posttoday
"วงศ์ศักดิ์" ทวงศักดิ์ศรีคนมหาดไทย

"วงศ์ศักดิ์" ทวงศักดิ์ศรีคนมหาดไทย

12 มิถุนายน 2554

สัมภาษณ์พิเศษ "วงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์" อธิบดีกรมการปกครอง กับความรู้สึกของลูกหม้อมหาดไทยที่เดินหน้าต่อสู้กับฝ่ายการเมือง   

สัมภาษณ์พิเศษ "วงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์" อธิบดีกรมการปกครอง กับความรู้สึกของลูกหม้อมหาดไทยที่เดินหน้าต่อสู้กับฝ่ายการเมือง   

โดย...สุภชาติ เล็บนาค

เส้นทาง 4 เดือนสุดท้ายก่อนเกษียณของ วงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ เริ่มมองเห็นทางสว่าง หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้เร่งรัดการคืนตำแหน่งตามมติของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) โดยล่าสุด สิงห์เฒ่า ชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย (มท.1) ยอมลงนามในคำสั่งคืนตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครองอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว

ภายใต้บุคลิกเคร่งขรึมแบบนักปกครองผู้ดีสมัยเก่าของวงศักดิ์ กลับซ่อนไว้ด้วยวาทะอันคมกริบที่ระบายถึงความรู้สึกคับข้องใจซึ่งมีมานาน “โพสต์ทูเดย์” มีโอกาสได้พูดคุยกับวงศ์ศักดิ์เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกของลูกหม้อกระทรวงมหาดไทยในการต่อสู้กับฝ่ายการเมืองอย่างตาต่อตา ฟันต่อฟัน จนได้รับชัยชนะ และกำลังจะได้กลับไปนั่งบนบัลลังก์เก่าที่กรมการปกครองอีกครั้ง

มหาดไทยยุคผีเน่า-โลงผุ

“ปกติคำคติประจำใจของกระทรวงมหาดไทยคือ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แต่ตอนนี้เราเห็นชัดเจนว่าผู้บริหารกระทรวงเข้าไปวิ่งตามนักการเมือง ปล่อยให้นักการเมืองครอบงำ แล้วอย่างนี้จะรู้ได้อย่างไรว่าประชาชนมีทุกข์อะไร และจะทำอย่างไรจะให้เขามีความสุข” วงศ์ศักดิ์ สรุปปัญหาของกระทรวงมหาดไทยอย่างง่ายๆ ผ่านคำขวัญที่คนในกระทรวงท่องจำจนขึ้นใจ

"วงศ์ศักดิ์" ทวงศักดิ์ศรีคนมหาดไทย

แน่นอนว่าไม่ใช่เสียงวงศ์ศักดิ์เสียงเดียวเท่านั้นที่รำพึงรำพันออกมา เพราะเสียงของข้าราชการ หรือแม้แต่บุคคลภายนอกเองต่างก็บ่นกันงึมงำตลอดช่วง 2 ปี 7 เดือนที่ชวรัตน์และเครือข่ายแห่งพรรคภูมิใจไทยนั่งบริหารงานในกระทรวงเกรดเอแห่งนี้ เพราะทุกโครงการที่อยู่ในการกำกับดูแลล้วนมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างตามมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นปัญหาบัตรสมาร์ตการ์ด การซื้อขายตำแหน่งนายอำเภอ การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงอย่างไม่เป็นธรรม ไปจนถึงเรื่องโครงการเช่าระบบคอมพิวเตอร์ฉาว

วงศ์ศักดิ์ให้คำจำกัดความสั้นๆ แต่ได้ใจความว่า ในวันนี้ผู้บริหารกระทรวงฝ่ายการเมืองและผู้บริหารฝ่ายข้าราชการประจำนั้น เข้าคู่กันเหมือน “ผีเน่ากับโลงผุ”

