posttoday
ฮุนเซนขยายขัดแย้ง ยื้อเวลา 'มรดกโลก'

ฮุนเซนขยายขัดแย้ง ยื้อเวลา 'มรดกโลก'

09 กุมภาพันธ์ 2553

ต่อจากนี้คงต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่า “กัมพูชา” จะงัดวิธี “กลยุทธ์” อะไรมาใช้เพิ่มเติม

ต่อจากนี้คงต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่า “กัมพูชา” จะงัดวิธี “กลยุทธ์” อะไรมาใช้เพิ่มเติม

โดย...ทีมข่าวการเมือง

สถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชากลับร้อนแรงขึ้นมาอีกครั้ง หลังนายกรัฐมนตรีฮุนเซน จากกัมพูชา เปิด “เกมรุก” เดินสายลงพื้นที่พิพาทบริเวณปราสาทพระวิหาร และพื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมให้สัมภาษณ์กระทบมาถึงรัฐบาลไทย

ล่าสุดกับความพยายามเดินทางต่อเนื่องมายัง “ปราสาทตาเมือนธม” อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ จนสร้างความตึงเครียดในพื้นที่ทั้งกองกำลังทหารที่ประจำการในพื้นที่ และเป็นที่วิตกว่าอาจจะนำมาสู่เหตุรุนแรงในพื้นที่ชายแดนระหว่าง 2 ประเทศในที่สุด

ฮุนเซนขยายขัดแย้ง ยื้อเวลา 'มรดกโลก'

แม้สุดท้ายนายกฯ ฮุนเซน จะยกเลิกการเดินทางดังกล่าว และเดินทางกลับทันทีหลังจากเปิดที่ทำการกองพันทหารราบที่ 422 และเปิดป้ายหมู่บ้านตาเมือน แต่ยังไม่อาจทำให้ความตึงเครียดในพื้นที่หมดไป

แถมทิ้งไว้ซึ่งความสงสัย “เบื้องหลัง” การเคลื่อนไหวเที่ยวนี้ของนายกฯ ฮุนเซน เที่ยวนี้ ไม่น่าแปลกใจกับการ “วิเคราะห์” ของสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ที่เห็นว่า “เจตนารมณ์” ที่แท้จริงของการเคลื่อนไหวของนายกฯ กัมพูชา คือการแสดงให้คณะกรรมการมรดกโลกเห็นว่า สามารถจัดการแก้ไขปัญหาได้แล้ว ซึ่งในความเป็นจริงยังไม่สามารถแก้ไขได้ เพราะหากพิจารณาจากเงื่อนเวลาที่ใกล้ครบกำหนด “เส้นตาย” ที่กัมพูชาและคณะกรรมการจาก 7 ชาติ จะต้องส่งแผนบริหารจัดการพื้นที่ปราสาทพระวิหารต่อที่ประชุมยูเนสโกในเดือนก.ค.นี้ ที่ประเทศบราซิลตามหนึ่งในเงื่อนไขที่กัมพูชาต้องไปจัดทำ หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยที่ 32 ที่เมืองควิเบก ประเทศแคนาดา มีมติขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกเมื่อเดือนก.ค. 2551

จำเป็นที่นายกฯ ฮุนเซน ต้องออกมาเร่งเดินเกม “โชว์ศักยภาพ” สู่เป้าหมายการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ตามที่ “กัมพูชา” พยายามผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะ “เงื่อนไข” สำคัญติดขัดตรงที่ “ไทย” ออกมาคัดค้านการขึ้นทะเบียนเที่ยวนี้ ด้วยเหตุผลเรื่องข้อพิพาทในพื้นที่ทับซ้อน พร้อมยืนยันจุดยืนที่จะให้ขึ้นทะเบียนร่วม 2 ประเทศ และปฏิเสธที่จะส่งตัวแทนร่วมกระบวนการจัดทำแผนบริหารจัดการกับทางกัมพูชา

การเคลื่อนไหวเที่ยวนี้จึงเป็นโอกาส “กัมพูชา” เร่งใช้เวลาที่เหลือไม่ถึง 6 เดือน ก่อนครบกำหนดส่งการบ้านออกมาสะสางปัญหา ที่จะไปขัดขวางการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก แม้จะต้องลงไป “พิสูจน์” ด้วยตัวเองในพื้นที่ว่าไม่มีความขัดแย้ง ตามที่ไทยหยิบยกมาเป็นประเด็นคัดค้าน

