
ชาติพัฒนาเพื่อแผนดิน VS พลังชล พัฒนาวงการกีฬาสู่เวทีโลก
พรรคเล็ก 2 พรรค ชูนโยบายด้านกีฬาโดดเด่นชัดเจนกว่าพรรคการเมืองอื่นๆ
พรรคเล็ก 2 พรรค ชูนโยบายด้านกีฬาโดดเด่นชัดเจนกว่าพรรคการเมืองอื่นๆ
พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินที่มี สุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรคเป็นหัวหอกดึงคนเด่นคนดังวงการกีฬาเข้าร่วมงานการเมืองกันคึกคัก เช่น “ซูเปอร์บอล” ภราดร ศรีชาพันธุ์ อดีตนักหวดลูกสักหลาดมืออันดับ 9 ของโลก “น้องวิว” เยาวภา บุรพลชัย อดีตนักเทควันโดเหรียญทองแดงโอลิมปิกเกมส์ 2004 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ หรือแม้แต่ “เดอะตุ๊ก” ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน อดีตศูนย์หน้าทีมชาติไทย
พรรคพลังชลเป็นอีกพรรคที่คนตระกูล “คุณปลื้ม” ในฐานะเจ้าของพรรคและเจ้าของสโมสรชลบุรี เอฟซี เน้นชูนโยบายการพัฒนากีฬา หวังปั้นตั้งแต่เด็กและเยาวชนในท้องถิ่นให้ก้าวไปสู่ระดับชาติ
งานนี้ “สุระ เตชะทัต” หรือ “เสี่ยมืด” สส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 3 พรรคพลังชล เปิดเผยว่า นโยบายการพัฒนาฟุตบอลไทยให้ไปสู่สากล นโยบายนี้พรรคมีความมั่นใจว่าหากเป็นรัฐบาลสามารถทำได้จริง เพราะ สนธยา และวิทยา คุณปลื้ม ถนัดงานด้านกีฬาและท่องเที่ยวมาก โดยเป็นผลประสบความสำเร็จจากประสบการณ์ตรงจริง คือ การก่อตั้งสโมสรชลบุรี เอฟซี ได้จุดประกายการพัฒนาฟุตบอลลีกไทยให้โด่งดัง และสร้างกระแสความนิยมลีกไทยในบรรดากลุ่มเด็กและเยาวชนในที่สุด
ดังนั้น พรรคจะนำประสบการณ์ในการพัฒนากีฬาระดับท้องถิ่นมาเป็นจุดขายให้กับพรรค ที่จะนำเสนอให้กับคนรุ่นใหม่ได้เห็นว่าหากเลือกพรรคพลังชลจะเกิดการพัฒนากีฬาฟุตบอลให้ก้าวหน้ากว่าที่เป็นอยู่ โดยเฉพาะจะปั้นเด็กและเยาวชนไทยให้เป็นนักฟุตบอลมืออาชีพ สามารถหารายได้เลี้ยงตัวเองได้เป็นกอบเป็นกำกับการเตะฟุตบอลได้เหมือนกับนักฟุตบอลในต่างประเทศ
จุฑา ติงศภัทิย์ กรรมการบริหารกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ให้ความเห็นว่า การสนับสนุนกีฬาไทยต้องส่งเสริมสนับสนุนตั้งแต่ระดับเยาวชนให้มีความสามารถทางการแข่งขันตั้งแต่เล็กๆ ซึ่งก็เห็นด้วยกับแนวทางของพรรคพลังชล นับว่าเป็นความคิดที่ดีที่จะเริ่มต้นสนับสนุนกีฬาตั้งแต่รุ่นเยาวชน โดยเฉพาะการส่งเสริมการเล่นกีฬาในระดับจังหวัด ก่อนนำไปสู่การแข่งขันในระดับภูมิภาคแล้วขยับขึ้นมาเป็นระดับชาติ หรือแม้แต่การแข่งขันฟุตบอล
“คงไม่มีผลเท่าไรกับการพัฒนากีฬาฟุตบอลไทย หากจะเอานักกีฬาเด่นๆ ดังๆ มาลงเล่นการเมือง เพราะจะรู้แต่วงการกีฬาในส่วนกลางหรือในกรุงเทพฯ แต่ไม่ได้รู้ว่าการทำกีฬาในระดับจังหวัด หรือปั้นเด็กในท้องถิ่นชนบทให้เป็นนักกีฬาทีมชาตินั้นเป็นอย่างไร ผมว่านโยบายพรรคพลังชลน่าสนใจดีเหมือนกัน” กูรูวงการกีฬา กล่าว
ด้าน เจริญ วรรธนะสิน นักวิชาการและอดีตนักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทย ระบุว่า นับเป็นสิ่งที่ดีที่นักการเมืองสนใจงานด้านกีฬา และคนในวงการกีฬาสนใจงานการเมือง นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการพัฒนาวงการกีฬาไทยให้ก้าวหน้า ที่ได้คนในวงการกีฬาเข้าไปทำงานการเมืองจริงจัง นับเป็นการทำงานเพื่อประเทศชาติและบ้านเมือง
“แต่สิ่งสำคัญในการพัฒนากีฬา ไม่ควรให้การเมืองเข้ามาแทรกแซงจนเกินไป และคนที่จะเข้ามาทำงานพัฒนากีฬาไทยก็ควรเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถด้านกีฬาอย่างแท้จริง เพราะวงการกีฬาไทยต้องการบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญด้านการกีฬาอย่างมาก” เจริญ ระบุ







