
"สมชัย จึงประเสริฐ"ขอทุกฝ่ายยอมรับผลเลือกตั้ง
สัมภาษณ์พิเศษ "สมชัย จึงประเสริฐ" กกต.ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย หวังเลือกตั้งผ่านพ้นได้ด้วยดีแก้ความขัดแย้งในชาติ
สัมภาษณ์พิเศษ "สมชัย จึงประเสริฐ" กกต.ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย หวังเลือกตั้งผ่านพ้นได้ด้วยดีแก้ความขัดแย้งในชาติ
โดย....นิติพันธุ์ สุขอรุณ
********************************
“ไม่หวังให้การเลือตั้งขาวสะอาดบริสุทธิ์แต่ขอให้ทุกฝ่ายยอมรับมันได้” คำกล่าวที่แสดงออกถึงความคาดหวังให้การเลือกตั้งผ่านพ้นไปได้ด้วยดีและแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคมของ สมชัย จึงประเสริฐ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ซึ่งโพสต์ทูเดย์ ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษฉบับล้วงลึกไปยังงานด้านการสืบสวนอย่างเข้มข้น
กว่า 30 ปีที่รับหน้าที่เป็นผู้พิพากษา ก่อนจะตัดสินใจรับตำแหน่งกรรมการ กกต. ซึ่งในช่วงแรกประเมินว่า กกต.คงจะไม่ตกต่ำไปกว่าปี 2549 อีกแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คาดคิด
“ก่อนจะมาอยู่กกต.เพื่อนๆผู้พิพากษาก็แนะนำว่าให้ไปอยู่เลย เพราะขณะนั้นกกต.ถือว่าตกต่ำที่สุดแล้ว เราก็มองว่าถ้าเรามาอยู่แล้วต้องดีกว่าเก่า แต่ปรากฏว่ามันยังลงไปอีก เกือบตาย ต้องยอมรับเลยว่างานด้านสืบสวนเละไม่เป็นท่า ไม่มีการประสานงานที่ดี แม้แต่ภายในกกต.เองก็มีแยกเป็นสีเหลือง สีแดง มั่วกันไปหมด แตกต่างในความคิด บ้านเมืองขณะนั้นมันน่าน้อยใจยิ่งนัก ผมจึงปรับปรุงใหม่ทั้งหมด เชื่อว่าปีนี้จะควบคุมการเลือกตั้งให้ผ่านพ้นไปด้วยดี”
ทว่า เมื่อประเมินถึงอนาคตของประเทศในภายภาคหน้า จะยังคงมีปมปัญหาความขัดแย้งในบ้านเมืองที่เกิดจากคนถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งสกัดกั้นกันเอง ฉะนั้นเรื่องของการปรองดองจึงเป็นเรื่องยากที่จะเกิดขึ้นเช่นกัน เพราะฝั่งหนึ่งที่มีอำนาจก็กลัวว่าจะต้องสูญเสียอำนาจไป อีกฝั่งหนึ่งฉลาดก็จะบอกว่า เราไม่แก้แค้นแต่จะแก้ไข ซึ่งคำพูดเป็นเพียงลมปากช่วงหาเสียงเท่านั้น แต่จุดจบของเรื่องทุกอย่างจะอยู่ที่กกต.จะต้องทำให้ได้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นที่ยอมรับ คือมติของประชาชนที่กำหนดว่าบ้านเมืองต้องการเป็นเช่นนี้ ซึ่งทุกคนรู้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญยิ่ง และจะเป็นการชี้อนาคตของประเทศให้เกิดความสงบสุขหรือจะลุกเป็นไฟ
สมชัย อธิบายว่า การเลือกตั้งนั้นไม่ต้องถึงกับขาวสะอาดบริสุทธิ์ แต่ขอให้ทุกฝ่ายยอมรับกันได้ และสังเกตว่าหลายๆคนเริ่มเสียสละบ้างแล้ว เช่น อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่เริ่มยอมรับกับการเป็นฝ่ายค้าน หรือ เป็นรัฐบาลอีกครั้งก็ตาม เพราะเขาเคยพูดกับกกต.ครั้งแรกที่มาในฐานะนายกรัฐมนตรี ว่า “ผมพยายามประคับประคองบ้านเมืองให้เดินต่อไปให้ได้” คำกล่าวของ อภิสิทธิ์ ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่า ท้ายที่สุดทุกคนก็จะเห็นแก่บ้านเมือง และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็จะคิดถึงบ้านเมืองเช่นกัน ถึงแม้ว่าจะมีความโกรธแค้นก็ตาม
ทั้งนี้พวกหัวหมู่ทะลวงฟัน (แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ) ก็เข้าคุก รัฐบาลก็มีชนักติดหลัง สุดท้ายทุกฝ่ายจะไม่ยอมหรือ ที่จะให้มีการนิรโทษกรรมตัวเอง เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่ดี มีความปรองดองรู้จักอภัยให้กัน ดังนั้นกฎหมายจึงสามารถยืดหยุ่นได้บ้าง
เมื่อลงลึกไปในงานด้านการสืบสวนของกกต. จะพบว่าขณะนี้มีรายงานความเคลื่อนไหวของการทุจริตการเลือกตั้งเข้ามาแล้วอย่างต่อเนื่อง ทั้งในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน มีความรุนแรงถึงขนาดที่ว่าเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนถูกข่มขู่คุกคามจนไม่กล้ามาเป็นพยานสอบสวนให้ได้ แต่การข่มขู่ไม่สามารถยับยั้งให้การทำงานของชุดสืบสวนยุติลงได้เช่นกัน หากแต่กลับสร้างความเข้มแข็งให้มากขึ้นด้วยการประกาศอย่างแข็งขันว่า การให้ใบเหลือง ใบแดงแก่ผู้สมัครพรรคการเมืองใดจะต้องมีหลักฐานมัดตัวชัดเจน รอบคอบ และรวดเร็วแม่นยำ โดยยืนยันว่า ไม่มีการกลั่นแกล้งฝ่ายใดแต่จะว่ากันด้วยข้อกฏหมาย
“ผมได้รับรายงานแล้วว่ามีการแจกเงินในบางพื้นที่แล้ว แต่ขณะนี้กำลังสืบสวนอยู่ อีกไม่นานจะได้เห็นใบแดงหลังการเลือกตั้งล่วงหน้า ในพื้นที่ภาคอีสาน แต่ขั้นตอนจากนั้นคือจะเปิดให้ผู้ถูกกล่าวหาเข้ามาแก้ข้อกล่าวหาแสดงหลักฐาน โดยชุดสืบสวนจะส่งหลักฐานเข้ามาให้กกต.พิจารณาก่อน และทางกกต.จะขอความเห็นจากกฤษฎีกาว่าจะให้ใบแดงหรือไม่ ถ้ากฤษฎีกายืนตามความเห็นของกกต.ก็จบ แต่ถ้าเขามีความเห็นแตกต่างที่มีเหตุผลดีกว่า กกต.ก็พร้อมน้อมรับที่จะมาพิจารณาใหม่อีกครั้ง แต่ไม่ได้หมายความว่ายืนตามที่กฤษฎีกาตอบกลับมาทุกอย่าง หากเหตุผลของกกต.ดีที่สุดแล้ว” สมชัย กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
ส่วนการประเมินพื้นที่ใดควรจับตามองเป็นพิเศษ จะเป็นการประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลที่จะดูในส่วนของซุ้มมือปืน เพราะตำรวจเฝ้าจับตาซุ้มมือปืนอยู่ตลอด แต่ด้านของกกต.จะใช้หลักคิดโดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 กลุ่มคือ 1.พื้นที่ที่ผู้สมัครสส.มีคะแนนไล่เลี่ยกันว่าจะชนะหรือแพ้ เพราะเขาจะทุ่มเงินเต็มที่ เรียกว่ากระสุนเงิน ซึ่งมีการเตือนเป็นนัยให้ผู้สมัครพรรคนั้นๆว่า เรารู้นะอย่าทำเลย ผลที่ได้กลับมารู้ได้ทันทีว่าผู้สมัครรายนั้นฟังเราอยู่ ทำให้รายงานล่าสุดที่เข้ามาเริ่มเงียบลง ทั้งนี้ข้าราชการที่เอนเอียงบางคนก็เริ่มระมัดระวังตัวมากขึ้น เรื่องร้องเรียนก็น้อยลงตามมา
2.พื้นที่ที่ผู้สมัครบางคนมีคะแนนนำโด่ง อย่างนี้น่ากลัวว่าจะมีการยิงกัน ยกตัวอย่างกรณีของ ประชา ประสพดี ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย เขาเป็นคนเดียวในพื้นที่มีฐานเสียงเป็นจำนวนมาก ซึ่งวิธีการคือต้องฆ่าทิ้ง ส่วนตัวมองว่าหากคู่แข่งไม่ทำเช่นนั้นเขาก็สู้ไม่ได้ จึงต้องเก็บสถานเดียวถึงจะขึ้นมาได้ อย่างนี้เขาไม่ได้เรียกว่าแข่งขัน
ขณะเดียวกันในมุมของการรับมือกับสิ่งที่จะตามมาในเรื่องของ กลุ่มคนที่จะออกมาต่อต้านไม่เห็นด้วยกับการแจกใบเหลือง และใบแดง สมชัย ยืนยันว่า จะรับมือในแง่การชี้แจงตามข้อกฎหมาย ไม่มีการกลั่นแกล้งแน่นอน ถ้าไปแกล้งเขาแน่นอนว่าที่สุดแล้วเราเองจะเป็นฝ่ายรับมือไม่ไหว แต่ถ้าเขาใช้กระบวนการนอกระบบบ้านเมืองก็จะสิ้นหวัง เปรียบเหมือนกรณีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ส่วนตัวมองว่ากลุ่มนี้ก็เคารพกฎหมายบ้านเมืองเช่นกัน เพียงแต่วิธีการต่างๆเขาก็คิดเองก่อนแล้วถามกกต.จะทำอย่างนั้นอย่างนี้ได้หรือไม่ ถ้ากระแสสังคมมองว่าพันธมิตรฯทำเพื่อบ้านเมืองแล้วเป็นเรื่องถูกต้อง ด้วยการขับไล่นักการเมืองชั่ว นักการเมืองเลว ทุกคนก็สนับสนุนว่าดี แน่นอนที่สุดว่า กกต.จะเข้าไปขัดขวางได้อย่างไร
แต่ว่าเมื่อกระแสสังคมมีคนร้องเรียนกกต.ก็เป็นหน้าที่ที่จะต้องพิจารณาตามข้อกฎหมายที่มี และเมื่อวินิจฉัยอย่างสมเหตุสมผล หากพันธมิตรฯยังต่อต้านอีก แล้วพันธมิตรฯจะได้รับการยอมรับจากสังคมได้อย่างไร ซึ่งเขาเองก็อาจจะถูกต่อต้าน และกกต.ต่างหากที่จะเป็นฝ่ายที่สังคมจะสนับสนุน สรูปคือ เราไม่ต้องเตรียมอะไร ต้องทำในสิ่งที่ถูกต้องเป็นธรรม อธิบายชี้แจงได้ก็ไม่ต้องกลัว ทำดีเพื่อบ้านเมืองไม่ต้องกลัว ถ้ากลัวจะทำดีเพื่อบ้านเมืองก็ไม่ต้องเข้ามาทำ
“ต้องยอมรับว่าผู้สมัครสส.ทั้งหลายล้วนแต่เป็นผู้มีอิทธิพล แต่ท้ายที่ผมยังเชื่อว่าคนเราก็จะกลับเข้าสู่มโนธรรม และเห็นแก่ประเทศชาติ เพราะกระแสสังคมไม่เอาด้วย พรรคการเมืองก็ต้องปรับตัวเพื่อให้อยู่ต่อไปให้ได้ ถ้าเราช่วยกันพูดป้องปรามอย่าให้ทั้งกระสุนจริง หรือกระสุนเงิน มีการนำออกมาใช้ ก็เชื่อว่าความรุนแรงจะลดลง”
ท้ายที่สุดความคาดหวังจากส่วนลึกของมือสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ที่ต้องแบกรับภาระหน้าที่เป็นกรรมการตัดสินการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ พยายามยับยั้งไม่ให้เงินและกระสุน ถูกนำออกมาใช้สังเวยความตาย เพื่อให้ได้มาซึ่งความมีอำนาจ โดยมุ่งหวังให้ประเทศเดินหน้าต่อไปพร้อมๆกับการยอมรับมติเสียงจากประชาชน ชี้นำทิศทางในอนาคตต่อจากนี้







