posttoday
กอรมน.ยกแดงขึ้นชั้นภัยความมั่นคงประเทศ

กอรมน.ยกแดงขึ้นชั้นภัยความมั่นคงประเทศ

09 กุมภาพันธ์ 2553

กอรมน.ยกเสื้อแดงภัยคุกคามความมั่นคงประเทศ แฉพบขบวนการก่อการร้ายสากลเพ่นพ่านยึดไทยศูนย์รวมมิจฉาชีพข้ามชาติ 

กอรมน.ยกเสื้อแดงภัยคุกคามความมั่นคงประเทศ แฉพบขบวนการก่อการร้ายสากลเพ่นพ่านยึดไทยศูนย์รวมมิจฉาชีพข้ามชาติ 

นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมครม. ว่า  ครม.ให้ ความเห็นชอบตามที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.)ได้ เสนอแผนรักษาความรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรประจำปีพ.ศ. 2553-2554  และครม.ยังมอบหมายให้กอ.รมน.มีอำนาจกำกับการดำเนินการของหน่วยงานของรัฐตามมาตรา 7(3)แห่งพ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรพ.ศ. 2551 ซึ่งกอ.รมน.รายงานว่าได้จัดสัมมนาประชุมร่วมกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง

“ก็มีการสรุปสาระสำคัญในเรื่องของสถานการณ์ ในเรื่องของแนวความคิดในการปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านกลยุทธ์ต่างๆ การปฏิบัติการของหน่วย”นายศุภชัย กล่าว

แหล่งข่าว เปิดเผยว่า กอรมน.  ได้เสนอแผนรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรปี 2553-2554 เป็นวาระพิจารณาจรเรื่องที่ 1  โดยตีตราเอกสารลับมาก    ระบุภัยคุกคามเร่งด่วนที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดยหนึ่งในภัยคุกคามที่ถูกระบุคือภัยจากการนำกลุ่มพลังทางการเมืองมาใช้ ประโยชน์รูปแบบต่างๆ และการนำสถาบันมาเป็นข้ออ้างในการดำเนินการ จากภาวการณ์แย่งชิงผลประโยชน์ และความขัดแย้งทางสังคมที่แตกต่างกันในแนวคิดทำให้เกิดกลุ่มพลังทางการเมือง และกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ มากมาย ซึ่งปัจจุบันมีกลุ่มพลังที่เคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญ โดยกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้จัดกิจกรรมชุมนุมเคลื่อนไหวมาอย่างต่อเนื่อง เช่น การจัดปราศรัย ทั้งกลุ่มย่อยในจังหวัดต่างๆ ทุกภูมิภาค และการจัดที่ส่วนกลาง กทม. ซึ่งสามารถระดมประชาชนทั่วประเทศให้มาร่วมชุมนุมแสดงพลังของกลุ่มได้จำนวน มาก

นอกจากนี้ยังมีการรวมตัวกันเพื่อขับไล่คณะรัฐมนตรีขณะที่ลงพื้นที่ และนักการเมืองที่เป็นฝ่ายตรงข้าม มีการลงทะเบียนและมีการบันทึกข้อมูลมวลชนที่ให้การสนับสนุน การจัดตั้งสื่อฯสาขาต่างๆ ทั้งสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ไว้ในสังกัด เช่น สถานีวิทยุชุมชนหลายสถานีในจังหวัดต่างๆ สถานีโทรทัศน์ D-Station ,นสพ.รายวัน/รายสัปดาห์ และนิตยาสารที่เขียนโดยแกนนำสำคัญ รวมทั้งสื่อทาง Internet

“กลุ่มผู้ไม่หวังดีปล่อยข่าว บิดเบือนข่าวเพื่อโจมตีรัฐบาล บุคคลสำคัญและพาดพิงสถาบันเบื้องสูง โดยใช้สื่อทางอินเตอร์เน็ทมีความเชื่อมโยงกับต่างประเทศ ซึ่งยากต่อการตรวจสอบ ปิกกั้น เนื่องจาก เมื่อตรวจพบหรือปิดกั้นแล้ว ผู้กระทำก็สามารถเปลี่ยนเว็ปไซต์ได้ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นผลให้มีผู้หลงเชื่อ เกลียดชังรัฐบาล และเกิดความแตกแยกทางสังคม ประกอบกับการใช้สถานีวิทยุชุมชน ที่มีกลุ่มนักธุรกิจและนักการเมืองเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน บิดเบือนข้อเท็จจริง หรือชี้นำประชาชนในทางที่ผิดซึ่งสิ่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติอีกด้วย ทั้งนี้รัฐบาลควรต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และดำเนินการตาม พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร 2551รวมทั้งปลูกจิตสำนึก  ในการสร้างความรัก ความสามัคคีของคนในชาติอย่างเป็นรูปธรรม

กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้เปลี่ยนแนวทางต่อสู้โดยตั้งพรรคการเมืองใหม่ และหยุดกิจกรรมการชุมนุมทางการเมือง มาเป็นสัญจรไปตามจังหวัดต่างๆ ทั่วภูมิภาค นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีปล่อยข่าว บิดเบือนข่าวเพื่อโจมตีรัฐบาลบุคคลสำคัญ และพาดพิงสถาบันเบื้องสูง ผ่านสื่ออินเตอร์เน็ตที่มีความเชื่อมโยงกับต่างประเทศ

นอกจากนี้ ทางกอ.รมน.ได้เสนอสถานการณ์การก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเสนอว่าปัจจุบันการก่อการร้ายได้แพร่ขยายเข้าไปในพื้นที่แทบทุกส่วนของ โลก เนื่องจากขณะนี้มีการคมนาคมขนส่งที่รวดเร็วและมีให้เลือกหลายทาง ผู้ก่อการร้ายจึงสามารถเคลื่อนไหวทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ง่ายและยิ่งมีอุปกรณ์สื่อสารที่ทันสมัยในการรับ-ส่งข้อมูล สั่งการและติดตามผลได้อย่างเสรี จึงทำให้การติดตามร่องรอยของผู้ก่อการร้ายเป็นเรื่องยาก การจะเข้าถึงองค์กรหรือตัวผู้ก่อการร้ายต้องใช้การรวบรวมข่าวสาร ข่าวกรองจากหลาย ๆ แหล่ง และใช้เวลานาน

ทั้งนี้ส่วนหนึ่งที่การก่อการร้ายเป็นที่นิยมหรือเป็นทางเลือกที่มักจะถูก ใช้ เพราะการก่อการร้ายไม่ใช่สงคราม ตามแบบ แต่เป็นรูปแบบของสงครามหลบซ่อน ยากที่ประเทศเป้าหมายจะป้องกันและตอบโต้ นอกจากนี้การก่อการร้ายส่วนใหญ่ไม่ต้องใช้เงินจำนวนมาก อย่างไรก็ตามการก่อการร้ายทั่วโลกในช่วง 6 เดือนแรกของปี 52 พบว่าส่วนใหญ่เป็นการกระทำของกลุ่มมุสลิมแนวรุนแรงสุดโต่งในปากีสถานและ อัฟกานิสถาน โดยวิธีปฏิบัติมีทั้งระเบิดฆ่าตัวตาย รถยนต์ระเบิดและชุดปฏิบัติการคอมมานโด สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่โจมตีก็คือเจ้าหน้าที่รัฐและพลเรือน โดยเน้นเป้าหมายที่ง่ายต่อการโจมตี เช่นโรงแรม แหล่งท่องเที่ยว และศาสนสถาน ซึ่งการปราบปรามก็ยังคงมีการจับกุมผู้ต้องสงสัยที่เป็นสมาชิกกลุ่มมุสลิมใน สเปน ตุรกี สหรัฐ อินโดฯและมาเลเซีย

กอ.รมน.ยังนำเสนอกลุ่มก่อการร้ายที่เกี่ยวข้องกับไทย ซึ่งมีทั้งหมด 4 กลุ่มคือ 1.กลุ่ม ก่อการร้ายที่ปฏิบัติการในตะวันออกกลางที่มุ่งกระทำต่อเป้าหมายของอิสราเอล และสหรัฐฯเป็นเป้าหมายหลัก ส่วนกลุ่มประเทศที่อยู่ในเครือพันธมิตรของอิสราเอลและสหรัฐฯ จะเป็นเป้าหมายรอง ดังนั้นไทยจึงอาจตกเป็นเป้าหมายทางออมของกลุ่มก่อการร้ายได้  2.กลุ่มอัลกออีดะ ของนาย อุซมะห์ บิน ลาเดน ที่มีพฤติกรรมต่อต้านสหรัฐฯและพันธมิตร 3.กลุ่ม แบ่งแยกดินแดนพยัคฆ์ทมิฬอีแลม ในศรีลังกา ซึ่งเป็นกลุ่มก่อการร้ายที่มีรายได้สูงรองจากกลุ่มกองกำลังปฏิวัติใน โคลัมเบีย ถึงปีละ 200-300 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ โดยมาจากการระดมทุนทั้งที่ถูกและผิดกฎหมาย ซึ่งแม้ว่ารัฐบาลศรีลังกาจะสามารถกวาดล้างยึดฐานที่มั่นและสังหารผู้นำกลุ่ม ได้ แต่แกนนำก็ยังต่อสู้เพื่อแบ่งแยกดินแดนต่อไป  และ 4.กลุ่ม เจมาอิสลามิยา ในอินโดนีเซีย ซึ่งมีการเคลื่อนไหวอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันมีข่าวเกี่ยวกับสมาชิกเจไอ เดินทางเข้า-ออกประเทศไทย สิงคโปร์อยู่เสมอ

สำหรับความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ในภาคใต้นั้น นักวิจัยด้านการก่อการร้ายของสิงคโปร์เตือนว่ากลุ่มเจไอ ยังคงเป็นภัยคุกคามหลักในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกำลังหาทางเปิดแนวร่วมแห่งใหม่ในภาคใต้ของไทย  แม้ว่าจะยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่ากลุ่มเจไอ เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุร้ายในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ขณะที่สถานการณ์การก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) การก่อเหตุรุนแรงใน จชต. ยังคงปรากฎอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบการก่อการร้ายรายวันและการก่อกวนสร้างสถานการณ์ โดยมุ่งทำร้ายเจ้าหน้าที่เพื่อตอบโต้การปฏิบัติการเชิงรุกของฝ่ายรัฐ สร้างความหวาดกลัวต่อประชาชนโดยทั่วไป และต่อแนวร่วมมิให้สนับสนุนเจ้าหน้าที่เพื่อคงอิทธิพลในพื้นที่ต่อไป รูปแบบของการปฏิบัติเช่น การวางระเบิด ซุ่มยิง ลอบสังหาร ยิงรบกวนฐานปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ การวางเพลิง และการก่อกวนสร้างสถานการณ์ นอกจากนี้ยังมีการวางระเบิดตามสถานที่ที่มีประชาชนหนาแน่น โดยการซุกซ่อนระเบิดไว้ในรถจักรยานยนต์แล้วนำไปจอดหรือซุกซ่อนไว้บริเวณเป้า หมาย อาทิ ย่านธุรกิจ ร้านค้า และชุมชน

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า