
ฝันผวาทุจริตเลือกตั้ง"ข่มขู่-คุกคาม"กกต.
เปิดรายงานการแจ้งเบาะแสทุจริตเลือกตั้งพบ "เหนือ-อีสาน"ข่มขู่เจ้าหน้าที่กกต.รุนแรงถึงขั้นให้กลับบ้านเก่า
เปิดรายงานการแจ้งเบาะแสทุจริตเลือกตั้งพบ "เหนือ-อีสาน"ข่มขู่เจ้าหน้าที่กกต.รุนแรงถึงขั้นให้กลับบ้านเก่า
โดย.... นิติพันธุ์ สุขอรุณ
แม้การเฝ้าระวังจับตาเป็นพิเศษในการเตรียมการการเลือกตั้ง ปี2554 เพื่อกำหนดอนาคตใหม่ประเทศไทย ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ไม่จะว่าเป็นการตั้งชุดปฏิบัติการสืบสวนหาข่าวเชิงลึก ในพื้นที่ด้วยลงไปแฝงตัวอย่างใกล้ชิด หรือแม้กระทั่งการจับตาในส่วนของซุ้มมือปืน ไม่ให้ออกมาอาละวาดเข่นฆ่า ผู้สมัครสส. ตามใบสั่งสุดท้ายหากคะแนนยังคงสูสี
ทว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาแม้จะมีการบอกเป็นนัยจาก กรรมการการเลือกตั้งว่า รู้เห็นความเคลื่อนไหวของผู้มุ่งหวังจะทุจริตการเลือกตั้งอยู่ตลอด เพื่อสะท้อนให้เกิดความเกรงกลัวต่อกฎหมายแล้ว หรือการขู่ว่าจะให้ใบแดงไม่เกิน 25 ใบ และจะฟันให้ได้ก่อนประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการก็ตาม แต่ศูนย์อำนวยการสืบสวนสอบสวนการเลือกตั้ง ส.ส. (ศอส.) และหน่วยปฏิบัติงานข่าวรับแจ้งเบาะแส เกี่ยวกับการทุจริตและการกระทำผิดต่อการเลือกตั้ง กลับยังคงมีเบาะแสทุจริตเข้ามา ณ วันที่ 13มิ.ย. ถึง 186 เรื่อง
รายงานสรุปสถิติคำร้องคัดค้าน ,การแจ้งเบาะแส ,สถานการณ์ศูนย์ป้องปรามและหาข่าวประจำจังหวัด ตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค.-13 มิ.ย.54 จำนวนคำร้องคัดค้าน 36 เรื่อง ในส่วนของข้อกล่าวหา ใส่ร้ายขู่เข็ญหลอกหลวง 23 เรื่อง , ให้เงิน ให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด 5 เรื่อง ,จัดเลี้ยง 2 เรื่อง , วางตัวไม่เป็นกลาง 4 เรื่อง ,ป้ายหาเสียง 2 เรื่อง
อย่างไรก็ตาม การแจ้งเหตุและเบาะแส ทางโทรศัพท์ และเว็บไซด์ ตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค.-13มิ.ย.54 รวมทั้งสิ้น 186 เรื่อง แยกเป็นกรณี เช่น สื่อมวลชน/เจ้าหน้าที่ของรัฐวางตัวไม่เป็นกลาง 12 เรื่อง , เก็บบัตรประชาชน/จดชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 47 เรื่อง , ให้เงิน/ให้ทรัพย์สิน/ให้ประโยชน์ 119 เรื่อง , ป้ายหาเสียง 3 เรื่อง , จัดเลี้ยง 5 เรื่องด้วยกัน
ทั้งนี้ทางศูนย์อำนวยการสืบสวนสอบสวนการเลือกตั้ง ส.ส. ได้ส่งเรื่องคัดค้านดังกล่าวให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง พิจารณาแล้ว 12 เรื่อง และอยู่ระหว่างดำเนินการ จำนวน 18 เรื่อง
รายงานข่าวว่า การแจ้งเบาะแสเข้ามาจากประชาชนในพื้นที่ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ภาคอีสาน มีการแข่งขันดุเดือนจากหลายพรรคการเมือง เพราะเป็นพื้นที่ใหญ่และมีเขตเลือกตั้งจำนวนมาก เบาะแสการทุจริตจึงมีมากตามลำดับ ด้วยกลวิธีเช่นเดิม คือการ จัดเลี้ยง แจกเงิน และถ่ายสำเนาบัตรประชาชนไว้ โดยสัญญาว่าจะให้เงินภายหลังเสร็จสิ้นการนับคะแนนแล้ว รวมถึงการข่มขู่ใส่ร้าย และทำลายป้ายหาเสียง
ทั้งนี้ ขั้นตอนของ ศอส. จะรับเบาะแสแล้วตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น ก่อนจะส่งเบาะแสที่คาดว่ามีน้ำหนักไปให้ชุดสืบสวนที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดนั้นๆ
“ในบางพื้นที่เป็นเบาะแสที่ชัดเจนมาก เพราะผู้ที่โทรแจ้งเข้ามาระบุข้อมูลครบถ้วนว่า มีคนชื่อ... เป็นผู้มีอิทธิพลในตลาดย่านนั้น เป็นหัวคะแนนของพรรคการเมืองหนึ่ง แจกเงินให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวนเงินที่มีการแจกให้ประมาณ 300- 600 บาท แต่เรื่องของจำนวนเงินในบางพื้นที่ยังไม่นิ่ง เพราะมีการตกลงจ่ายเงินให้ก่อนในช่วงแรก จากนั้นเมื่อใกล้ช่วงเลือกตั้งก็จะให้สมทบเงินอีกครั้งหนึ่ง” รายงานข่าวจาก ศอส. กล่าว
เมื่อลงลึกไปในงานด้านการสืบสวนของกกต. จะพบว่าขณะนี้มีรายงานความเคลื่อนไหวของการทุจริตการเลือกตั้งเข้ามาแล้วอย่างต่อเนื่อง ทั้งในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน มีความรุนแรงถึงขนาดที่ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนถูกข่มขู่คุกคามจนไม่กล้ามาเป็นพยานสอบสวนให้ได้ ถึงแม้จะมีการเตือนเป็นนัยแล้วก็ตาม แต่ผู้สมัครบางราย กลับข่มขู่มายังพนักงานกกต. และพูดเสนอให้เงิน แต่เมื่อปฏิเสธไปหลายครั้งก็ขมขู่ว่า “ถ้าไม่เอาเงินก็เตรียมตัวกลับบ้าน” ทำให้เจ้าหน้าที่ของกกต.หวั่นไหว และได้รายงานมาให้กกต.ได้ทราบ
แต่การข่มขู่ก็ไม่สามารถยับยั้งให้การทำงานของชุดสืบสวนยุติลงได้ กลับกลายเป็นสร้างความเข้มแข็งให้มากขึ้นด้วยการประกาศอย่างแข็งขันของ สมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวน ว่า การให้ใบเหลือง ใบแดงแก่ผู้สมัครพรรคการเมืองใดจะต้องมีหลักฐานมัดตัวชัดเจน รอบคอบ และแม่นยำ โดยยืนยันว่า ไม่มีการกลั่นแกล้งฝ่ายใดแต่จะว่ากันด้วยข้อกฎหมาย
“ผมได้รับรายงานแล้วว่ามีการแจกเงินในบางพื้นที่แล้ว แต่ขณะนี้กำลังสืบสวนอยู่ อีกไม่นานจะได้เห็นใบแดงหลังการเลือกตั้งล่วงหน้า ในพื้นที่ภาคอีสาน ต้องยอมรับว่าผู้สมัครสส.ทั้งหลายล้วนแต่เป็นผู้มีอิทธิพล แต่ท้ายที่สุดผมยังเชื่อว่าคนเราก็จะกลับเข้าสู่มโนธรรม และเห็นแก่ประเทศชาติ เพราะกระแสสังคมไม่เอาด้วย พรรคการเมืองก็ต้องปรับตัวเพื่อให้อยู่ต่อไปให้ได้ ถ้าเราช่วยกันพูดป้องปรามอย่าให้ทั้งกระสุนจริง หรือกระสุนเงิน มีการนำออกมาใช้จริง ก็เชื่อว่าความรุนแรงจะลดลง” สมชัย กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและมั่นใจ
ท้ายที่สุดความคาดหวังจากการเลือกตั้ง ปี2554 เพื่อกำหนดอนาคตใหม่ประเทศไทย จะถูกจารึกเป็นประวัติศาสตร์ว่ามีการทุ่มเงินซื้อเสียงมากที่สุด หรือ รุนแรงนองเลือดมากที่สุดจากการแย่งชิงอำนาจของนักการเมืองหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยมุ่งหวังให้ประเทศเดินหน้าต่อไปพร้อมๆกับการยอมรับมติเสียงจากประชาชน เพื่อชี้นำทิศทางในอนาคตต่อจากนี้







