
เตือนขึ้นค่าแรงธุรกิจเจ๊ง
เตือนพรรคการเมืองหาเสียงขึ้นค่าจ้างแตะ 300 บาทต่อวัน ทำธุรกิจเจ๊ง 16.9%
เตือนพรรคการเมืองหาเสียงขึ้นค่าจ้างแตะ 300 บาทต่อวัน ทำธุรกิจเจ๊ง 16.9%
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดผลการสำรวจผลกระทบจากนโยบายหาเสียงการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ หากปรับขึ้นค่าจ้างเป็น 300 บาทต่อวัน ในภาพรวมอาจจะมีธุรกิจที่ต้องปิดกิจการ 16.90% แบ่งเป็นภาคกลาง 12.28% เหนือ 28.57% ตะวันออก 0% ใต้ 30.77% และอีสาน 28.57%
กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบแต่ไม่ถึงขั้นปิดกิจการมี 68.50% แบ่งเป็นภาคกลาง 71.93% เหนือ 42.89% ตะวันออก 100% ใต้ 61.54% และอีสาน 57.14%
ขณะที่ผลกระทบจากนโยบายการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 25% ภายใน 2 ปี ในภาพรวมอาจมีธุรกิจที่ต้องปิดกิจการ 6.7% แบ่งเป็นภาคกลาง 5.26% เหนือ 0% ตะวันออก 0% ใต้ 15.38% และอีสาน 14.29%
กิจการที่ได้รับผลกระทบมากในภาพรวม แต่ไม่ถึงขั้นต้องปิดกิจการมี 42.7% แบ่งเป็นภาคกลาง 36.84% เหนือ 28.57% ตะวันออก 100% ใต้ 46.15% และอีสาน 57.14%
สำหรับค่าจ้างขั้นต่ำที่สมาชิกเห็นว่าเหมาะสมน่าจะอยู่ที่ 226.67 บาทต่อวัน ภาคกลาง 231.88 บาท ภาคเหนือ 223.20 บาท ตะวันออก203.33 บาท ใต้ 209.37 บาท และอีสาน 190 บาทโดยคิดเป็นช่วงอัตราที่เหมาะสม ได้ดังนี้ 0-200 บาทต่อวัน ผู้เห็นด้วย 23% 200-210 บาทต่อวัน มีคนเห็นด้วย 17% 211-220 บาทต่อวัน มีคนเห็นด้วย 13% 221-230 บาทต่อวันมีคนเห็นด้วย 21% และ 230-240 มีคนเห็นด้วย 25%
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้นำนโยบายค่าจ้างมาหาเสียง โดยแนะให้รัฐบาลควบคุมอัตราเงินเฟ้อและค่าครองชีพซึ่งสำคัญมากกว่า ตลอดจนมุ่งส่งเสริมคุณภาพแรงงาน ส่วนการปรับขึ้นค่าจ้างให้ทำปีละครั้งตามอัตราเงินเฟ้อ และต้องการให้เปิดรับแรงงานต่างด้าวด้วย เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน







