posttoday
"อภิรักษ์"ชูนโยบายปราบยาเสพติดเพิ่มโทษผู้ค้า

"อภิรักษ์"ชูนโยบายปราบยาเสพติดเพิ่มโทษผู้ค้า

08 มิถุนายน 2554

ปชป. เผยแนวทางปราบปรามยาเสพติด เตรียมติดกล้องวงจรปิด 2 แสนตัวทั่วกรุง เพิ่มกำลังพิเศษ 2,500 นาย ดูแลชุมชนและพื้นที่เสี่ยง ให้ผู้เสพบำบัด เพิ่มโทษผู้ค้าถึงประหารชีวิต

ปชป. เผยแนวทางปราบปรามยาเสพติด เตรียมติดกล้องวงจรปิด 2 แสนตัวทั่วกรุง เพิ่มกำลังพิเศษ 2,500 นาย ดูแลชุมชนและพื้นที่เสี่ยง ให้ผู้เสพบำบัด เพิ่มโทษผู้ค้าถึงประหารชีวิต

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้อำนวยการเลือกตั้ง กทม. พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงนโยบายปราบปรามอาชญากรรม-ยาเสพติด ด้วยการเพิ่มกองกำลังพิเศษปราบปรามยาเสพติด 2,500 นาย ปราบปรามเครือข่ายและกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดในทุกระดับ โดยเฉพาะในพื้นที่เป้าหมาย และสกัดกั้นการนำเข้ายาเสพติดตลอดแนวชายแดนทุกรูปแบบอย่างเด็ดขาด พร้อมกล้อง CCTV 2 แสนจุด ทั่วกทม. ดูแลราษฎรและสอดส่องอาชญากรรมตลอด 24 ชั่วโมง

ซึ่ง นายอภิรักษ์ กล่าวว่า 2 ปีที่ผ่านมารัฐบาลได้พยายามเน้นให้ทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมกันกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เนื่องจากเป็นนโยบายหลักที่กำลังเป็นปัญหาร้ายแรง โดยในโรงเรียนพื้นที่หลักวัยรุ่น นักเรียนนักศึกษา ได้จัดกิจกรรมเชื่อมโยงให้ผู้ปกครองกับชุมชน ให้เด็กมีกิจกรรมจิตอาสาที่จะทำให้การมั่วสุมในสถานบันเทิงลดลง

“2 ปีที่ผ่านมา สามารถจับกุมคดียาเสพติดได้มากกว่า 5 แสนคดี ผู้ต้องหามากกว่า 5 แสนคน จับยาบ้าได้มากกว่า 94 ล้านเม็ด จับยาไอซ์ได้ 2,700 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่า 2,457 ล้านบาท” นายอภิรักษ์กล่าว

ทั้งนี้นโยบายของ ปชป. จะเพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปราม ในพื้นที่ชายแดน ภาคเหนือ โดยจะเพิ่มกำลังปราบปรามพิเศษ 2,500 นาย ในพื้นที่เป้าหมายทั้งตะเข็บชายแดน กรุงเทพฯและปริมณฑล ในขณะที่เครือข่าย 5 รั้วป้องกัน คือรั้วชายแดน รั้วสังคม รั้วชุมชน รั้วโรงเรียน และรั้วครอบครัวนั้น ก็จะเดินหน้าต่อไป

“นอกจากนี้ยังจะมีการใช้เครือข่ายเทคโนโลยีเชื่อโยงกล้องวงจรปิดใน กทม. ด้วยการกระจายติดตั้งดำเนินการร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เพื่อเชื่อมโยงระบบเข้าด้วยกัน 2 แสนกว่าจุด คอยเฝ้าระวังการค้า การแพร่ระบาดในชุมชน ควบคู่ไปกับการเพิ่มไฟฟ้าแสงสว่าง ป้องกันผู้เสพที่ไม่มีเงินก่อเหตุฉกชิงทรัพย์สิน ซึ่งยาเสพติดจะทำให้คนเข้าไปเกี่ยวข้องกับโต๊ะพนัน ร้านเกมส์ ตู้ม้า แหล่งอบายมุขต่างๆ” นายอภิรักษ์ กล่าว

อีกทั้ง ปชป.จะผลักดันมาตรการ 3-1-5 (ตำรวจ พลเรือน ทหาร, พื้นที่หลักกทม. และ 5 จังหวัดปริมณฑล) เพื่อเร่งเพิ่มกำลังปราบปรามพิเศษ 2,500 นายในชุมชนก่อนจะขยายไปตามหัวเมืองใหญ่ต่อไป

“ประเด็นการตัดวงจรการค้าในเรือนจำ ผู้ค้ายาเสพติดที่ถูกจับเข้าทำให้เกิดการแพร่ระบาดในคุก จะต้องมีการตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ด้านการเพิ่มโทษผู้ค้านั้นได้เพิ่มโทษถึงประหารชีวิต สำหรับผู้เสพ ทางพรรคเชื่อว่าผู้เสพเป็นผู้ป่วย ไม่ใช่นักโทษ จะมีนโยบายให้คนหลงผิดได้รับการฟื้นฟู เข้ารักษา ผลักดันให้มีสถาบันฟื้นฟูยาเสพติด มีสถานบำบัดทั้งการฟื้นฟูโดยสมัครใจ ส่วนผู้ค้ารายย่อยและเสพมานาน เชื่อว่าคนเหล่านี้ยังมีความดีบางส่วนของจิตใจจะได้รับการฟื้นฟูจิตใจเพื่อคืนคนดีสู่สังคม” นายอภิรักษ์กล่าว

ในอดีตผู้ที่ถูกบังคับให้บำบัดเมื่อกลับเข้ามาในชุมชนคนทั่วไปจะกลัว นโยบายของ ปชป.จะเปลี่ยนให้ผู้ได้รับการบำบัดได้รับการยอมรับในสังคม เมื่อรักษาแล้วจะมีการฝึกอาชีพ โดยจะให้เครือข่ายทหารและวิวัฒน์พลเมืองเป็นหน่วยหลักในการฝึกจิตใจให้ผู้หลงผิด ส่วนในการป้องกันระยะยาวนั้นจะสร้างภูมิคุ้มกัน เพิ่มพื้นที่กิจกรรมทางเลือก โดยมีโครงการลานกีฬาต้านยาเสพติด ให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ดูแล พรรคจะช่วยพลิกฟื้นพื้นที่รกร้างเป็นลานกีฬา

“คนในชุมชนรู้ว่าใครเสพยา ใครค้ายา นอกจากการปราบปรามจับกุม มาตรการเพิ่มโทษ สนธิกำลัง แล้วการลดดีมานด์ต้องทำควบคู่กันไป หาในพื้นที่หายาเสพติดยาก ราคาย่อมสูง ดีมานด์ก็จะเยอะขึ้น เราจะสร้างภูมิคุ้มกันเพิ่มพื้นที่ดีลดพื้นที่อบายมุข ในต่างจังหวัดจะให้ อปท. ดูในแหล่งท่องเที่ยว หรือที่มีคนใช้แรงงานเป็นจำนวนมาก” นายอภิรักษ์กล่าว

ทั้งนี้ นายอภิรักษ์ ยืนยันว่า จะยึดหลักใช้กฎหมายที่บริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่ใช้ความรุนแรง ไม่ฆ่าตัดตอน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้คือเจ้าหน้าที่รัฐปล่อยปละละเลย รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจบางคนอยู่ในกระบวนการค้ายาเอง ซึ่งต้องให้ภาคประชาชนเข้าไปดูแลจัดการ แจ้งเบาะแส

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท