
ยื้อเหล็กขยับราคา
ยื้อเหล็กปรับขึ้นราคา รอรัฐบาลใหม่สั่งการ พาณิชย์อ้างตลาดซบ
ยื้อเหล็กปรับขึ้นราคา รอรัฐบาลใหม่สั่งการ พาณิชย์อ้างตลาดซบ
กระทรวงพาณิชย์รายงานภาพรวมความต้องการใช้เหล็กในตลาดขณะนี้ค่อนข้างซบเซา ดังนั้น จึงมีแนวโน้มที่คณะอนุกรรมการพิจารณาราคาแนะนำเหล็กเส้นและเหล็กรูปพรรณจะยังไม่ประชุมพิจารณาปรับขึ้นราคาตามที่ผู้ประกอบการยื่นหนังสือเรียกร้องเข้ามา โดยจะรอให้มีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศก่อนเพื่อให้เป็นผู้กำหนดนโยบาย
ทั้งนี้ เมื่อรวมสินค้าอีก 3 รายการก่อนหน้านี้ ที่ยื่นขอปรับราคามา รัฐบาลชุดใหม่ต้องพิจารณารวม 4 รายการ คือ ยางรถยนต์ แบตเตอรี่ สายไฟฟ้า และเหล็ก
อย่างไรก็ตาม สินค้าเหล็กไม่ได้ขึ้นราคามากว่า 2 ปีแล้ว โดยใช้ราคาแนะนำเดือน มี.ค. 2552 ข้อมูลล่าสุดจากกรมการค้าภายในแจ้งว่า ราคาวัตถุดิบเหล็กแท่งยาวช่วงปักษ์หลังเดือน เม.ย. อยู่ที่ตันละ 2.08 หมื่นบาท เพิ่มขึ้นจากราคาเฉลี่ยปี 2553 อยู่ที่ตันละ 1.87 หมื่นบาท
เหล็กแท่งแบนตันละ 2.27หมื่นบาท เพิ่มจากราคาเฉลี่ยปี 2553 อยู่ที่ตันละ 1.73 หมื่นบาท ส่วนทองแดง ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตสายไฟฟ้า ราคาปักษ์หลังเดือนเม.ย. อยู่ที่ตันละ 2.88 แสนบาท เพิ่มขึ้นจากราคาเฉลี่ยปี 2553 ที่ตันละ 2.38 แสนบาท
ขณะที่ปุ๋ยเคมียังรอให้เอกชนส่งต้นทุนมาเสนอ โดยต้นทุนที่แจ้งเข้ามาต้องสูงกว่า 1,000 บาท จึงจะพิจารณาแหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า แม้ว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะเปิดช่องให้กรมการค้าภายในเรียกประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาราคาแนะนำปุ๋ยเคมี เพื่อพิจารณาปรับขึ้นราคาได้ หากต้นทุนวัตถุดิบนำเข้ารอบใหม่สูงขึ้นเกินกว่าราคาเพดานแนะนำที่กรมอนุมัติปรับขึ้นราคาไปก่อนหน้านี้ โดยให้ผู้ผลิตแจ้งหลักฐานต้นทุนนำเข้าเข้ามา แต่ราคาวัตถุดิบที่ปรับขึ้นนั้น จะต้องสูงกว่า 1,000 บาท/ตัน ขึ้นไป เพราะหากต้นทุนวัตถุดิบขึ้นในระดับเล็กน้อย ก็ให้ผู้ผลิตปุ๋ยใช้วิธีบริการจัดการต้นทุนไปก่อน เพื่อไม่ให้กับกับเกษตรกรผู้ใช้ปุ๋ยเคมีมากเกินไป
++ก่อนหน้านี้ สมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย ระบุว่าผู้ผลิตปุ๋ยได้รับความเดือนร้อนจากการอนุมัติปรับขึ้นราคาปุ๋ยเคมีของกรมการค้าภายในไม่สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยราคาเพดานสูงสุดที่ได้รับอนุมัติอยู่ที่ 1.42 หมื่นบาท/ตัน ขณะที่ต้นทุนนำเข้าอยู่ที่ 1.47 หมื่นบาท/ตัน เมื่อรวมกับค่าขนส่ง ค่าบริการจัดการ จะทำให้การนำเข้าแม่ปุ๋ยมาผลิตมีต้นทุนสูงถึง 1.571.58 หมื่นบาท/ตัน หรือมีต้นทุนสูงขึ้นแล้ว 1,600 บาท/ตัน ทำให้ผู้ผลิตบางรายลดการนำเข้าแม่ปุ๋ยมาผลิต เนื่องจากประสบภาวะขาดทุน







