
กะหล่ำปลีปมเปื้อนอีโคไลรอเช็กผลซ้ำ
เชื่ออีโคไลปนเปื้อนในกะหล่ำปลีปมนำเข้าจากยุโรปรอเช็กสายพันธุ์อีก 2-3 วัน
เชื่ออีโคไลปนเปื้อนในกะหล่ำปลีปมนำเข้าจากยุโรปรอเช็กสายพันธุ์อีก 2-3 วัน
นพ.สถาพร วงษ์เจริญ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ผลการตรวจกะหล่ำปลีปม พริกหยวก และแครอต นำเข้าจากสหภาพยุโรป (อียู) เพื่อตรวจหาเชื้ออีโคไล เบื้องต้นพบว่า กะหล่ำปลีปม มีเชื้ออีโคไลปนเปื้อนอยู่ แต่ยังไม่สามารถระบุสายพันธุ์ได้ชัดเจนว่า เป็นสายพันธุ์อันตรายที่ทำให้เกิดโรคหรือไม่
ทั้งนี้ จะต้องมีการตรวจสอบลงลึกในรายละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสายพันธุ์ที่แท้จริง เนื่องจากเชื้ออีโคไลบางสายพันธุ์ไม่เป็นอันตราย และสามารถพบได้ทั่วไปในประเทศไทย ดังนั้นจะต้องมีการเก็บตัวอย่างเพิ่มเติม โดยคาดว่า จะใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน ก็จะทราบผลว่า เป็นเชื้อ อีโคไล สายพันธุ์ใด ส่วนพริกหยวกและแครอต ผลตรวจหาเชื้ออีโคไลยังไม่แล้วเสร็จ
อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวด้วยว่า ขอให้ประชาชนอย่าวิตกกังวล เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุข ได้มีการเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา ขณะเดียวกันเพื่อความไม่ประมาทให้ผู้รับประทานผักผลไม้ล้างให้สะอาดก่อนหรือต้มให้สุกก่อน
อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้แถลงผลการตรวจวิเคราะห์อโวคาโดนำเข้าจากอียูว่าพบเชื้ออีโคไล แต่ไม่ใช่สายพันธุ์โอ 104 หรือสายพันธุ์ที่เป็นอันตราย จึงอนุญาตให้นำเข้าได้ตามปกติ ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ยังคงสุ่มตรวจผักและผลไม้นำเข้าตามด่านต่างๆ ส่งให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจสอบต่อไป
ด้านเฮลมุท เชอร์สกี ชโคนเบิร์ก หัวหน้าหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคของเยอรมนี แถลงยืนยันเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ตามเวลาท้องถิ่นว่า พืชตระกูลถั่วงอกจากฟาร์มทางตอนเหนือของเยอรมนี เป็นต้นตอของการแพร่ระบาดของเชื้อแบคทีเรียมรณะอีโคไล ซึ่งคร่าชีวิตประชาชนไปแล้ว 31 คน โดยในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นชาวเยอรมันขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้ออยู่ที่กว่า 3,100 คน







