posttoday

ศึกป้ายทะลุพิกัด

10 มิถุนายน 2554

สำรวจ"ป้ายหาเสียง"พรรคการเมืองช่วงเลือกตั้ง ที่แต่ละพรรคต่างงัดกลยุทธ์ ผุดไอเดียสุดบรรเจิดมาเรียกร้องขอคะแนนจากประชาชนกันอย่างคึกคัก

สำรวจ"ป้ายหาเสียง"พรรคการเมืองช่วงเลือกตั้ง ที่แต่ละพรรคต่างงัดกลยุทธ์ ผุดไอเดียสุดบรรเจิดมาเรียกร้องขอคะแนนจากประชาชนกันอย่างคึกคัก

โดย...ทีมข่าวการเมือง

*****************************

ศึกป้ายทะลุพิกัด

เหลือเวลาไม่ถึงเดือน วันใช้สิทธิเลือกตั้งใกล้เข้ามา นอกจากแต่ละพรรคลงพื้นที่ถี่ยิบขอคะแนนเสียงประชาชน ในส่วนการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ต่างก็ทุ่มสุดกำลัง โดยเฉพาะบรรดาป้ายหาเสียงที่เปิดฉากกันตั้งแต่วันรับสมัครเลือกตั้ง เน้นหนักไปที่รูปลักษณ์หัวหน้าพรรคพร้อมอธิบายนโยบายกว้างๆ เพื่อปูพื้นข้อมูลให้จดจำ

พอเข้าสู่ครึ่งทางเลือกตั้งแต่ละพรรคงัดกลยุทธ์พลิกเปลี่ยนป้ายหาเสียงเวอร์ชัน 2 ตอกย้ำสะดุดตามากเข้าไปอีก หากมองอย่างไม่ซีเรียสแบบว่าผ่อนคลายช่วงจราจรติดขัด ดูอย่างมีสีสันในยามที่เห็น แต่ป้ายถูกทำลายหรือถอดถอนป้ายสัตว์เข้าสภา ก็จะได้อีกมิติทางความคิด

ไล่เรียงดูพรรคการเมืองผุดไอเดียคาดไม่ถึง บางพรรคไปไกลทะลุพิกัด เริ่มจากพรรคภูมิใจไทยขึ้นป้าย “เลี้ยงพ่อแม่ด้วยลำแข้ง” ตามด้วย “เลี้ยงครอบครัวด้วยกำปั้น” ส่วนใครมีภรรยาต้องเจอป้าย “เลี้ยงเมียต้องตบ” ผู้คนผ่านไปผ่านมาคิดได้หลายแง่มุม เป็นการหาเสียงให้ผู้สมัครที่เป็นนักกีฬาหาเงินเลี้ยงชีพ หรือต้องการสื่อสารใช้กำลังสยบศึกปัญหาในบ้าน งานนี้สะบักสะบอมพอควร

ถ้าจะเป็นป้ายภาษาอินเทรนด์เลี่ยงคำไม่สุภาพมีให้เห็นเช่นกัน “อย่าทำนาบนหลังกรู” อ่านผ่านๆ ไม่เข้าใจ ใครไปทำนาบนหลังกรู ต้องมองขึ้นไปบรรทัดบนถึงร้องอ๋อ เขียนนำทางว่า “รถแท็กซี่ไม่ใช่ควาย อย่าทำนาบนหลังกรู” หรือจะเป็นอีกแบบ “พ่อค้า แม่ค้า หาบเร่ ไม่ใช่ควาย อย่าทำนาบนหลังกรู” หวังบอกกล่าวมีนโยบายสร้างที่ทำกิน 1 ล้านคน

ก่อนหน้านี้ พรรคภูมิใจไทยระดมแขกรับเชิญหลากหลายอาชีพ ปรากฏบนป้ายหาเสียง ตั้งแต่ สุเชาว์ นุชนุ่ม นักเตะทีมชาติ ซึ่งใครเห็นนึกว่าเขาลงสมัคร สส. แต่หารู้ไม่ว่าแค่มาเป็นพรีเซนเตอร์ป้ายหาเสียง “สร้างนักกีฬาอาชีพสู้แล้วรวย” หรือจะเป็นกรรมกรก่อสร้าง สาวห้าง ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่บนป้าย “ประเทศนี้ต้องไม่มีคนว่างงาน” หรือจะเป็นพนักงานออฟฟิศ ยืนในห้างสรรพสินค้าชูกระดาษคำว่า ลดภาษีมูลค่าเพิ่ม 2% พร้อมสโลแกน “ได้ถ้วนหน้าของราคาถูกลง”

ทั้งนี้ ทุกป้ายล้วนมีข้อความแทงใจ “พูดแล้วทำ” ติดไว้ด้วย แถมกระทบชิ่งไปถึงบางพรรคที่มีสโลแกน คิดใหม่ ทำใหม่ แต่พรรคภูมิใจไทย “ไม่ต้องคิดใหม่ ทำใหม่ แค่คิดดีมีรางวัล” ถ่ายทอดผ่านภาพเจ้าหน้าที่ อปพร. ที่กำลังง่วนอยู่กับการช่วยเหลือคนเจ็บ ให้รู้ว่าอย่างนี่แหละ “ทำดีมีรางวัล” ด้วยการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการ ผู้บำเพ็ญประโยชน์ให้สังคม

เท่านั้นยังไม่จุใจพบป้ายชนิดชาวนาต้องเกาศีรษะ “กรีดปุ๊บเงินไหลปั๊บ สร้างตู้ ATM ในไร่นา” เพราะถ้าคิดไม่ลึกซึ้งอาจสร้างความงุนงงบนใบหน้า ตู้เอทีเอ็มที่ว่าจะตั้งตรงไหนของท้องนา จะต่อไฟเข้ามายังไงหรือต้องใช้เครื่องปั่นไฟ

พรรคไทยพอเพียง โดยหัวหน้าพรรค จำรัส อินทุมาร เห็นพรรคใหญ่แย่งเก้าอี้นายกฯ กันเหลือเกิน ยิ่งบรรยากาศตามหาความปรองดองกันอย่างนี้เขาจึงอาสาสยบศึกซะเอง ด้วยการขึ้นป้าย “ผมพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 28” ส่วนพรรคการเมืองเก่าแก่กิจสังคม หัวหน้าพรรคอย่าง สุวิทย์ คุณกิตติ ยังขายได้ จึงต้องขับเน้นรูปร่างตัวเองไว้ก่อน ด้วยการยืนแอ็กชันชี้นิ้วเข้าเบ้าตาคนอ่านป้ายพอดิบพอดี พร้อมกับคำง่ายๆ แต่ดูน่ากลัว “ไม่เอาเลือดและความรุนแรง”

เจ้าแห่งไอเดียอีกรายยกให้ ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ จากพรรครักประเทศไทย เน้นจุดเด่นตาโตโชว์สีหน้าเคร่งเครียด ย้อนดูเวอร์ชันแรกอุ้มเจ้าโมโตโมโต้ สุนัขตัวโปรดด้วยข้อความ “เมื่อคุณต้องการความซื่อสัตย์” บ่งบอกต้องมากับสุนัข ตัวแทนความซื่อสัตย์ มาเวอร์ชันสอง เปลี่ยนเป็นอุ้มเด็กสืบทราบเป็นหลานสาวแถวบ้าน ด้วยสโลแกน “การเมืองเหมือนผ้าอ้อม ยิ่งเปลี่ยนยิ่งดี” ว้าว!

พรรคที่พกกีฬามาด้วย ไม่มีพรรคไหนเท่าพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ยึดสโลแกน “รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย พลังไทย สร้างชาติ” คราวนี้พลิกมุม 360 องศา นึกว่าอยู่ในเทศกาลบอลโลก ด้วยป้าย “บอลไทยเตรียมไปบอลโลก” หรือจะเป็นภาพของวิวเยาวภา บุรพลชัย ในชุดนักเทควันโดที่มีข้อความสนับสนุน “โครงการ 1 เขต 1 ศูนย์กีฬา” แต่ที่ทำเอาชาวประชาฝันถึงเงิน 1 ล้านบาท เห็นจะเป็นป้าย “เก็บวันนี้อีก 20 ปี มีเงิน 1 ล้านบาท”

ชาติไทยพัฒนาระบายสีชมพูทุกสนามเลือกตั้ง วาดภาพสร้างปรองดองมากกว่าเสนอนโยบายอื่นๆ ป้ายหาเสียงมีสองแบบ “ปรองดองความสุขของคนไทยทั้งชาติ” “ปรองดองสร้างเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้” ทั้งนี้จะใช้รูปเดี่ยว พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รูปถ่ายคู่ระหว่าง พล.ต.สนั่น และชุมพล ศิลปอาชา รูปเดี่ยวประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รูปเดี่ยว เกษมสันต์ วีรกุล ประกอบป้ายหาเสียงด้วย

ส่วนพรรคการเมืองใหญ่ ประชาธิปัตย์ เดินหน้าลูกเดียว ตั้งแต่ครอบครัวเดินหน้า กรุงเทพฯ เดินหน้า นโยบายทุกอย่างนำไปสู่การเดินหน้าประเทศไทย เนื้อหาป้ายจัดหนักด้วยประโยคตรงๆ ไม่เน้นลีลาแต่ฉาบสีฟ้าชูหัวหน้าอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นจุดขาย เช่น “เพิ่มกำไรอีก 25% จากโครงการประกันรายได้เกษตร” “เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ 25% ภายใน 2 ปี” “เพิ่มทุนกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำเพื่อการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย 250,000 คนต่อปี” “เพิ่มกองกำลังปราบยาเสพติด 2,500 นาย”

ด้านพรรคเพื่อไทย ก่อนหน้านี้ขึ้นป้าย “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” แต่เริ่มหายไปจะมีเห็นบ้างตามต่างจังหวัด อย่างไรก็ตาม ยังคงยึดข้อความเดิมโน้มน้าว เช่น “เพื่อไทยพร้อมบริหารประเทศ ขอคิดใหม่ทำใหม่เพื่อไทยทุกคน...อีกครั้ง” แต่ที่เป็นของตายใช้มาตั้งแต่ไม่ยุบสภา “4 ปีความสุขที่หายไป 4 ปีมาร่วมสร้างความสุขกันใหม่เพื่อไทยทุกคน” หรือจะเล่นคำ “คนไทยต้องตั้งตัวได้อย่างมีศักดิ์ศรีด้วยกองทุนตั้งตัวได้ ที่หนีไม่พ้นเสียงวิจารณ์ประชานิยม” “สร้างผู้ประกอบการย่อยรายใหม่ คืนภาษีบ้านหลังแรก คืนภาษีรถคันแรก” ตามด้วยสารพัดสร้าง “ลาก่อน! น้ำท่วมภัยแล้ง สร้างโครงข่ายน้ำทั่วประเทศ สร้างกำแพงเขื่อน ป้องกันน้ำท่วม กทม. ปริมณฑล”

ป้ายหาเสียงของแต่ละพรรคการเมืองสร้างความดึงดูดได้ในขณะหนึ่ง แต่เนื้อหาที่ขีดเขียนผ่านแผ่นป้ายต้องจดบันทึกไว้เช่นกัน เพื่อจะได้ทบทวนดูว่าแต่ละพรรคขายฝัน หรือทำได้จริง ในบรรยากาศแข่งขันที่ยังมีความขัดแย้งดำรงอยู่

เผื่อหลังการเลือกตั้งอาจได้ร่วมกันชูป้าย “ปรองดองกันนะจุ๊บจุ๊บ”  

ข่าวล่าสุด

เปิดข้อเท็จจริงระบบพลังงาน เช็คสต๊อกน้ำมันแบบเรียลไทม์ทำได้จริงไหม?