
แทงพนันเลือกตั้ง อบายมุขรูปแบบใหม่
การเสี่ยงโชคเสี่ยงดวงหวังร่ำรวยกัน ถือเป็นเรื่องธรรมดาในสังคมไทย
การเสี่ยงโชคเสี่ยงดวงหวังร่ำรวยกัน ถือเป็นเรื่องธรรมดาในสังคมไทย
โดย...กันติพิชญ์ ใจบุญ
การเสี่ยงโชคเสี่ยงดวงหวังร่ำรวยกัน ถือเป็นเรื่องธรรมดาในสังคมไทย ก็แหม...ใครบ้างที่ไม่อยากจะรวย ยิ่งได้เงินมาด้วยวิธีที่ง่ายๆ ลงทุนนิดหน่อย หากฟลุกหรือโชคดี ก็รวยอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว การพนันจึงอยู่คู่กับคนไทยมานาน ทั้งหวยบนดิน ใต้ดิน พนันโต๊ะบอล และอีกสารพัด
การเสี่ยงดวงแทบจะทุกเรื่องที่เข้ามาในชีวิต แม้จะเป็นเรื่องที่ไม่ดี เพราะการพนันไม่เคยทำให้ใครรวย ซ้ำร้ายยังทำให้ยากจนหนักเข้าไปกว่าเดิม แต่หลายคนก็หลงใหลคิดจะรวยทางลัด
แม้แต่ในช่วงเลือกตั้งการพนันก็เกิดขึ้นได้ตามนิสัยคนไทยเสียอย่าง และกำลังถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากตำรวจ นั่นคือ “การทายผลพนันเลือกตั้ง สส.” ภาพใหญ่จะเสี่ยงดวงกันว่าใครจะได้เป็นรัฐบาล ใครจะได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี พรรคไหนจะชนะเลือกตั้ง ถ้าเป็นระดับจังหวัดก็แทงกันว่าใครจะชนะเลือกตั้งในแต่ละเขต
เรื่องนี้ถูกปูดขึ้นมาเพราะ น.ส.ชลดา บุญเกษม ประธานเครือข่ายประชาชนเพื่อการเลือกตั้ง (พีเน็ต) จ.พระนครศรีอยุธยา ออกมาเปิดเผยว่า ขณะนี้ในพื้นที่ของเมืองกรุงเก่ามีการเปิดรับแทงพนันการเลือกตั้ง สส. โดยเฉพาะในเขตที่พรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรคการเมืองส่งผู้สมัครลงแข่งขันกัน
พีเน็ตอ้างว่าเป็นข้อมูลที่ได้มาจากประชาชนในพื้นที่ ทำให้เกรงว่าหากเรื่องดังกล่าวเป็นจริง การแข่งขันในพื้นที่ต้องดุเดือดอย่างแน่นอน เพราะแต่ละพรรคแต่ละฝ่ายต่างก็ต้องการให้พรรคตนเองชนะ ความรุนแรงจึงอาจจะมีชนวนให้จุดติดได้ง่าย
แน่นอนว่าทางตำรวจก็เริ่มมีข้อมูลการเคลื่อนไหวในเรื่องดังกล่าวเช่นกัน ทั้งในส่วนของโต๊ะบอลที่ปรับเปลี่ยนให้เข้ากระแสด้วยการรับแทงพนันเลือกตั้งเช่นกัน รวมถึงเว็บไซต์ต่างๆ ที่ชักชวนให้ประชาชนเข้ามาเสี่ยงโชคเสี่ยงทายใครจะชนะเลือกตั้ง
พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้ออกมาขู่ไว้ก่อนแล้ว และเตือนว่า การพนันเลือกตั้งถือเป็นความผิดตามกฎหมายอย่างชัดเจน และโทษจะต้องหนักกว่าการพนันทั่วไปอีกด้วย คือจำคุก 1-5 ปี ปรับ 2 หมื่นยัน 2 แสนบาท หรือไม่เข็ดก็เอาไปเลยทั้งจำทั้งปรับ เป็นการออกมาปรามกันเสียแต่เนิ่นๆ
กระแสพนันเลือกตั้งจึงถูกจุดขึ้นมาอย่างน่าสนใจ แต่จะเล่นอย่างไร ทำไมถึงอันตราย ตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะป้องกันอย่างไร เพราะการเล่นพนันแทงเลือกตั้ง ถือเป็นการชี้นำประชาชนอีกทางหนึ่ง ไม่ต้องมาดูนโยบายอะไรกันแล้ว พากันไปลงคะแนนเพื่อให้ชนะ ก็ได้เงินไปใช้สบายใจเฉิบ
ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ออกมาให้คอมเมนต์สั้นๆ ว่า “เรื่องนี้ก็จับตาดูอยู่ เนื่องจากผู้บังคับบัญชาสั่งการลงมาแล้ว ให้จับตาดูอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการเล่นพนันแทงผลเลือกตั้ง ตรงนี้เราก็ดูในเรื่องของโต๊ะบอลเป็นพิเศษ แต่ตามเว็บไซต์ต่างๆ ยังไม่พบข้อมูลการกระทำความผิดในรูปแบบดังกล่าว แต่โต๊ะบอลก็ถือว่ามีความเสี่ยงที่จะเป็นการเล่นพนันเลือกตั้งได้ แต่โดยรวมขณะนี้ยังไม่พบการกระทำความผิดอะไร”
ที่ต้องจับตาโต๊ะบอลเป็นพิเศษ นั่นเป็นเพราะช่วงเลือกตั้ง ฤดูกาลแข่งขันของฟุตบอลลีกต่างๆ ทั่วประเทศต่างปิดฤดูกาล ทำให้อาจเกิดช่องว่างของเหล่านักพนันคันมืออยากเล่นพนัน รวมถึงช่องโหว่ของเหล่าโต๊ะบอลที่ต้องหารายได้ เปิดอัตราต่อรองพนันเลือกตั้งซะเลย
เซียนพนันบอลรายหนึ่งยอมเปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงปิดฤดูกาลของการแข่งขันฟุตบอลในยุโรปไปแล้ว แต่ละโต๊ะบอลก็เริ่มจะว่างเว้นจากการพนันบอลไประยะหนึ่ง ได้ยินมาว่าจะมีการเปิดรับแทงผลการเลือกตั้ง ซึ่งคาดว่าใกล้เลือกตั้งจะมีการต่อรองราคาออกมา
แต่การเล่นพนันขันต่อในรูปแบบนี้ เล่นกันอย่างไร พ.ต.ท.อุเทน นุ้ยพิน รอง ผกก.สส.3 บก.สส.ภ.1 เล่าให้เห็นภาพว่า การพนันเลือกตั้งจะพนันกันในรูปแบบ ใคร จากพรรคไหน จะชนะการเลือกตั้ง อัตราต่อรองก็จะเป็นในส่วนของราคา
พร้อมกับยกตัวอย่าง “ผู้สมัครคนนี้ จากพรรคการเมืองนี้ จะชนะคู่ต่อสู้ในเขตเลือกตั้ง อัตราต่อรอง 5 : 3 คือแทง 5 จ่าย 3 เป็นต้น คนที่ไปแทงพนันการเลือกตั้ง แน่นอนว่าเมื่อลงคะแนนเสียงแล้ว ก็จะไปเลือกคนที่ตัวเองแทงไว้ และพาลูกเมียญาติพี่น้อง คนรู้จัก ไปลงคะแนนเพื่อเลือกผู้สมัครคนที่ตัวเองแทงพนันไว้ สุดท้ายเลยกลายเป็นการชี้นำในการให้คะแนนเสียงผู้สมัครไป”
นักสืบจากภาค 1 เล่าต่อว่า ที่ได้ยินมา บางพื้นที่ก็เคยรับแทงในราคา 7 : 1 ก็มี การพนันรูปแบบนี้มันไม่เป็นผลดีต่อประชาชนทั่วไปและประชาธิปไตย เพราะการพากันไปลงคะแนนเพราะต้องการเงินจากการพนัน ไม่ได้ดูที่นโยบาย ต้องการชนะพนัน แน่นอนว่าไม่ได้ประโยชน์อะไร เผลอๆ ถูกจับติดคุกหัวโตไปอีก และยังกลายเป็นการมั่วสุมกันอีก
ส่วนใหญ่ที่เปิดรับแทงก็จะไม่เกี่ยวกับตัวผู้สมัครอยู่แล้ว เพราะคนทั่วไปเอาราคามาตั้งกันเอง แทงกันเอง เป็นเรื่องของคนนอก แต่ก็ถือเป็นการมอมเมาเช่นกัน และส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกโต๊ะบอล หวยใต้ดิน ที่ให้ราคาต่อรองกันเพื่อให้คนไปแทง ที่สำคัญมีผลต่อคะแนนเสียงผู้สมัครอยู่ไม่น้อย
“ที่ผ่านมาผมก็เคยเจอการพนันเรื่องยุบพรรคการเมือง ก็มีการแทงพนันเช่นกัน แต่การยุบพรรคไม่มีผลต่อการเมืองหรือตัวบุคคลที่ถูกเลือกตั้งเหมือนการเล่นพนันในครั้งนี้ แต่ในพื้นที่รับผิดชอบยังไม่พบเล่นพนันการเลือกตั้ง ซึ่งเร็วๆ นี้จะประชุมเพื่อรับมือ หากเจอ ผมจับแน่” มือปราบไอเดียเจ๋ง แจง
แต่โดยรวมทั้งหมดจากประสบการณ์ที่เคยเจอ รอง ผกก.อุเทน ยังไม่พบว่ามีเงินหมุนเวียนสะพัดมากน้อยแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ ตามนิสัยคนไทยเรื่องเสี่ยงดวงกับการพนันต้องมีแน่ เพราะพี่ไทยเอาทุกเรื่องอยู่แล้ว ก็ได้แต่หวังให้ประชาชนที่คิดจะเล่นพนันเลือกตั้ง ได้ตระหนักถึงโทษทัณฑ์ที่อาจจะได้รับ และระบบประชาธิปไตยที่จะเสียไปเพราะมีเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง เลือกตั้งก็ถูกตราหน้าว่าซื้อเสียงกันมากพออยู่แล้ว อย่าเอาการพนันมาเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งอีกเลย !!!







