posttoday
ฝ่าวิกฤตปฏิบัติการกู้เรือน้ำตาล

ฝ่าวิกฤตปฏิบัติการกู้เรือน้ำตาล

12 มิถุนายน 2554

เรือน้ำตาล 2,400 ตัน ที่ล่มกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ในพื้นที่ ต.ภูเขาทอง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

เรือน้ำตาล 2,400 ตัน ที่ล่มกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ในพื้นที่ ต.ภูเขาทอง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

ไม่เพียงแต่ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม จากน้ำตาลที่ละลายลงแม่น้ำ ทำให้สูญเสียพันธุ์ปลาในแม่น้ำไปกว่า 80 ตัน และเรือที่ขวางลำน้ำ ทำให้กระแสน้ำเปลี่ยนทิศทางกัดเซาะตลิ่ง ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนริมตลิ่งต้องรื้อถอนไปแล้ว 1 หลัง แต่อีกประเด็นหนึ่ง ที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือ การจัดการอุบัติการขนส่งทางเรือ ซึ่งหากนับตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค. ที่เรือเกิดอุบัติเหตุชนตอม่อสะพานจนจมลง จนถึงวันนี้ ก็เป็นเวลา 12 วัน

ช่วงเวลาเกือบ 2 สัปดาห์ที่ยังไม่สามารถจัดการให้ผู้เกี่ยวข้องกับการเกิดอุบัติเหตุรับผิดชอบชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น ภาครัฐเองก็ไม่มีระเบียบการให้ความช่วยเหลือ แม้จะประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ แต่การช่วยเหลือชดเชยค่าเสียหายก็ไม่สามารถให้ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เนื่องจากเป็นภัยพิบัติที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ไม่ใช่ภัยธรรมชาติ รวมทั้งยังไม่สามารถกู้ซากเรือที่ขวางลำน้ำขึ้นมาได้

แม้ในอดีตจะเคยเกิดอุบัติเหตุทำนองนี้มาแล้วหลายครั้ง แต่กระบวนการจัดการเพื่อคลี่คลายปัญหาก็ยังไม่มีประสิทธิภาพ

ความพยายามกู้เรือโดยนำเรือเล็กมาลากเรือน้ำตาลของเจ้าของเรือในช่วงแรก ไม่เพียงไม่สำเร็จ แต่กลับจบลงด้วยโศกนาฏกรรมซ้ำซ้อน เมื่อกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากซัดเรือลากจูงจนจม และนายท้ายเรือจมน้ำเสียชีวิต

ขณะเดียวกัน กระแสน้ำวนรอบเรือที่กัดเซาะตลิ่งขยายวงกว้างออกไป จนส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนริมน้ำ ทำให้ต้องเร่งทำการกู้เรือแข่งกับเวลา ก่อนความเสียหายจะขยายวงกว้างไปมากขึ้น

หลายวันต่อมาจึงมีการระดมสรรพกำลัง ทั้งกำลังคน อุปกรณ์เครื่องมือ และความรู้จากหลายภาคส่วน เพื่อกู้วิกฤต และสรุปแผนกู้เรือโดยการใช้พอนทูนซึ่งมีลักษณะเป็นกล่องเหล็ก หรือแคปซูลขนาดใหญ่ หลักการทำงานคล้ายเรือดำน้ำ หากสูบน้ำเข้าจนเต็มก็จะจม แต่หากสูบน้ำออกจนหมด พอนทูนก็จะลอยตัวขึ้นจากน้ำเพื่อยกเรือให้ลอยขึ้นมาเหนือน้ำ

ฝ่าวิกฤตปฏิบัติการกู้เรือน้ำตาล

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เช้าของวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา กรมเจ้าท่า ตลอดทั้งเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทุกฝ่ายได้ระดมกำลัง เครื่องจักรกลหนัก เครื่องยนต์จำนวน 6 ลำ โดยเจ้าหน้าที่ได้พยายามนำพอนทูน หรือโป๊ะลอยน้ำจำนวน 2 ตัว น้ำหนัก 100 ตัน สอดเข้าไปใต้ท้องเรือสินค้าที่จมน้ำในบริเวณหัวเรือและท้ายเรือเพื่อยกเรือให้ลอยขึ้นมา แต่การดำเนินการยังคงเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากกระแสน้ำที่มีระดับสูงขึ้นและไหลแรง ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ ทำให้นำพอนทูนสอดเข้าไปได้เพียง 1 ตัว จึงได้หารือกับกองทัพเรือ โดยการนำบอลลูนอีก 4 ตัวเข้ามาช่วยเสริมใต้ท้องพอนทูน เพื่อพยุงเรือที่จมให้ลอยขึ้นมาจากน้ำก่อน คาดว่าในวันที่ 12 มิ.ย. จะสามารถ ลากเรือออกไปกู้บริเวณที่ไม่มีผลกระทบกับชุมชนได้

ฝ่าวิกฤตปฏิบัติการกู้เรือน้ำตาล

นายถวัลย์รัฐ อ่อนศิระ อธิบดีกรมเจ้าท่า บอกว่า กระแสน้ำไหลแรงเป็นอุปสรรคการกู้เรือ ทำให้ต้องลุ้นในวันนี้อีกว่าจะสามารถกู้เรือได้สำเร็จหรือไม่ เนื่องจากน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก ประกอบกับเรือน้ำตาลที่มีความยาวถึง 40 เมตร สูง 5 เมตร หัวเรือทิ่มลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยา การกู้เรือดังกล่าวมีความเสี่ยงอันตรายสูง เจ้าหน้าที่ต้องใส่เสื้อชูชีพทุกคน ทำให้ต้องปิดการจราจรทางน้ำชั่วคราว บริเวณพื้นที่แม่น้ำเจ้าพระยา สะพานหัวดุม ต.ภูเขาทอง ไปจนถึงสะพานวัดกษัตราธิราช โดยกำหนดให้เรือลำเลียง เรือลากจูง เดินเรือเฉพาะกรณีเร่งด่วนและมีความจำเป็นเท่านั้น เพื่อให้การกู้เรือเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และปลอดภัยต่อการเดินเรือ

นอกจากนี้ ยังได้แจ้งให้ชาวเรือทราบถึงการกำหนดให้เรือที่แล่นผ่านบริเวณจุดที่เรือจม เดินเรือชิดแนวฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา และให้เรือลากจูงลากเรือลำเลียงที่เป็นเรือหนักได้ครั้งละ 1 ลำ พร้อมทั้งให้มีเรือดึงด้านท้ายเรือลำเลียงอีก 1 ลำ และให้ใช้เครื่องขยายเสียงหรือวิทยุแจ้งให้เจ้าท่าทราบเมื่อเดินเรือเข้ามาในเขตควบคุมการเดินเรือ พร้อมทั้งจัดชุดจัดทำแนวป้องกันการกัดเซาะตลิ่ง โดยตอกเสาเข็มตามแนวบริเวณเหนือเรือน้ำตาลจมเพื่อลดและเปลี่ยนกระแสน้ำ และถมถุงทรายด้านในตามแนวเสาเข็ม

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนที่ท้าทายความสามารถในการกู้วิกฤตของสังคมไทย ซึ่งต้องปฏิรูปกันยกใหญ่ทั้งระบบ

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท