
ขนพองสยองเกล้า
วันดีคืนดีอาจถูกหวยเป็นรัฐมนตรี คงได้สยองมากกว่านั้น ด้วยการนำพาคนหิ้วถังน้ำมันมาเป็นเลขารมต. ส่วนการ์ดเฝ้าเวที ก็คงไต่ระดับเป็นทีมรักษาความปลอดภัย
วันดีคืนดีอาจถูกหวยเป็นรัฐมนตรี คงได้สยองมากกว่านั้น ด้วยการนำพาคนหิ้วถังน้ำมันมาเป็นเลขารมต. ส่วนการ์ดเฝ้าเวที ก็คงไต่ระดับเป็นทีมรักษาความปลอดภัย
โดย...อสนีบาต
"คนนี้มาแรง สัญชาติญาณบอก" นึกถึงเพลงวัยรุ่นของวงนูโวยุคโด่งดัง เข้ากันได้ดีกับบรรดานักการเมือง ที่กำลังชิงอำนาจผ่านการเลือกตั้ง เพราะไม่ทันเข้าสภา พฤติกรรมคุ้นชิน แสดงออกผ่านสายตาประชาชน เหมือนกำลังบอกว่า ตั้งแต่เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย และหรือกำลังกลับเข้ามาเบียดแย่งตำแหน่งเสนาบดี สามารถทำให้พลิกเปลี่ยนสถานะตัวเองให้ยิ่งใหญ่คับฟ้าเสียเหลือเกิน
แปลกแปร่ง ตั้งแต่ก่อนยุบสภา มีเสียงคำรามลั่น หากได้เป็นรัฐบาลเมื่อไหร่ กรมโน้นกรมนี้โปรดระวัง จะปลดอธิบดีให้ดูเป็นขวัญตา น่าเศร้าเหลือเกินที่บ้านนี้เมืองนี้ไม่มีกฎหมายคุ้มครองผู้ไม่ได้รับความธรรมกันแล้วหรือ ถึงปล่อยให้อันธพาลท้ายซอยข่มขู่กันได้ถึงขนาดนี้ ทั้งที่มีชนักติดหลังเป็นผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย
แต่อีกนั่นแหละวันดีคืนดีอาจถูกหวยเป็นรัฐมนตรี คงได้สยองมากกว่านั้น ด้วยการนำพาคนหิ้วถังน้ำมันมาเป็นเลขารมต. ส่วนการ์ดเฝ้าเวที ก็คงไต่ระดับเป็นทีมรักษาความปลอดภัย และถ้าจะให้สุดสุดไปเลย อาจได้เห็นชุดปฏิบัติการพิเศษภายใต้คำสั่งรัฐมนตรีถูกหวย เตรียมการเลี้ยงดูปูเสื่อผู้ต้องหาหนีคดีก่อการร้ายที่ครั้งหนึ่งเคยประกาศว่า ให้เตรียมขวดมาคนละใบ น้ำมันมารอรับที่กรุงเทพ ฯ ทำกันให้เอิกเกริกเข้าไว้ จะได้ ยิ่งใหญ่สมการรอคอยประชาธิปไตยตามแบบฉบับ(กฎหมู่ )
ครั้นบินลัดฟ้าขึ้นเหนือ ถ้าหูไม่หนวกก็ได้ยินเสียงประกาศกร้าวจะย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด พอกลับมากรุงเทพ ฯ หดหู่เข้าไปอีก กับการปลุกมวลชนออกไปกดดันหน่วยงานรัฐที่ทำหน้าที่ตรวจสอบขบวนการหมิ่นสถาบันภายใต้บัญชาเกมของผู้เรียกตนว่านักการเมืองกร่าง ด้วยการอ้างว่า เป็นการกลั่นแกล้งผู้สมัคร มีผลให้เกิดความเข้าใจผิดในคะแนนนิยม ฝ่ายหน่วยงานรัฐต้องสยองเกล้า กับ ข้อเรียกร้องกฎหมู่ ส่งผลให้เลื่อนการสอบขบวนการจาบจ้วงออกไป
วิปริตกว่านั้น ต่อข้อเรียกร้องให้หยุดปราบยาเสพติดในช่วงเลือกตั้ง ท่ามกลางความสงสัยทำไมถึงเต้นนักกับนโยบายนี้ ทั้งที่เจ้าหน้าที่รัฐกำลังปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สุขประเทศชาติ แต่กลับมีนักการเมืองประหลาดออกมาขัดขวางด้วยข้ออ้างเดิม “ กำลังมีความพยายามกลั่นแกล้งนักเลือกตั้งผ่านการปราบปรามยาเสพติด”
มันเกี่ยวกันอย่างไรเหรอพ่อเจ้าพระคุณเอ้ย
เว้นเสียแต่ นักการเมืองคนนั้นจะร้อนตัวเพราะเอี่ยวกับขบวนการยาเสพติด
ในที่สุดมีเค้าความเป็นจริงจนได้ หลังมีเสียงฮึ่มฮั่มผ่านนักการเมืองกรุงเทพ สะเทือนไปถึงพื้นที่ภาคเหนือ เมื่อมีการจับได้ไล่ทันขบวนการยาเสพติดเกี่ยวพันนักการเมือง ก็พากลุ่มมวลชนไปปิดล้อมเจ้าหน้าที่รัฐ จุดชนวนความขัดแย้งระหว่างผู้บัญชาการงานมั่นคงกับนักการเมือง ที่ทำท่าจะขยายปมเป็นรอยปริร้าวในไม่ช้า
ภายใต้ถ้อยคำสวยหรู “มาแก้ไขไม่ได้แก้แค้น” แต่สิ่งที่กระทำช่างแตกต่างราวฟ้ากับเหว ณ นาทีนี้ อย่าเพิ่งไปโทษคู่แข่งขันฝั่งตรงกันข้ามหาเรื่องสาดโคลนเลย ลองนำกระจกบานใหญ่สะท้อนดูพวกรอบกาย ได้สรรสร้างหนทางแก้ไขหรือเพิ่มแรงแค้นให้สังคม
ตัวอย่างที่…อสนีบาต…หยิบยกข้างต้น เป็นคำถามถึงเผ่าพันธุ์กระสันอำนาจที่ปากพล่ามหาความปรองดอง แต่ถ้าตัวต้นเหตุของปัญหายังไม่รู้สึกรู้สามองเห็นด้านมืดตัวเอง นับประสาอะไรจะปรองดองกันได้
การได้เป็นนักการเมือง ยิ่งใหญ่อย่างนี่แหละท่าน ใครถูกตรวจสอบเป็นไม่ได้ ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นสื่อสารมวลชน เครือข่ายภาคประชาชน หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐ ก็คงต้องหยุดนิ่งปล่อยให้เชื้อร้ายแพร่พันธุ์ผ่านหน้าผ่านตา โดยมิอาจสะกิดสะเกากันได้เลย
ทำเอาหลายคนขี้หดตดหายกันหมดแล้ว ด้วยการอ้างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. มาตรา 53 ใครหลอกลวงใส่ร้าย เป็นผลให้คะแนนนิยมเปลี่ยนแปลง ต้องถูกฟ้องโดนดำเนินคดี แต่กรุณาอ่านให้หมด มองวรรคถัดไปสักนิด หากข้อมูลเหล่านั้นเป็นที่ประจักษ์ชัด ถึงความจริง ผิดด้วยหรือที่จะออกมาตักเตือน
ดูไปดูมาเหมือนทุกองคาพยพตกอยู่ในเขตปลอดการตรวจสอบ ปล่อยให้นักการเมืองชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้ โดยที่สื่อเดินตามกระแสไปเช่นนี้
อนาถดีแท้ สภาพสังคมประชาธิปไตยภายใต้นักการเมืองเป็นใหญ่แต่ผู้เดียว







