posttoday
โค้งสุดท้ายชิงเก้าอี้บอส IMF  บิ๊กตลาดเกิดใหม่ชี้ชะตา

โค้งสุดท้ายชิงเก้าอี้บอส IMF บิ๊กตลาดเกิดใหม่ชี้ชะตา

14 มิถุนายน 2554

กระบวนการสรรหาผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)

กระบวนการสรรหาผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

กระบวนการสรรหาผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) โดยคณะกรรมการบริหารของกองทุนจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 มิ.ย. ซึ่งจะเป็นการชี้ขาดว่าใครจะก้าวขึ้นมารับตำแหน่งผู้อำนวยการคนใหม่แทนที่คนเก่าที่ต้องสละตำแหน่งอย่างเสียศักดิ์ศรี และพร้อมกับทำลายความน่าเชื่อถือของ IMF ลงไปไม่น้อย

ในยกแรก ตลาดเกิดใหม่นำโดยบราซิล แสดงอาการฮึดฮัดไม่ยอมปล่อยให้ตำแหน่งนี้ตกไปอยู่ในมือชาวยุโรปตามธรรมเนียมเดิมอีกต่อไป ส่วนจีน อินโดนีเซีย และประเทศในกลุ่มเดียวกัน แม้จะไม่แสดงท่าทีเชิงรุกเท่า แต่รับลูกบราซิลเกือบทุกดอก

ในยกที่สองดูเหมือนว่า คริสติน ลาการ์ด รัฐมนตรีคลังของฝรั่งเศสจะลอยลำเพียงลำพัง เพราะแรงกดดันจากตลาดเกิดใหม่เริ่มลดลง ไม่มีทั้งตัวแทนจากตลาดเกิดใหม่ ไม่มีใครจากประเทศพัฒนาแล้วเข้ามาขัดขวาง ทั้งยังได้รับเสียงสนับสนุนอย่างล้นหลามจากกลุ่มประเทศต้นสังกัด

แต่ในยกสุดท้าย เมื่อย่างเข้าสู่เดือน มิ.ย. สถานการณ์กลับแตกต่างไปอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ระหว่างที่ ลาการ์ด อยู่ระหว่างการเดินสายทัวร์ประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ ที่เคยเป็นตัวตั้งตัวตีคัดค้านการเลือกผู้อำนวยการ IMF ตามธรรมเนียมเดิม ไม่ว่าจะเป็นจีน จนถึงประเทศในแถบตะวันออกกลาง ซึ่งได้รับเสียงตอบรับด้วยดี แต่ระหว่างนั้นเอง ลาการ์ด ที่เคยคาดว่าจะคว้าตำแหน่งนี้โดยไม่มีคู่แข่ง ก็เกิดมีคู่แข่งอย่างไม่คาดฝัน

โค้งสุดท้ายชิงเก้าอี้บอส IMF  บิ๊กตลาดเกิดใหม่ชี้ชะตา

คู่แข่งรายแรกคือ อกุสติน คาร์สเทนส์ ผู้ว่าการธนาคารกลางเม็กซิโก และเพิ่งหมดวาระการดำรงตำแหน่งรองกรรมการบริหารของ IMF ทั้งยังเคยร่วมงานกับ IMF มาตั้งแต่ปี 2542

เรียกได้ว่าเป็นลูกหม้อของกองทุนมากกว่าผู้สมัครรายใด และแม้กระทั่งผู้อำนวยการคนก่อนๆ ไม่ว่าจะเป็น โดมินิก สเตราคานห์ หรือกระทั่ง โรดริโก ราโต ผู้อำนวยการ IMF คนก่อนหน้า

คาร์สเทนส์ ยังขึ้นชื่อลือชาว่าเป็น “เทคโนแครต” ตัวเอ้ ได้รับการศึกษาและมีโมเดลเศรษฐกิจแบบสหรัฐอย่างเต็มพิกัด แนวคิดด้านการพัฒนาเศรษฐกิจจึงเน้นระบบตลาดเสรี เน้นการพัฒนาและลงทุนอย่างเต็มสูบ และที่สำคัญ เป็นกลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่ภักดีต่อ IMF ธนาคารโลก และสหรัฐอย่างยิ่ง

คำว่า “เทคโนแครต” อาจไม่เป็นที่คุ้นหูในยุคนี้ แต่ในยุคก่อนและหลังวิกฤตการเงินเอเชียเป็นคำที่ใช้พร่ำเพรื่ออย่างยิ่ง หมายถึงนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการศึกษาจากสหรัฐรับฟังแนวนโยบายจากธนาคารโลก และยอมรับเงื่อนไขการปรับโครงสร้างการเงินตามคำแนะนำของ IMF โดยดุษณี

ผู้เชี่ยวชาญกลุ่มนี้ในประเทศไทยเคยมีบทบาทระหว่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับแรกถึงวิกฤตการเงินปี 2540 แต่ในแถบละตินอเมริกา คนกลุ่มนี้ยังมีอิทธิพลอยู่มาก

คู่แข่งรายต่อมาที่เผยตัวเมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้ว คือ สแตนลีย์ ฟิชเชอร์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอิสราเอล เป็นนักเศรษฐศาสตร์ชั้นแนวหน้าของโลก เคยดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งแมสซาชูเซตส์ และเป็นหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลกระหว่างปี 25312533

ฟิชเชอร์ ยังเป็นคนเก่าคนแก่ของ IMF ไม่น้อยไปกว่าผู้สมัครจากเม็กซิโก เพราะดำรงตำแหน่งรองกรรมการบริหารของ IMF ตั้งแต่ปี 2537 ผ่านช่วงเวลาอันคับขัน ระหว่างวิกฤตการเงินเอเชีย และภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐเมื่อปี 2543 ล่าสุดได้รับเลือกเป็นผู้ว่าการธนาคารกลางอีกครั้ง ด้วยนโยบายผลักดันเศรษฐกิจอิสราเอลให้โตถึง 5%

ที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือ ฟิชเชอร์ ตัดสินใจลงสมัครตำแหน่งผู้อำนวยการในช่วงเวลาเหลือเพียง 11 ชั่วโมงก่อนถึงเส้นตายปิดรับสมัคร ด้วยมูลเหตุใดนั้น จะวิเคราะห์ในลำดับต่อไป

ทั้งนี้ หากจะให้สรุปคุณสมบัติของแต่ละรายอย่างรวบรัด

คริสติน ลาการ์ด จากฝรั่งเศส คือนักการเมืองโมเดลสหภาพยุโรป (EU) ตัวแทนจากขนบเดิม

อกุสติน คาร์สเทนส์ จากเม็กซิโก คือ เทคโนแครตจากตลาดเกิดใหม่ แต่มาจากสายอเมริกัน

สแตนลีย์ ฟิชเชอร์ จากอิสราเอล คือ นักเศรษฐศาสตร์มากประสบการณ์ มีทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ

จะเห็นได้ว่า นอกจากพื้นเพจะแตกต่างกันแล้ว ผู้สมัครทั้งสามคนยังมีพื้นฐานด้านการบริหารองค์กรที่แตกต่างกัน ฝ่ายหนึ่งเป็นนักการเมืองเต็มขั้น มีประสบการณ์ด้านธุรกิจกฎหมาย (ลาการ์ด) อีกฝ่ายเป็นผู้เชี่ยวชาญอิสระกึ่งข้าราชการ (คาร์สเทนส์) และอีกฝ่ายเชี่ยวชาญทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ (ฟิชเชอร์)

ไม่ว่าจะมีความสามารถในด้านใด ก็ล้วนแต่มีประโยชน์ในการปรับปรุง IMF ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่ออย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่กองทุนเผชิญกับวิกฤตศรัทธาจากกรณีอื้อฉาวของผู้อำนวยการคนก่อน

ทั้งยังต้องเผชิญกับแรงท้าทายหนักหน่วงจากตลาดเกิดใหม่ ให้ปรับโครงสร้างองค์กรโดยเพิ่มสิทธิและเสียงให้นานาประเทศอย่างเท่าเทียมกัน (จากเดิมที่ IMF เป็นตัวแทนของประเทศพัฒนาแล้ว เจ้ากี้เจ้าการให้ประเทศพัฒนาที่ประสบกับวิกฤตการเงินต้องปรับโครงสร้าง และสละอธิปไตยทางการเงินบางส่วน ซึ่งความเจ็บปวดนี้คนไทยรุ่นปี 40 ย่อมทราบกันดี)

อย่างไรก็ตาม ด้วยพื้นเพที่ต่างกันนี่เองจะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้น้ำหนักเอนเอียงไปในทางฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างชัดเจน จนในที่สุดไม่อาจเรียกได้ว่าการแข่งขันครั้งนี้เป็นการแข่งอย่างสูสี

เมื่อลองมองย้อนกลับไปที่ “ยกแรก” ของการสรรหาผู้อำนวยการ IMF คนใหม่ จะพบแรงต้านหนักหน่วงจากตลาดเกิดใหม่ แต่ในช่วงเวลาไม่กี่สัปดาห์ ตลาดเกิดใหม่กลับวางมือ แม้แต่บราซิล ซึ่งมีท่าทีรุกคืบที่สุด ยังยินยอมให้กระทำตามขนบเดิม นั่นคือ ให้ชาวยุโรปนั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการคนต่อไป

คาดว่าอาจเป็นเพราะกระบวนการต่อรองอย่างหนักหน่วงและซับซ้อน จึงทำให้ยุโรปและตลาดเกิดใหม่สามารถลงรอยกันได้ ดังจะเห็นได้ว่า ไม่ว่า ลาการ์ด จะเดินสายไปที่ใด ล้วนแต่ได้รับเสียงสนับสนุนอย่างเต็มที่ไม่มีผิดหวัง ไม่ว่าจะเป็นอียิปต์ บาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขณะที่จีน อินเดีย และอินโดนีเซีย ตอบรับคำร้องขอให้สนับสนุน ลาการ์ด เช่นกัน แต่ยังสงวนท่าทีเล็กน้อย

หากเป็นกรณีของ คาร์สเทนส์ และ ฟิชเชอร์ กลับมีแรงต้านและอาการเย็นชาจากตลาดเกิดใหม่ ดีไม่ดีจะยิ่งมากกว่า ลาการ์ด หลายเท่า

สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะทั้ง คาร์สเทนส์ และ ฟิชเชอร์ แสดงตนเป็นตัวแทนจากขั้วอำนาจสหรัฐอย่างชัดเจนเกินไป ที่ผ่านมาแม้สหรัฐจะไม่กระโตกกระตากส่งตัวแทนของตนเข้ามาชิงเก้าอี้ตัวนี้ เพราะมีสิทธิในการแต่งตั้งประธานธนาคารโลกอยู่แล้วตามธรรมเนียม แต่สหรัฐยังสามารถสนับสนุน “นอมินี” ของตนได้อย่างทางลับและเปิดเผย

คาร์สเทนส์ ถึงเป็นตัวแทนจากเม็กซิโก ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่เข้าข่ายกลุ่มตลาดเกิดใหม่ แต่พื้นเพของ คาร์สเทนส์ เกี่ยวพันกับสหรัฐอย่างเต็มพิกัด ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชิคาโก อันเป็นเสมือนตักสิลาแห่งสำนักเศรษฐศาสตร์เสรีนิยมแบบอเมริกัน ได้รับการฝึกฝนตามแบบเทคโนแครตสายสหรัฐ และยอมคล้อยตามคำสั่งของชาติตะวันตกในนามของ IMF ในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังพัฒนาเผชิญกับวิกฤตการเงิน

คุณลักษณะเหล่านี้ โดยเฉพาะคุณสมบัติหลังสุด จะสร้างความไม่พึงพอใจให้กับตลาดเกิดใหม่อย่างยิ่ง เพราะในยุคนี้ตลาดเกิดใหม่มีพัฒนาทางเศรษฐกิจที่คึกคักกว่าประเทศพัฒนาแล้ว และต้องการเพิ่มสิทธิและเสียงให้กับตน มิใช่เลือกสรรผู้อำนวยการ IMF คนใหม่ที่มีแนวโน้มเข้าข้างสหรัฐ ซึ่งเคยชี้นำ IMF ในยุคที่ตลาดเกิดใหม่ตกต่ำ และถูกเอารัดเอาเปรียบสารพัด

ส่วน ฟิชเชอร์ แม้จะเชี่ยวชาญทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ พร้อมด้วยประสบการณ์ในองค์การการเงินระดับโลกหลายทศวรรษ แต่มีข้อจำกัดด้านอายุที่สูงวัยถึง 65 ปี แม้แต่เท่านั้น อิสราเอลยังเป็นรัฐที่อิงแอบกับสหรัฐอย่างใกล้ชิด จนไม่อาจทำให้ประเทศในตะวันออกกลางไว้วางใจได้ และด้วยความใกล้ชิดกับสหรัฐเช่นกัน จะทำให้ตลาดเกิดใหม่เมิน ฟิชเชอร์ เหมือนกับที่เมิน คาร์สเทนส์

ลาการ์ด อาจไม่มีทักษะเท่ากับ คาร์สเทนส์ และความสามารถไม่รอบจัดเท่ากับ ฟิชเชอร์ ทั้งยังเป็นชาวยุโรปเหมือนที่เคยเป็นมา แต่มีความสามารถประการหนึ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในยุคสมัยที่ขั้วอำนาจโลกกำลังแปรเปลี่ยน นั่นคือ สามารถจับทิศทางกระแสลมของความเปลี่ยนแปลงได้ และยอมโอนอ่อนไปตามทิศทางลมกระแสนั้น

วันนี้กระแสลมกำลังพัดไปที่ตลาดเกิดใหม่ ไม่ใช่ยุโรปหรือสหรัฐแต่ฝ่ายเดียวอีกต่อไป

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท