
ฆ่าโหดพิธีกรดังเมืองตรัง
คนร้ายเหี้ยมดักฆ่าโหดคุณลุงคนดี พิธีกรท้องถิ่นตามงานต่างๆ ใน อ.เมืองตรัง หลังจากกลับจากไปตัดหญ้าในสวน ตำรวจคาดเป็นคนที่รู้จักกันดี และเคยขัดแย้งรุนแรงมาก่อน
คนร้ายเหี้ยมดักฆ่าโหดคุณลุงคนดี พิธีกรท้องถิ่นตามงานต่างๆ ใน อ.เมืองตรัง หลังจากกลับจากไปตัดหญ้าในสวน ตำรวจคาดเป็นคนที่รู้จักกันดี และเคยขัดแย้งรุนแรงมาก่อน
เมื่อเวลา 00.15 น พ.ต.ท.บรรเทา ปลอดทอง สารวัตรเวรสอบสวน สภ.เมืองตรัง รับแจ้งเหตุมีคนถูกฆ่าเสียชีวิตบนถนน หมู่ที่ 9 บ้านควนเทียม ต.น้ำผุด อ.เมือง จ.ตรัง หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และรุดไปตรวจสอบ พบร่างของ นายเชย พูลสุด อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 198/1 หมู่ที่ 3 ต.นาหมื่นศรี อ.นาโยง จ.ตรัง ในสภาพนอนตะแคงจมกองเลือด โดยที่ขาซ้ายยังคร่อม รถ จยย. ยี่ห้อฮอนด้า ดรีม สีแดง หมายเลขทะเบียน ท-3128 ตรัง ที่ล้มตะแคงอยู่บนถนนลูกรัง ส่วนที่เบาะหลังมีเครื่องตัดหญ้าผูกติดไว้อยู่ ใกล้กันยังมีแกลลอนน้ำมัน และขวดน้ำดื่มหล่นกระจัดกระจาย
จากการชันสูตรพลิกศพพบบาดแผลที่บริเวณศรีษะด้านขวา มีร่องรอยถูกทุบด้วยของแข็งจนกะโหลกยุบหายไปทั้งแถบ และลูกตาด้านซ้ายหลุดถลนออกมานอกเบ้า นอกจากนั้น ที่บริเวณลำคอขวายังมีร่องรอยถูกแทงด้วยอาวุธมีดอีกด้วย ส่วนที่ลำคอซ้ายมีร่องรอยซึ่งยังไม่แน่ชัดว่า เป็นรอยกระสุนปืน หรืออาวุธมีด อีก 1 แผล ขณะที่บริเวณน่องซ้ายพบบาดแผลเหอะหวะเป็นทางยาว ซึ่งแพทย์สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากการล้มรถและขาไปกระแทกกับที่วางเท้า รถ จยย.และพงหญ้าข้างทาง นอกจากนั้น ยังพบคราบเลือดสาดกระเซ็นกระจายไปทั่ว และพบที่วางเท้ารถ จยย.หลุดกระเด็นตกบนถนนด้วย
นางช้าย พูลสุด อายุ 60 ปี ภรรยา ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุสามีได้ออกจากบ้านตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 12 มิถุนายน 2554 เพื่อไปตัดหญ้าในสวน กระทั่งเห็นว่าใกล้ค่ำแล้วสามียังไม่กลับบ้าน จึงได้โทรศัพท์ไปหาหลายครั้งแต่ก็ไม่มีการรับสาย ด้วยความเป็นห่วงและเกรงว่าสามีอาจจะเป็นลม จึงได้ชวนหลานชายขับขี่รถออกไปตามสามีที่สวน และพบถูกฆ่าตายกลายเป็นศพแล้ว ส่วนปมเหตุของการถูกสังหารนั้น ตนไม่ทราบ เพราะที่ผ่านมาสามีไม่เคยเล่าปัญหาความขัดแย้งกับใครให้ฟัง
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ผู้ตายเป็นคนดี สนุกสนานร่าเริง และไม่เคยมีความขัดแย้งกับใคร อีกทั้งยังช่วยเป็นพิธีกรตามงานต่างๆ ในท้องถิ่นด้วย ส่วนคนร้ายน่าจะรู้จักกับผู้ตายเป็นอย่างดี และเคยมีสาเหตุขัดแย้งกันอย่างรุนแรงมาก่อน โดยอาจจะมาดักรอพบผู้ตายที่บนถนนจุดเกิดเหตุ แล้วได้มีการพูดคุยเพื่อตกลงปัญหาบางเรื่อง แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ ทำให้คนร้ายเกิดความไม่พอใจและใช้อาวุธมีดแทง ก่อนที่จะใช้ของแข็งทุบอย่างไม่ยั้งจนเสียชีวิตดังกล่าว ส่วนชนวนเหตุพุ่งเป้าไปที่ความขัดแย้งส่วนตัว อย่างไรก็ตาม จะได้เรียกผู้ใกล้ชิดมาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง เพื่อดำเนินการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป







