
'เพื่อไทย'หืดจับฝันค้างชนะยกเมืองอุดรฯ
สนามเลือกตั้ง จ.อุดรธานี เมืองแห่งธรรมะอารยธรรม 5,000 ปี ถูกนำมาเปรียบเปรยว่าเป็น “เมืองหลวงคนเสื้อแดง”
สนามเลือกตั้ง จ.อุดรธานี เมืองแห่งธรรมะอารยธรรม 5,000 ปี ถูกนำมาเปรียบเปรยว่าเป็น “เมืองหลวงคนเสื้อแดง”
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
สนามเลือกตั้ง จ.อุดรธานี เมืองแห่งธรรมะอารยธรรม 5,000 ปี ถูกนำมาเปรียบเปรยว่าเป็น “เมืองหลวงคนเสื้อแดง” ส่งใครลงสมัคร สส.ในนามพรรคเพื่อไทย จะได้รับเลือกตั้งแบบสบายๆ แต่ใช่ว่าจะกวาดทั้ง 9 ที่นั่งไปได้ง่ายๆ การช่วงชิงกันของพรรคใหญ่ที่ส่งตัวแทนเข้าประกวดกันทุกพรรค โอกาสพลาดพลั้งนั้นมีสูงทีเดียว
9 ที่นั่ง สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ประกาศจะยึดครองให้หมด โดยมี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ประธานที่ปรึกษาพรรค และผู้สมัครระบบบัญชีรายชื่อ อันดับ 5 นำทีม ขณะที่พรรคคู่แข่งอันดับ 1 อย่าง พรรคประชาธิปัตย์ หัวหน้าทีมคือ ไชยยศ จิรเมธากร รมช.ศึกษาธิการ ส่วนพรรคภูมิใจไทย ส่ง เชิดชัย วิเชียรวรรณ อดีต สส.อุดรธานี นำทัพ ด้านพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ก็มี สุรชาติ ชำนาญศิลป์ อดีต สส. 7 สมัย เป็นหัวขบวน ทำให้สนามเลือกตั้งเมืองหลวงคนเสื้อแดง เข้มข้นดุเดือดน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง
เขตเลือกตั้งที่ 1 ไม่มี สส.เดิมลงสมัคร พรรคเพื่อไทย ส่ง “ศราวุธ เพชรพนมพร” อดีต สส. 2 สมัย บุตรเขย พล.ต.อ.ประชา แถมยังมีกระแสพรรคช่วยทำให้คู่แข่งอย่าง “ภัณฑิภา กัลณุภา” จากประชาธิปัตย์ ต้องทำงานหนักอีกหลายเท่าตัว
เขต 2 มีอดีต สส.ขับเคี่ยวกัน 2 คน คือ “พ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์” พรรคเพื่อไทย และ “เชิดชัย วิเชียรวรรณ” จากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งผลงานช่วงท้ายพอมี ถ้าน้ำเลี้ยงหนักก็มีลุ้น แต่ก็ประมาท “นวมงคล คูสกุล” จากประชาธิปัตย์ไม่ได้
เขต 3 พรรคเพื่อไทย ส่ง “อนันต์ ศรีพันธุ์” อดีต สส. บวกแรงขยันและตำแหน่งอดีตเกษตรจังหวัดอุดรธานี ทำให้เป็นต่อพรรคภูมิใจไทย ที่ส่งคู่ปรับตลอดกาลที่ “หรั่ง ธุระพล” ลงแข่งขัน ส่วนผู้สมัครจากพรรคอื่น รวมทั้ง “ดิเรก หลักคำ” พรรคประชาธิปัตย์ เป็นอดีต สส.แต่ก็นานมาแล้ว ไม่น่าจะตามทัน
เขต 4 เจ้าของพื้นที่คือ “ไชยยศ จิรเมธากร” รมช.ศึกษาธิการ หัวหน้าทีมประชาธิปัตย์อุดรธานี เป็น สส.มาหลายสมัย มีฐานมั่นคงที่ อ.บ้านดุง แต่กว่าจะเป็น สส.ได้ก็ต้องรอให้ “ประสพ บุษราคัม” จากพรรคพลังประชาชนถูกใบแดงก่อน พื้นที่นี้พรรคเพื่อไทยทิ้งมานาน สส.เดิมย้ายไปอยู่เขตอื่นหมด แม้จะส่ง “ขจิตร ชัยนิคม” อดีต สส.หลายสมัย แต่ก็เป็น สส.ยุคดอกทานตะวันเบ่งบาน อีกทั้งสมัยที่แล้วหนีไปลง สส.มหาสารคาม ได้เข้าไปนั่งในสภาสมใจ แต่ก็ถูกใบเหลือง แถมพรรคไม่ส่งลงเลือกตั้งซ่อม จึงต้องกลับมาอุดรธานี แบกกระแสพรรคเข้ามาสู้กับไชยยศ ขณะพรรคอื่นโอกาสลุ้นมีน้อย
เขต 5 พรรคเพื่อไทยแน่นมากในเขตนี้ ทั้งความขยันของผู้สมัคร “ทองดี มนิสสาร” อดีต สส.มาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย บวกกระแสพรรคที่มีอยู่ไม่ตก โอกาสที่ผู้สมัครรายอื่นมาชิงมีน้อย ทำให้พรรคภูมิใจไทยต้องส่ง “เพทาย บุญไชย” ทนายหนุ่มฝีปากกล้า ตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็ออกพบปะชาวบ้าน มีกิจกรรมทางการเมืองต่อเนื่อง จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่เจ้าของพื้นที่จะแบเบอร์
เขต 6 เขตนี้เป็นเขตศักดิ์ศรีพรรคภูมิใจไทย เพราะเดิมเป็นพื้นที่ของ “ธีระชัย แสนแก้ว” หรือ “อีโต้อีสาน” แต่เพราะพรรคพลังประชาชนถูกยุบ จึงต้องพ้นจากเก้าอี้ สส. และ รมช.เกษตรฯ ทำให้ “เกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์” ลงเลือกตั้งซ่อมได้เป็น สส. และลงสมัครครั้งนี้ด้วย การเลือกตั้งครั้งนี้ “อีโต้” ส่งน้องชาย “อุทัย แสนแก้ว” เสื้อแดงรุ่น 1 ลงชิงเก้าอี้คืน ทั้งสองพรรคแพ้กันไม่ได้ ตัวสอดแทรกแย่งชิงโอกาสที่เพื่อไทยและภูมิใจไทยห้ำหั่น โดยไม่ทันระวังคือ “ชัยรัตน์ โสดา” จากพรรคประชาธิปัตย์ อดีตผู้สมัคร สว. อุดรธานี
เขต 7 เขตนี้ไม่มี สส.เจ้าของพื้นที่ พรรคเพื่อไทยส่ง “จักรพรรดิ ไชยสาส์น” น้องชาย “ต่อพงษ์ ไชยสาส์น” อดีต สส.เขตนี้มาลงสมัคร แทนต่อพงษ์ที่ขยับไปปาร์ตี้ลิสต์ ปัญหาอยู่ที่ทั้งสองคนลงพื้นที่น้อย ต่างจากคู่ปรับพรรคภูมิใจไทย “นำพร วานิชชัง” แม้จะสอบตกครั้งก่อน แต่ก็ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง กับตำแหน่งที่ปรึกษา รมช.สาธารณสุข ลงทำกิจกรรมกับ อสม.อยู่หลายปี
เขต 8 ถ้านับเลือกตั้งครั้งก่อน เจ้าของพื้นที่คือ “เกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม” ที่ วิเชียร ขาวขำ ดันขึ้นมาเป็น สส.สมัยแรก หากย้อนกลับไปในหลายสมัย เจ้าของพื้นที่คือ “โชคสมาน ลีลาวงษ์” อดีต สส. และอดีต รมช.คมนาคม จนดันให้ลูกชายลงสมัคร สส.แทนสังกัดพรรคเสรีธรรม ชนะพรรคไทยรักไทยขณะนั้น แต่ก็ต้องไปรวมกับไทยรักไทย ล่าสุดลงสมัครพรรคเพื่อแผ่นดิน พื้นที่ใหญ่ขึ้นทำให้สอบตก ครั้งนี้พ่อลงสมัครเอง ตามทวงเก้าอี้คืนมา
เขต 9 ไม่มีใครเป็นเจ้าของพื้นที่ตัวจริง เพราะ “วิเชียร ขาวขำ” ต้องนำขบวนแดงและติดตามคดีความ จึงส่งภรรยา “เทียบจุฑา ขาวขำ” ประธานสภา อบจ.อุดรธานี ลงแทนตนเอง ซึ่งย้ายไปปาร์ตี้ลิสต์ เพื่อสู้กับ “สุรชาติ ชำนาญศิลป์” ในนามพรรคภูมิใจไทย อดีต สส. 7 สมัย ที่พลาดท่าปราชัยครั้งก่อน แต่ซุ่มหาเสียงในพื้นที่ต่อเนื่อง หวังทวงเก้าอี้คืน
การเลือกตั้งครั้งนี้ จะสร้างกระแสพรรครุนแรงหนักหน่วง ทำให้ผู้สมัคร สส.งานเบา แต่คงยากที่พรรคใดพรรคเดียวจะคว้าทั้ง 9 ที่นั่งไปครอง ด้วยตัวผู้สมัคร เจ้าของพื้นที่แต่ละคนก็ไม่เบากันทั้งนั้น งานนี้จับตาเพื่อไทยและภูมิใจไทย สองพรรคใหญ่แห่งสนามอีสานสัประยุทธ์ รอผลการเลือกตั้งออกมา ใครจะประกาศศักดาเจ้าของภาคอีสาน







