
พิษน้ำมัน-ดอกเบี้ย-ของแพง ต้นทุนเอสเอ็มอีพุ่งแล้ว 5%
ขณะนี้ประชาชนยันผู้ประกอบการร้องกันทั้งบ้านทั้งเมืองว่าข้าวของแพงขึ้นแทบทุกอย่าง
ขณะนี้ประชาชนยันผู้ประกอบการร้องกันทั้งบ้านทั้งเมืองว่าข้าวของแพงขึ้นแทบทุกอย่าง
ทำให้ค่าครองชีพของประชาชนสูงขึ้นจนชักหน้าไม่ถึงหลัง
ขณะที่ผู้ประกอบการก็เผชิญปัญหาต้นทุนการประกอบธุรกิจปรับตัวสูงขึ้นมามาก จนมีผู้ประกอบการหลายรายใช้วิธีผลักภาระให้ลูกค้ารักษากำไร
บางรายใช้ทีเด็ดลดไซส์ลงมา แต่ไม่ลดราคา มาใช้หากิน
นายปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย บอกว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้ บรรดาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีต้นทุนเพิ่มขึ้นมาแล้วรวม 5%
ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจำแนกได้ดังนี้ ต้นทุนในส่วนการผลิต วัตถุดิบเพิ่มขึ้น 4.7% ต้นทุนด้านเชื้อเพลิงเพิ่ม 20% ยางและเม็ดพลาสติกเพิ่ม 8% และราคาโลหะเพิ่ม 6%
ขณะที่ต้นทุนหมวดค่าจ้างได้เพิ่มมาแล้ว 6% ส่วนต้นทุนการเงินเพิ่ม 10% และต้นทุนการบริหารเพิ่มขึ้น 4%
ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากสินค้าต่างๆ และราคาน้ำมันนั้น ทำให้อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบหนักในขณะนี้มี 5 กลุ่มอุตสาหกรรม
อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบสูงสุด คือ อุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตการเกษตร เพราะวัตถุดิบมีราคาสูงขึ้น
อุตสาหกรรมก่อสร้าง อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานที่มีความชำนาญเฉพาะด้าน เช่น เครื่องนุ่งห่ม สิ่งทอ รองเท้า เครื่องหนัง อุตสาหกรรมขนส่ง และค้าปลีก
นายปกรณ์ กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้พบว่าต้นทุนผู้ประกอบการสูงขึ้นจากเงินเฟ้อ สินค้าอุปโภคบริโภคก็สูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น แต่มองภาพรวมลูกค้าธนาคารคงไม่กระทบมาก เพราะผู้ประกอบการปรับตัวได้แล้ว และมีการผลักภาระให้ผู้บริโภคด้วยการขึ้นราคาสินค้า ขณะที่ธนาคารมีสินเชื่อใน 5 อุตสาหกรรมคิดเป็นสัดส่วน 40% จากฐานสินเชื่อรวม 1.5 แสนล้านบาท
นายปกรณ์ กล่าวว่า ในภาวะที่ต้นทุนทุกอย่างปรับตัว ผู้ประกอบการจะต้องบริหารต้นทุน โดยเลือกจังหวะในการสั่งซื้อสินค้าและทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ขณะเดียวกันต้องปรับคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ หากมีส่วนใดที่ลดต้นทุนผลิตภัณฑ์ได้ ซึ่งอาจเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่อ่อนไหวต่อราคา คือ ทำสินค้าที่มีต้นทุนต่ำออกขายอีกทางหนึ่ง
“ถึงตอนนี้ผู้ประกอบการจะมีต้นทุนเพิ่ม แต่ยังไม่เห็นสัญญาณเอ็นพีแอล เพราะผู้ประกอบการผลักภาระให้ผู้ซื้อได้” นายปกรณ์ กล่าว
ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการรายใดสามารถรักษาส่วนต่างกำไรได้ ธนาคารก็จะให้สินเชื่อเพิ่ม
ด้านนายศิริชัย สมบัติศิริ รองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มลูกค้าธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินว่าสินเชื่อเอสเอ็มอีของธนาคารปีนี้น่าจะเติบโตที่ 5.5 หมื่นล้านบาท เนื่องจากในช่วงครึ่งปีหลังสินเชื่อในกลุ่มเกษตรจะเร่งตัวขึ้นตามฤดูกาลเก็บเกี่ยว







