
กกต.พบเบาะแสซื้อเสียงเลือกตั้ง
กกต.พบเบาะแสซื้อเสียงประสานธปท.-แบงก์พาณิชย์ พร้อมสอบคุณสมบัติยิ่งลักษณ์เบิกความเท็จซุกหุ้น เร่งสรุปป้ายโหวตโนของพันธมิตร
กกต.พบเบาะแสซื้อเสียงประสานธปท.-แบงก์พาณิชย์ พร้อมสอบคุณสมบัติยิ่งลักษณ์เบิกความเท็จซุกหุ้น เร่งสรุปป้ายโหวตโนของพันธมิตร
นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการ (กกต.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีการเคลื่อนไหวทางการเงินที่ผิดปกติเป็นจำนวนมากในพื้นที่ภาคอีสาน เพื่อนำเงินไปซื้อเสียง ซึ่งกำลังตรวจสอบดูว่าเงินเข้ามาด้วยวิธีการไหน ในกฎหมายมีช่องทางดำเนินการ ถ้าหากมีการเคลื่อนย้ายเงินผ่านธนาคารก็สามารถดำเนินการได้ ถ้ารู้เบาะแสในตอนนี้ กกต.มีความร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์อยู่และยังมีความร่วมมือกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ป.ป.ง.) ที่จะดูเรื่องการฟอกเงินอยู่ โดยสามารถขอให้รายงานความผิดปกติทางการเงินเข้ามายังกกต.ได้
"การเคลื่อนย้ายเงินสดที่ไม่ได้ผ่านทางธุรกรรมของธนาคารจะตรวจสอบได้ลำบาก แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการใช้เงินนอกระบบใช้รูปแบบเงินสดมากกว่า ซึ่งจะมีวิธีการต่างๆค่อนข้างที่จะลำบากในการตรวจสอบ แต่ถ้าเข้ามาในระบบของธนาคารกกต.สามารถขอความร่วมมือไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ธนาคารพาณิชย์ และป.ป.ง.ได้ ซึ่งถ้าพบความปกติของการเคลื่อนไหวเงินก็จะมีการรายงานมากกต. และถ้าพบว่ามีความผิดปกติกกต.ก็มีอำนาจในขอให้ศาลระงับยับยั้งการดำเนินการต่างๆซึ่งเป็นเรื่องที่กกต.ต้องร้องศาลเพื่อตัดไฟแต่ต้นลม"นายสุทธิพล กล่าว
นายสุทธิพล กล่าวว่า สำหรับการเคลื่อนไหวของเงินนอกระบบที่มีการทุจริตเลือกตั้งนั้นเท่าที่ทราบขณะนี้มีเพียงแจ้งเบาะแสเข้ามาว่าเป็นการแจกเงิน แต่กระแสไหลเวียนของเงินสดยังไม่ทราบว่าได้มีการรวมเงินสดมาจากไหน โดยถ้าเป็นการเคลื่อนไหวผ่านทางธุรกรรมจะมีการโอนเงินผ่านธนาคารจำนวนหลายล้านบาทแล้วมีความผิดปกติแหล่งที่ได้มาไม่ทราบว่าอธิบายได้จากไหนก็จะเป็นความผิดปกติ ที่กกต.สามารถขอความร่วมมือไปยังธนาคารได้
นอกจากนี้ นายสุทธิพล ยังกล่าวถึงกรณีคณะสังเกตการณ์การเลือกตั้งในนามเครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี (อันเฟรล : ANFREL) เป็นห่วงการวางตัวไม่เป็นการของข้าราชการว่า การจัดการเลือกตั้งแต่ละครั้งจะต้องใช้บุคลากรที่ช่วยกกต.กว่า 1ล้านคน และกกต.ได้ย้ำถึงความเป็นกลาง และข้าราชการก็เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งการเข้ามาสังเกตการณ์ถือเป็นเรื่องที่ดี แม้เลือกตั้งแต่ละครั้งทุกครั้งกกต.จะมีหนังสือไปถึงครม.ให้ยืนตามมติครม.ที่ให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐวางตัวเป็นกลาง คำเตือนของอันเฟรลไม่ได้บอกว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐจะทุจริตมโหฬาร ทุกประเทศที่อันเฟรลไปก็ต้องมีการเตือนและยังเป็นห่วงเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ภายใต้การดูแลของนักการเมืองก็จะมีฝ่ายบริหารที่เป็นนักการเมืองดังนั้นจะต้องมีเส้นแบ่งในการสนับสนุนนักการเมืองและการปฏิบัติหน้าที่
ส่วนกรณีนายแก้วสรร อติโพธิ และ น.พ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ยื่นเรื่องตรวจสอบคุณสมบัติของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย จากการขึ้นให้ความในศาลอันเป็นเท็จ ในคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า หากมีการร้องเรียน ก็จะดำเนินการไปตามขั้นตอน ไม่มีการเลือกปฏิบัติ ซึ่งจะต้องดูเจตนาของผู้ร้องเป็นหลัก ทั้งนี้ กกต. จะต้องระมัดระวังการดำเนินการ เพราะมีการร้องเรียนกันไปมาจาก 2 ฝ่าย ที่มีความคิดเห็นตรงข้ามกัน
สำหรับความคืบหน้าเรื่องป้ายรณรงค์โหวตโนของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบแล้ว กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่า เป็นไปตามข้อกำหนดเรื่องหาเสียงหรือไม่ หากเป็นป้ายที่ไม่ใช่ของพรรคการเมือง ก็อยู่นอกเหนืออำนาจกกต.







