
ร้องเรียนทุจริตพุ่ง แจกเงินซื้อเสียงระบาด
แม้การเฝ้าระวังจับตาเป็นพิเศษในการเตรียมการการเลือกตั้ง ปี 2554
แม้การเฝ้าระวังจับตาเป็นพิเศษในการเตรียมการการเลือกตั้ง ปี 2554
เพื่อกำหนดอนาคตใหม่ประเทศไทย ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ไม่จะว่าเป็นการตั้งชุดปฏิบัติการสืบสวนหาข่าวเชิงลึก ในพื้นที่ด้วยการลงไปแฝงตัวอย่างใกล้ชิด หรือแม้กระทั่งการจับตาในส่วนของซุ้มมือปืน ไม่ให้ออกมาอาละวาดเข่นฆ่าผู้สมัคร สส.ตามใบสั่งสุดท้ายหากคะแนนยังคงสูสี
เท่านั้นยังไม่พอ กกต.ยังขู่จะให้ใบแดงไม่เกิน 25 ใบ และจะฟันให้ได้ก่อนประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการแต่การทุจริตการเลือกตั้งยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ศูนย์อำนวยการสืบสวนสอบสวนการเลือกตั้ง สส. (ศอส.) และหน่วยปฏิบัติงานข่าวรับแจ้งเบาะแส เกี่ยวกับการทุจริตและการกระทำผิดต่อการเลือกตั้ง ยังคงมีเบาะแสทุจริตเข้ามา ณ วันที่ 13 มิ.ย. ถึง 186 เรื่อง แยกเป็นกรณี เช่น สื่อมวลชน/เจ้าหน้าที่ของรัฐวางตัวไม่เป็นกลาง 12 เรื่อง เก็บบัตรประชาชน/จดชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 47 เรื่อง ให้เงิน/ให้ทรัพย์สิน/ให้ประโยชน์ 119 เรื่อง ป้ายหาเสียง 3 เรื่อง จัดเลี้ยง 5 เรื่องด้วยกัน
ทั้งนี้ ได้มีคำร้องคัดค้าน 36 เรื่องโดยเป็นข้อกล่าวหา ใส่ร้ายขู่เข็ญหลอกหลวง 23 เรื่อง ให้เงิน ให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด 5 เรื่อง จัดเลี้ยง 2 เรื่อง วางตัวไม่เป็นกลาง 4 เรื่อง ป้ายหาเสียง 2 เรื่อง
ขณะเดียวกันทางศูนย์อำนวยการสืบสวนสอบสวนการเลือกตั้ง สส. ได้ส่งเรื่องคัดค้านดังกล่าวให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง พิจารณาแล้ว 12 เรื่อง และอยู่ระหว่างดำเนินการ จำนวน 18 เรื่อง
อย่างไรก็ตาม การแจ้งเบาะแสเข้ามาจากประชาชนในพื้นที่ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ภาคอีสาน มีการแข่งขันดุเดือดจากหลายพรรคการเมือง เพราะเป็นพื้นที่ใหญ่และมีเขตเลือกตั้งจำนวนมาก เบาะแสการทุจริตจึงมีมากตามลำดับ ด้วยกลวิธีเช่นเดิม คือการจัดเลี้ยง แจกเงิน และถ่ายสำเนาบัตรประชาชนไว้ โดยสัญญาว่าจะให้เงินภายหลังเสร็จสิ้นการนับคะแนนแล้ว รวมถึงการข่มขู่ใส่ร้าย และทำลายป้ายหาเสียง
ทั้งนี้ ขั้นตอนของ ศอส.จะรับเบาะแสแล้วตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น ก่อนจะส่งเบาะแสที่คาดว่ามีน้ำหนักไปให้ชุดสืบสวนที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดนั้นๆ
“ในบางพื้นที่เป็นเบาะแสที่ชัดเจนมาก เพราะผู้ที่โทร.แจ้งเข้ามาระบุข้อมูลครบถ้วนว่า มีคนชื่อ... เป็นผู้มีอิทธิพลในตลาดย่านนั้น เป็นหัวคะแนนของพรรคการเมืองหนึ่ง แจกเงินให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวนเงินที่มีการแจกให้ประมาณ 300-600 บาท แต่เรื่องของจำนวนเงินในบางพื้นที่ยังไม่นิ่ง เพราะมีการตกลงจ่ายเงินให้ก่อนในช่วงแรก จากนั้นเมื่อใกล้ช่วงเลือกตั้งก็จะให้สมทบเงินอีกครั้งหนึ่ง” แหล่งข่าวจาก ศอส.กล่าว
เมื่อลงลึกไปในงานด้านการสืบสวนของ กกต.จะพบว่า ขณะนี้มีรายงานความเคลื่อนไหวของการทุจริตการเลือกตั้งเข้ามาแล้วอย่างต่อเนื่อง ทั้งในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน มีความรุนแรงถึงขนาดที่เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนถูกข่มขู่คุกคามจนไม่กล้ามาเป็นพยานสอบสวนให้ได้ ถึงแม้จะมีการเตือนเป็นนัยแล้วก็ตาม แต่ผู้สมัครบางรายกลับข่มขู่มายังพนักงาน กกต. และพูดเสนอให้เงิน แต่เมื่อปฏิเสธไปหลายครั้งก็ขมขู่ว่า “ถ้าไม่เอาเงินก็เตรียมตัวกลับบ้าน” ทำให้เจ้าหน้าที่ของ กกต.หวั่นไหว และได้รายงานมาให้ กกต.ได้ทราบ
แต่การข่มขู่ก็ไม่สามารถยับยั้งให้การทำงานของชุดสืบสวนยุติลงได้ กลับกลายเป็นสร้างความเข้มแข็งให้มากขึ้นด้วยการประกาศอย่างแข็งขันของ สมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวน ว่า การให้ใบเหลือง ใบแดงแก่ผู้สมัครพรรคการเมืองใดจะต้องมีหลักฐานมัดตัวชัดเจน รอบคอบ และแม่นยำ โดยยืนยันว่า ไม่มีการกลั่นแกล้งฝ่ายใดแต่จะว่ากันด้วยข้อกฎหมาย
“ผมได้รับรายงานแล้วว่ามีการแจกเงินในบางพื้นที่แล้ว แต่ขณะนี้กำลังสืบสวนอยู่ อีกไม่นานจะได้เห็นใบแดงหลังการเลือกตั้งล่วงหน้า ในพื้นที่ภาคอีสาน ต้องยอมรับว่าผู้สมัคร สส.ทั้งหลายล้วนแต่เป็นผู้มีอิทธิพล แต่ท้ายที่สุดผมยังเชื่อว่าคนเราก็จะกลับเข้าสู่มโนธรรม และเห็นแก่ประเทศชาติ เพราะกระแสสังคมไม่เอาด้วย พรรคการเมืองก็ต้องปรับตัวเพื่อให้อยู่ต่อไปให้ได้ ถ้าเราช่วยกันพูดป้องปรามอย่าให้ทั้งกระสุนจริง หรือกระสุนเงิน มีการนำออกมาใช้จริง ก็เชื่อว่าความรุนแรงจะลดลง” สมชัย กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและมั่นใจ
ทั้งหมดนี้ต้องติดตามว่า กกต.จะดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรมได้มากน้อยแค่ไหนวันที่ 3 ก.ค. จะพิสูจน์







