรือคลองเตยเป็นสวนสาธารณะที่ไม่รู้ได้ประโยชน์อะไร ก็ไปไม่รอด คนในพื้นที่ต่อต้านหนัก และฮาเบอร์ซิตี้ ก็ไม่รู้จะทำได้เมื่อไรเพราะขนาดปัญหามาบตาพุด กว่า สองปีแล้วยังแก้ไขไม่ไปไหน
เพื่อไทยขอยืนยันว่า นโยบายของพรรคเพื่อไทยทุกนโยบายทำได้จริงแน่นอน และจะทำให้เห็นอีกครั้งเหมือนที่เคยทำมาแล้ว โดยขอให้ประชาชนให้ความไว้วางใจ และขอให้มั่นใจได้ว่าพรรคเพื่อไทยจะรักษาระเบียบการเงินการคลังของประเทศอย่างเคร่งครัด ไม่ปล่อยให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นมากมายเหมือนรัฐบาลปัจจุบันโดยที่ประชาชนไม่ได้รู้สึกเลยว่าหนี้ที่เพิ่มนั้นเอาไปใช้อะไร โดยพรรคจะมีการนำ PPP (การร่วมทุนกับเอกชน) มาใช้ และจัดลำดับความสำคัญของโครงการ โดยมีเป้าหมายชัดเจนว่าจะต้องเป็นผู้นำของภูมิภาคนี้ และทำให้ประชาชนทุกกลุ่มได้ประโยชน์และพัฒนาไปพร้อมกัน ส่วนเรื่องนโยบายจำนำข้าวพร้อมบัตรเครดิตชาวนาที่มีระบบไอทีเชื่อมต่อข้อมูลที่จะแก้ปัญหาเดิมได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น สต็อคลมและการป้องกันการสวมข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านได้ ซึ่งเป็นเหมือนกับเอาส่วนดีของระบบจำนำเดิมและระบบประกันรายได้มารวมกันนั้น อีกทั้งจะมีระบบประกันภัย นาล่ม ฝนแล้ง เพลี้ยลงด้วย ก็อยากให้พรรคประชาธิปัตย์และนักวิชาการ รวมถึงทีดีอาร์ไอ ที่ยังไม่ได้ศึกษารายละเอียดให้ได้ศึกษารายละเอียดก่อนวิจารณ์ และสามารถเรียกตนไปสอบถามรายละเอียดได้ เพราะเป็นคนละระบบกับในอดีต และจะสามารถแก้ไขปัญหาระบบประกันรายได้ที่ทำให้ราคาข้าวราคาตกต่ำ ชาวนาถูกโรงสีกดราคา และมีการลงทะเบียนผีกันมาก ซึ่งล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง โดยนายกรณ์เองก็ยอมรับปัญหา และล่าสุดรัฐยังแก้แบบงงๆ โดยรัฐต้องออกมาซื้อข้าวเหมือนระบบจำนำเพิ่มเติมให้มั่วไปหมด ซึ่งรัฐจะต้องจ่ายทั้งค่าประกันรายได้และต้องนำเงินออกมาซื้อข้าวอีกด้วย แนวโน้มปัญหาจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำไปทำมาเป็นเหมือนการที่รัฐบาลนี้สนับสนุนราคาข้าวให้ต่ำเพื่อให้ประโยชน์กับตลาดโลกได้ซื้อข้าวถูก ส่วนเรื่องแท็บเล็ดที่จะแจกแปดแสนเครื่องให้กับเด็ก ป.1 ก็เป็นแบบที่ทำในจีนหรืออินเดียราคาประมาณ 100-200 เหรียญเท่านั้นไม่ใช่เครื่องละสองหมื่นแบบที่นายกรณ์ใช้ โดยเป็นเรื่องวิสัยทัศน์ที่ต่างกันเพราะพรรคเพื่อไทยเห็นความสำคัญของเยาวชนที่จะต้องใช้คอมพิวเตอร์เป็นและต้องเข้าถึงอินเตอร์เนต
ดังนั้นจึงอยากให้นายกรณ์และพรรคประชาธิปัตย์ได้ศึกษากรอบคิดของพรรคเพื่อไทย จะได้นำไปพัฒนาความคิดให้เท่าเทียมกัน ไม่ใช่มีวิธีคิดที่ห่างชั้นกันมากเช่นนี้ เพราะเท่าที่ได้ยินเห็นว่า ปชป. คิดแบบข้าราชการประจำคือ แก้ของแพง (ที่แก้ไม่สำเร็จ) เรียนฟรี (ที่ไม่ฟรีจริง) เบี้ยคนชรา ซึ่งเป็นเรื่องพื้นๆที่ทุกพรรคต้องทำอยู่แล้ว ไม่รู้จะนำมาหาเสียงทำไม และมองไม่เห็นว่าอนาคตของประเทศไทยจะยืนอยู่จุดไหนในอนาคต







