
พรรคการเมืองสร้างมลพิษนโยบายสิ่งแวดล้อม
ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใกล้ตัว
ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใกล้ตัว
แต่ดูจะไกลจากความนึกคิดของพรรคการเมืองที่อาสาตัวเข้ามาแก้ปัญหาให้ประชาชนและประเทศชาติ หรือกล่าวได้ว่าแต่ละพรรคขาดนโยบายสิ่งแวดล้อมใช้ในการหาเสียง
นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ ประธานมูลนิธิเพื่อการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ ระบุว่า นโยบายพรรคการเมืองยังขาดความชัดเจนในทุกด้าน เรื่องแรกไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยตรง ปัจจุบันยังไม่มีพรรคไหนมาพูดว่า พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่ดูแลด้านสิ่งแวดล้อมยังไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ
ขณะที่แนวทางในการกำกับ ควบคุมผู้ปล่อยมลพิษ เงินกองทุนในการจัดการปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับการใช้ปฏิบัติจริง ให้ประชาชนนำไปใช้ดูแลตัวเอง ก็ไม่ได้กล่าวถึงแนวทางในการจัดการที่ชัดเจนเป็นรูปธรรมนัก
นอกจากนี้ สิ่งที่ถูกมองข้ามก็คือการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ยังไม่สอดคล้องกับแนวทางอนุรักษ์ของหน่วยงานราชการ เช่น หน่วยงานอย่างกรมอุทยานแห่งชาติ ที่ยังถูกวางให้เป็นหน่วยงานบริการเป็นหลัก ทั้งๆ ที่ควรจะเป็นเรื่องรองจาก นโยบายที่ต้องเข้าไปมีบทบาทด้านการวิจัยศึกษาค้นคว้าธรรมชาติ
สำหรับนโยบายการจัดการน้ำ แนวทางทั้งที่ผ่านมาและถูกชูขึ้นเป็นนโยบายหาเสียง เป็นแนวคิดที่ยังไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ไม่สามารถดำเนินการให้ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ ขณะเดียวกันก็ไม่มีแนวทางที่ชัดเจนในการสรุปบทเรียนจากความล้มเหลวในการจัดการเรื่องนี้
“สะท้อนให้เห็นว่า นักการเมืองยังไม่คำนึงถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ มีแต่โครงการจัดการน้ำที่เป็นเพียงโครงการที่เรียกคะแนนนิยมเท่านั้น” นายหาญณรงค์ ระบุ
ในขณะเดียวกันนโยบายการบังคับใช้กฎหมายในการดูแลพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมด้านต่างๆ ยังคงถูกคุกคามโดยโครงการพัฒนา หรือโครงการก่อสร้าง
“สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วคือ พื้นที่ชุ่มน้ำบึงกุดทิง อ.บึงกาฬ จ.หนองคาย ซึ่งเป็นพื้นที่เตรียมขึ้นทะเบียนแรมซาร์ไซต์กำลังประสบปัญหา การกำหนดแนวเขตการใช้ประโยชน์ไม่ชัดเจน สิ่งเหล่านี้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต้องเข้ามาแก้ไข แต่กลับถูกละเลยอย่างต่อเนื่อง” นายหาญณรงค์ กล่าว
ประธานมูลนิธิเพื่อการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ มองว่า ปัญหาการจัดการสิ่งแวดล้อมด้านการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นประโยชน์สามารถนำไปใช้ได้จริง รวมถึงการรณรงค์และกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญ มองเห็นปัญหาและแนวทางการแก้ไขสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ยังคงขาดการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเพียงพอ
นอกจากนี้ ปัญหาที่ผ่านมาซึ่งกระทบกับหน่วยงานราชการที่ดูแลด้านสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่องก็คือการโยกย้ายข้าราชการอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งส่งผลไปถึงการได้บุคลากรที่ขาดความเชี่ยวชาญในการแก้ปัญหาให้ตรงจุด จนกลายเป็นปัญหาเรื้อรังในที่สุด
ด้าน นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กล่าวว่า ที่ผ่านมายังไม่มีพรรคการเมืองใดมีนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นรูปธรรมชัดเจน บางพรรคมีแนวคิดในการพัฒนาเป็นโครงการประชานิยมหาเสียง โดยไม่ดูบริบทของโครงการ และนำเสนอข้อมูลอย่างครบถ้วน ที่สำคัญคือยังไม่มีการกำหนดงบประมาณที่ชัดเจนในการเข้ามาดูแล โครงการที่ใช้หาเสียง แจกแจงให้ชัดเจนว่าเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องผลกระทบและความโปร่งใสของโครงการ
ขณะที่มาตรการในระยะยาวซึ่งควรที่จะมีการกำหนดดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ก็ยังไม่มีพรรคไหนนำเสนออย่างชัดเจนเช่นกัน นอกจากนี้ ประเด็นสำคัญ คือ การส่งเสริมหรือพัฒนาเศรษฐกิจ ยังมีนโยบายที่ยังคงไม่สอดคล้องกับแนวทางการดูแลและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ทั้งๆ ที่ปัญหาสิ่งแวดล้อม เป็นปัญหาที่ผูกโยงไปถึงอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
อย่างไรก็ดี วงเสวนาหัวข้อ “โจทย์ใหญ่สิ่งแวดล้อมที่พรรคการเมืองหมางเมิน” จัดโดยชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม ตัวแทนจาก 3 พรรคการเมือง ได้เข้าร่วมอธิบายในประเด็นข้างต้น
ประกอบด้วย คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้อธิบายแนวนโยบายเกี่ยวกับโครงการขนาดใหญ่ว่า ปชป.หลีกเลี่ยงแนวคิดโครงการขนาดใหญ่ที่ไม่จำเป็น โดยคำนึงถึงโครงการที่กระทบต่อธรรมชาติน้อยที่สุด มีแนวคิดเรื่องชุมชนต้นแบบเป็นแนวทางในการจัดการสิ่งแวดล้อม โดยจะบูรณาการเทคโนโลยีด้านต่างๆ เข้ามาสนับสนุน เพื่อจะสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนในอนาคตได้อย่างยั่งยืน
“เรื่องปัญหาเรื่องน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง เราจะใช้ไม้ไผ่ ต้นโมก หรือต้นไม้ที่สามารถช่วยชะลอความเร็วกระแสน้ำ ปชป.ไม่มีแนวคิดจะผันน้ำ สร้างเขื่อน แต่จะฟื้นป่าชายเลนล้านไร่” คุณหญิงกัลยา กล่าว
นายปลอดประสพ สุรัสวดี พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า พท.มีเมกะโปรเจกต์ 4 เรื่อง คือ รถไฟรางคู่ โครงการผันน้ำ โครงการป้องกันน้ำทะเลท่วม และโครงการแลนด์บริดจ์ในพื้นที่ภาคใต้ ทั้งหมดต้องรับฟังความเห็นประชาชน หากไม่มั่นใจเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อมก็ไม่ทำ
ด้าน นายสรยุทธ เพ็ชรตระกูล พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า โครงการขนาดใหญ่ควรทำได้จริง ภท.มีนโยบายเรื่องการบริหารระบบน้ำทั้งระบบ เพราะเล็งเห็นว่าสังคมเกษตรกรจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพ โดยพัฒนาแหล่งน้ำต้นทุนทั้ง 25 ลุ่มน้ำ และพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำขนาดย่อย การกระจายน้ำระบบผสมผสานรวมถึงระบบเปิดที่เป็นคลอง อย่างไรก็ตาม โครงการที่พรรคเสนออาจมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมบ้าง แต่อยู่ในสถานการณ์ที่ดูแลได้







