
ห่วงไทยถังแตก
เวิลด์แบงก์เตือนการเมืองไทยแข่งขันหาเสียง/กนง.จับตาฐานะคลังล่ม
เวิลด์แบงก์เตือนการเมืองไทยแข่งขันหาเสียง/กนง.จับตาฐานะคลังล่ม
เวิลด์แบงก์ออกโรงเบรกพรรคการเมือง หวั่นนำไปสู่วิกฤตเงินเฟ้อฐานะคลังทรุด
นายฮานส์ ทิมเมอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายทิศทางการพัฒนา ธนาคารโลก หรือเวิลด์แบงก์ กล่าวว่า การที่พรรคการเมืองหาเสียงด้วยการสัญญาว่าจะให้และทุ่มเงินเพื่อหวังชนะเลือกตั้ง ไม่เป็นผลดีต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ โดยเวิลด์แบงก์เป็นห่วงปัญหาหนี้สาธารณะและวิกฤตการคลังที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
“ประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตยั่งยืน ต้องมีพื้นที่เหลือเพื่อดำเนินนโยบายการคลังในอนาคต และสำรองไว้หากเกิดภาวะวิกฤต” นายทิมเมอร์ ระบุ
ปัจจุบันหนี้สาธารณะของไทยอยู่ที่ 4.56 ล้านล้านบาท คิดเป็น 41.52% ของจีดีพี
ขณะที่เวิลด์แบงก์ประเมินล่าสุดว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโต 3.7%
นายเฟรดเดริโก จิล แซนเดอร์ นักเศรษฐศาสตร์ของเวิลด์แบงก์ประจำประเทศไทย มองว่าแนวโน้มเงินเฟ้อของไทยจะยังเร่งปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง หลังรัฐบาลทยอยยกเลิกมาตรการควบคุมราคาสินค้า และการอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร แต่จะไม่รุนแรงถึงขั้นเป็นวิกฤตด้านราคา เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมีมาตรการควบคุม
ใกล้เคียงกับที่หน่วยงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลเคยประเมินไว้น.ส.กิริฎา เภาพิจิตร นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสเวิลด์แบงก์ประจำประเทศไทย กล่าวว่า การที่พรรคการเมืองหาเสียงด้วยนโยบายเพิ่มรายได้และลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน จะกระตุ้นให้เกิดการใช้เงินและเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น
“พรรคที่เข้ามาเป็นรัฐบาลคงควบคุมการใช้งบประมาณและหนี้สาธารณะอยู่แล้ว เพราะหากรัฐบาลใหม่สร้างปัญหา จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของตัวเอง” น.ส.กิริฎา กล่าว
นายพรายพล คุ้มทรัพย์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ยอมรับว่า กนง.เป็นห่วงเรื่องการหาเสียงของพรรคการเมือง คงต้องติดตามดูต่อไปว่าจะทำตามที่พูดทั้งหมดหรือไม่