ในเมื่อหากปล่อยให้ยืดเยื้อเป็นปัญหาคาราคาซังเช่นนี้ต่อไป นอกจากจะกระทบกับการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร จนทำให้สิ่งที่ทำมาทั้งหลายในอดีตสูญเปล่าแล้ว

อีกด้านหนึ่งยังฉุดรั้งให้คะแนนนิยมในตัวนายกฯ ฮุนเซนลดน้อยลงไป หลังการประกาศตัวเลือกข้างเพื่อนสนิท อย่างพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มากกว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ที่น่าสนใจเที่ยวนี้คือ การขยับเป้าเคลื่อนไหวมายัง “ปราสาทตาเมือนธม” เมื่อด้านหนึ่งมองว่าเป็นการรุกคืบของกัมพูชาที่ประกาศความเป็นเจ้าของเพิ่มเติมในพื้นที่ 1 ใน 7 ปราสาทหลักร่วมกับปราสาทพระวิหาร เพื่อประโยชน์ในการจัดทำแผนบริหารจัดการพื้นที่ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ดังจะเห็นตั้งแต่สมัย สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นรมว.ต่างประเทศ รับหน้าที่ไปเจรจากับกัมพูชา หนึ่งในเงื่อนไขที่ทางกัมพูชาระบุไว้ นอกเหนือจากการถอนทหารบริเวณปราสาทพระวิหารแล้ว กัมพูชายังกดดันให้ไทยถอนทหารจากปราสาทตาเมือนธม ยิ่งตอกย้ำมุมมองของกัมพูชาที่ให้ความสำคัญกับปราสาทตาเมือนธมตั้งแต่ครั้งนั้น

ทว่าอีกด้านหนึ่งการขยายแนวความขัดแย้งมายังปราสาทตาเมือนธม เหมือนจะเป็นไปเพื่อขยายแผลความขัดแย้งไทย–กัมพูชา เพื่อหยิบยกเอา “ความขัดแย้ง” ไปเป็นประเด็นต่อรอง ที่ทำให้การจัดทำแผนบริหารจัดการพื้นที่ “ล่าช้า” หรือเป็นประเด็นขอขยายเวลาการจัดทำแผนบริหารจัดการพื้นที่ หากไม่สามารถทำได้สำเร็จทันตามกำหนดประชุมที่บราซิลในเดือนก.ค.นี้

อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวเที่ยวนี้ ของนายกฯ ฮุนเซน กลับถูกโยงว่าเป็นการผนึกกำลังกับ พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกฯ เปิดศึกนอกคู่ขนานกับศึกใน กดดันรัฐบาลไทยในจังหวะหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ ก่อนการตัดสินคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้าน ปลายเดือนนี้ หรือเป็นไปเพื่อกู้ภาพ เรียกคะแนนนิยมของนายกฯ ฮุนเซน ที่หล่นหายไปให้ฟื้นกลับคืนมา

ย้อนไปดูรูปแบบการเดินเกมของ “กัมพูชา” กับการต่อสู้ในประเด็นพิพาทเรื่องพื้นที่ทับซ้อนที่ผ่านมา ด้วยเทคนิคที่ทำให้ได้เปรียบไทย คือการดึงเอาสังคมโลกเข้ามามีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาความขัดแย้งครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเวทีคณะกรรมการ มรดกโลก หรือเวทีอาเซียน ขณะที่ “ไทย” พยายามต่อสู้ด้วยการตีกรอบให้เป็นแค่เรื่อง “ทวิภาคี”

นอกจากนี้ “กัมพูชา” พยายามหยิบยกดึงการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่เข้ามาสร้างความชอบธรรมในการประกาศความเป็นเจ้าของพื้นที่ อย่างการให้นางบันรานี ภริยา นายกฯ ฮุนเซน ไปทำพิธีบวงสรวงที่ปราสาทพระวิหาร หรือจัดงานอุปสมบทที่วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ทับซ้อน

ต่อจากนี้คงต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่า “กัมพูชา” จะงัดวิธี “กลยุทธ์” อะไรมาใช้เพิ่มเติม และรัฐบาลไทยจะรับมือได้อย่างทันท่วงทีหรือไม่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท