
ภท.กำชับผู้สมัครขยันลงพื้นที่หาเสียง
ภท.ย้ำผู้สมัครขยันลงพื้นที่อธิบายนโยบายพรรคให้ปชช.เข้าใจ เผยเตรียมรวมขุนพลใหญ่ช่วย"ศุภมาส"หาเสียง รับกระแสพรรคมีขึ้นลง
ภท.ย้ำผู้สมัครขยันลงพื้นที่อธิบายนโยบายพรรคให้ปชช.เข้าใจ เผยเตรียมรวมขุนพลใหญ่ช่วย"ศุภมาส"หาเสียง รับกระแสพรรคมีขึ้นลง
นายสรยุทธ เพชรตระกูล ผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า จากการประชุมผู้สมัครเมื่อวันที่ 6.มิ.ย. ที่ผ่านมา พรรคได้กำชับให้ผู้สมัครทุกคนขยันลงพื้นที่ในการเข้าหาประชาชนให้มากขึ้น และเน้นปราศรัยย่อยอธิบายนโยบายต่างๆอย่างละเอียดให้ประชาชนเข้าใจ เนื่องจากนโยบายทุกพรรคมีความคล้ายคลึงกันมาก
“นโยบายประชานิยมของพรรคมีความแตกต่างจากพรรคอื่น เช่น การช่วยเหลือเกษตรกร เราพูดถึงการประกันราคาข้าว ว่ามันดีอย่างไร และกองทุนประกันราคาสินค้าเกษตร ข้าวเปลือกตันละ 20,000 บาท พรรคทำได้ และจะผลักดันให้เป็นโครงสร้างระยะยาว เมื่อทำได้เกษตรกรเดินได้ในอนาคต เพราะพรรคไม่เห็นด้วยกับการจำนำราคาข้าว และการใช้บัตรเครดิตเกษตรกร เพราะเป็นการสร้างภาระหนี้สิน”นายสรยุทธ กล่าว
นายสรยุทธ กล่าวว่า พรรคเตรียมจะเปิดนโยบายสำคัญอีก 1 นโยบาย เพื่อช่วยแก้ปัญหาของเศรษฐกิจในฐานของคนมีรายได้น้อย ในเร็วๆนี้ อย่างไรก็ตาม การที่พรรคส่งผู้สมัครกทม.เพียงคนเดียว คือ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี เขต 11 เพระมีความมั่นใจ อีกทั้ง นางสาวศุภมาส เป็นส.ส.ในพื้นที่และดูแลประชาชนมานาน เข้าใจปัญหาของประชาชน แต่พรรคการเมืองอื่น ไม่เคยคำนึงเรื่องนี้ โดยเลือกคนมีชื่อเสียง ฐานะทางสังคมสูง โดยไม่คำนึงถึงประชาชน ทำให้ประชาชนไม่ได้รับประโยชน์
นายสรยุทธ กล่าวว่า วันที่ 10 มิ.ย. นาง พรทิวา นาคาศัย เลขาธิการพรรค จะลงพื้นที่ช่วยนางสาวศุภมาสหาเสียง และ อธิบาย เรื่องปากท้องประชาชน นโยบายการจ้างงาน ลดภาษีมูลค่าเพิ่ม 2% การสร้างอาชีพ การสร้างที่ทำกิน และวันที่ 12 มิ.ย. นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค พร้อมผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ จะลงพื้นที่หาเสียงในเขตหลักสี่ ซึ่งขณะนี้ทางคณะทำงานอยู่ในขั้นตอนการวางแผนหาเสียงในพื้นที่กทม. โดยจะเน้นการลงพื้นที่ย่านธุรกิจ พื้นที่ของคนรุ่นใหม่ เราจะแบ่งทีมลงพื้นที่ และผลักดันคนรุ่นใหม่ในพรรคให้ทำงานการเมือง อย่างไรก็ตามการลงพื้นที่ทางพรรคก็เชื่อว่าจะได้รับการตอบรับจากประชาชน
เมื่อถามว่า ผ่านมาครึ่งทางในการเลือกตั้งดูเหมือนกระแสของพรรคภูมิใจไทยยังไม่ขึ้น นายสรยุทธ กล่าวว่า กระแสคือกระแส มันมาเป็นช่วง มีขึ้นมีลง แต่พรรคจะชัดเจนในเรื่องของนโยบาย ถึงจุดหนึ่งเชื่อว่าประชาชนจะใช้สติ หนึ่งเสียงที่จะลงคะแนนเขาต้องคิด ว่าใครจะทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ ดังนั้น อย่าไปคิดมากเรื่องกระแส ทางพรรคก็ไม่ได้ละเลย ไม่ได้ประมาท พรรคก็ได้เตือนผู้สมัครไปแล้วว่า ต้องขยันกว่าเดิม