“ทั้งสองฝ่ายต่างใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โลงผุนี่มักจะสั่งอะไรก็ได้ที่จะทำให้คนของตัวเองเลื่อนตำแหน่งขึ้น โดยไม่ได้คำนึงถึงระเบียบของราชการ ขณะที่ผีเน่าเองก็ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าของข้าราชการในกระทรวงเลย ระบบมันก็เลยเละตุ้มเป๊ะ ข้าราชการก็เสียขวัญและกำลังใจ ไม่มีใครคิดเลยว่าจะทำงานเพื่อประเทศชาติ เพราะมันมีอะไรมาปิดกั้นเขาหมดเลย ถ้าเขาโผล่ขึ้นมาก็เจอแต่ผีเน่ากับโลงผุ” วงศ์ศักดิ์ วิพากษ์วิจารณ์กระทรวงมหาดไทยอย่างเผ็ดร้อน

ย้อนกลับไปเมื่อเดือน มี.ค. 2553 วงศ์ศักดิ์เจอกับตัวเต็มๆ เมื่อเข้าไปขัดแข้งขัดขากับฝ่ายการเมืองด้วยการไม่ลงนามอนุมัติโครงการเช่าคอมพิวเตอร์ของกรมการปกครอง มูลค่า 3,490 ล้านบาท เพราะเอื้อประโยชน์กับเอกชนเพียงรายเดียว ซึ่งโครงการนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีความไม่ชอบมาพากล เพราะก่อนหน้านี้เขาก็เอาตัวเข้าไปขวางโครงการทุจริตสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอ และบัตรประชาชนสมาร์ตการ์ดมาแล้ว

จนกระทั่งผ่านมา 1 ปีเศษ ก.พ.ค.ได้มีคำสั่งให้คืนตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครองแก่นายวงศ์ศักดิ์ เนื่องจากการโยกย้ายที่ผ่านมาเป็นการใช้ดุลพินิจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่จนแล้วจนรอดวงศ์ศักดิ์ก็ไม่ได้รับตำแหน่งคืน ทำให้เขาต้องร่อนหนังสือไปถึง ก.พ.ค. ก.พ. และสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อทวงถามสิทธิของตัวเอง จนในที่สุดก็ตัดสินใจไปร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รวมถึงยื่นฟ้องนายชวรัตน์ และนายวิเชียร ชวลิต ปลัด มท. ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

บัดนี้แม้จะครบ 90 วัน หลังจากที่ ก.พ.ค. ตัดสินมาแล้ว แต่ก็ยังไม่มีปฏิกิริยาใดๆ จากผู้บริหารกระทรวง นอกไปจากคำพูดของชวรัตน์และวิเชียร ที่แสดงความห่วงใยต่อมงคล สุระสัจจะ อธิบดีกรมการปกครองขณะนั้นว่า จะได้รับการเยียวยาอย่างไร และจะไปอยู่ในตำแหน่งใดแทน

“คู่กรณีคือปลัด มท. ไม่ใช่อธิบดีกรมการปกครอง เพราะฉะนั้นหากจะเยียวยาอธิบดีกรมการปกครอง ปลัด มท.ก็ต้องนำเขากลับคืนตำแหน่งเดิม ไม่ว่าจะดำดินมาอย่างไร หรือตีลังกามาอย่างไรก็ต้องกลับไปอย่างนั้น จะอ้างว่ามาด้วยความถูกต้องไม่ได้ เพราะผมก็มาแบบถูกต้องเหมือนกัน” วงศ์ศักดิ์ กล่าวถึงความพยายามที่จะเยียวยานายมงคล ที่มักจะถูกนำมาอ้างในการไม่คืนตำแหน่งให้กับเขา

ที่สุดแล้ว ชวรัตน์ก็จรดปากกาลงนามคืนตำแหน่งให้กับวงศ์ศักดิ์ ในวันที่ครบกำหนด 90 วันตามมติ ก.พ.ค.พอดี โดยที่ยังไม่ชัดเจนว่านายมงคลจะย้ายไปนั่งอยู่ที่ไหน และปัญหาที่คาราคาซังภายในกระทรวงมหาดไทยจะสิ้นสุดลงหรือไม่

สำหรับภารกิจแรกหลังจากได้รับตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครองคืนมา วงศ์ศักดิ์ บอกว่า จะเดินทางลงไปยังภาคใต้เป็นอันดับแรก เพราะปัญหาอุทกภัยและความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนที่ผ่านมา ประชาชนยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจากกรมการปกครองเท่าที่ควร ขณะเดียวกันจะเร่งพิจารณาเยียวยาตำแหน่งให้กับข้าราชการที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะมีข้าราชการที่เสียขวัญกำลังใจเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ ในฐานะที่เป็นคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) จะมีการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายปกครองกับฝ่ายตำรวจ เพื่อดูแลความสงบให้กับประชาชนมากขึ้น โดยเฉพาะการแก้ปัญหายาเสพติดที่ได้มีการร่างแผนงานไว้แล้ว

คู่กัดนักการเมือง

วงศ์ศักดิ์ เล่าให้ฟังว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาไปขัดผลประโยชน์กับนักการเมือง เพราะตั้งแต่ 30 ปีที่แล้ว ขณะที่เป็นปลัดอำเภอก็เคยขัดแย้งกับนักการเมืองมาแล้วเช่นเดียวกัน

“สมัยนั้นกระทรวงมหาดไทยตั้งงบกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค ตำบลหนึ่งได้งบประมาณ 3 แสนบาท แต่ปรากฏว่า สส.ในพื้นที่กลับล็อบบี้เอาเงินทั้งหมดไปสร้างทางเข้าวัด ขณะนั้นเราเป็นปลัดอำเภอที่เตรียมแผนจะนำเงินส่วนนี้ไปสร้างงานสร้างอาชีพพอดี สส.เขาก็เลยเอาพระจากวัดที่จะได้รับถนน ไปยื่นหนังสือต่อผู้ว่าฯ และอ้างว่าเจ้าอาวาสเป็นคนสั่งให้สร้างถนนเข้าวัด เราก็เลยพูดว่าไม่ว่าเจ้าอาวาสวัดไหนก็สั่งผมไม่ได้ทั้งนั้น ผมก็เลยถูกเขาตั้งข้อหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ แต่เราก็ภูมิใจนะ เพราะสุดท้ายประชาชนเข้าใจเรา” วงศ์ศักดิ์ เล่าด้วยความภาคภูมิใจ

"วงศ์ศักดิ์" ทวงศักดิ์ศรีคนมหาดไทย

เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรที่ถูกมองว่าเป็นคนของกลุ่มอำนาจเก่า หรือเป็นคนของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ วงศ์ศักดิ์ตอบทันทีว่า เขาอยู่กับกลุ่มอำนาจปัจจุบันมาได้ตั้งหนึ่งปี ก่อนจะถูกปลด หากเป็นคนของพรรคเพื่อไทยจริงก็คงโดนปลดไปนานแล้ว ซึ่งตลอดระยะเวลาการเป็นข้าราชการที่ผ่านมานั้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอำนาจใดก็ทำงานด้วยอย่างเต็มที่ และยังเคยขัดแย้งกับ สส.ของกลุ่มอำนาจเก่า จนถูกย้ายข้ามห้วยจากผู้ว่าฯ หนองคาย มาอยู่ราชบุรี เมื่อหลายปีที่ผ่านมา

“อย่างท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ ผมก็ชื่นชม เพราะท่านเป็นคนที่มีคุณธรรม เราก็รักท่านเป็นธรรมดา เราไม่มีอะไร เจอหน้าทีไรก็ขอบคุณท่านตลอด แม้ท่านจะโดนกดหรือโดนขี่คออยู่ก็ตาม ท่านก็พยายามช่วยเหลือเราเต็มที่”วงศ์ศักดิ์ บอก

วงศ์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า ระยะห่างระหว่างฝ่ายการเมืองและฝ่ายข้าราชการประจำที่ควรจะเป็นนั้น หากจะไม่ยอมให้การเมืองเข้ามาแทรกแซงเลยคงเป็นไปได้ยาก โดยเชื่อว่าทุกวันนี้บรรดานักการเมืองทั้งหมดยังมีคนดีมากกว่าคนชั่ว แต่ที่ต้องทำคือ พยายามกีดกันไม่ให้โอกาสคนชั่วเข้ามามีอำนาจเหนือข้าราชการประจำ ซึ่งในอดีตที่ผ่านมานั้น เรามี รมว.มหาดไทย ที่มีคุณธรรมเป็นจำนวนมาก และสร้างประโยชน์ได้มากมาย

“ถ้าได้คนแย่ๆ มาเป็นรัฐมนตรีอีก ประเทศก็หายนะ ฉะนั้นประชาชนต้องช่วยกันดู เพราะรัฐมนตรีเขาก็มาจาก สส. ยิ่งกฎหมายทุกวันนี้มีให้เราเลือกพรรคการเมือง เราก็พอจะเห็นหน้าค่าตาได้ว่าคนไหนที่เข้ามามีสิทธิบริหารบ้านเมือง บริหารกระทรวง ก็ต้องย้อนไปดูปูมหลังเขาว่าเขาทำอะไรบ้าง ไม่ใช่หาเสียงแล้วเอาเงินมาซื้อกันตูมตาม หรือโกงการเลือกตั้งแล้วได้เข้ามาเป็น สส. อย่างนี้เราก็เห็นคุณภาพของรัฐมนตรีได้ลางๆ แล้ว” วงศ์ศักดิ์ ฝากกับประชาชน

ค้านปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ
ก่อนหน้านี้ มีกระแสจากคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทย (คปร.) ออกมาว่า รูปแบบหนึ่งที่ต้องปฏิรูปโครงสร้างก็คือ ต้องกระจายอำนาจลงสู่ท้องถิ่น โดยให้ลดบทบาทผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน หรือผู้ใหญ่บ้าน ให้เหลือสถานะเป็นเสมือนพี่เลี้ยงให้กับท้องถิ่นในการดูแลตัวเองเท่านั้น ในฐานะที่เป็นข้าราชการภูมิภาคมานาน และกำลังจะได้เป็นอธิบดีกรมการปกครองอีกครั้ง เขาเถียงอย่างหัวชนฝาและไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของ คปร.

“รัฐธรรมนูญระบุชัดว่า ไทยเป็นรัฐเดี่ยว มีรัฐบาลเดียว แต่รูปแบบการบริหารมีข้าราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น เพราะฉะนั้นส่วนกลางมีนโยบายอะไรหรือจะออกตรวจพื้นที่ย่อมไปได้ทุกแห่ง แต่หากสมมติว่าไม่มีข้าราชการส่วนภูมิภาคอีกต่อไป มีแต่ส่วนกลางกับท้องถิ่นเท่านั้น สมมติว่าทั้งหมดกลายเป็นการเมืองแบ่งขั้วไปหมด หากนายกฯ สังกัดพรรค ก. จะเดินทางไปที่เทศบาล ข. ซึ่งเป็นของอีกพรรค แล้วหัวหน้าพรรค ข. โทร.มาบอกว่าอย่าไปต้อนรับนายกฯ นะ ไม่ต้องเกณฑ์ประชาชนไปรับ ไม่ต้องไปตรวจงาน ไม่ต้องมอบนโยบาย ไม่ต้องกระจายความเจริญ สุดท้ายกลายเป็นว่านายกฯ ไม่มีอำนาจสั่งการอะไรเลย แบบนี้มีปัญหาแน่” วงศ์ศักดิ์ แสดงความเห็น

วงศ์ศักดิ์ ยังกล่าวอีกว่า หากรัฐบาลกลางมาด้วยระบบประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่ซื้อสิทธิขายเสียง และหากข้าราชการประจำไม่ได้มาด้วยใบสั่งการเมืองหรือซื้อตำแหน่งมา ขณะที่ส่วนท้องถิ่นมีการเตรียมความพร้อมและลดบทบาทการเมืองภายในลง โดยทุกฝ่ายทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ประเทศก็จะไปต่อได้

“การลดปัญหาความเหลื่อมล้ำสามารถทำได้โดยไม่ต้องปฏิรูปโครงสร้างอะไรเพิ่มเติม สำคัญที่สุดอยู่ที่การตัดสินใจ และการตรวจสอบกลไกรัฐด้วยประชาชนเองเท่านั้น” วงศ์ศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท