posttoday
เงื่อนงำชู้สาว ปมอุ้มฆ่าแม่"นางฟ้า"

เงื่อนงำชู้สาว ปมอุ้มฆ่าแม่"นางฟ้า"

09 กุมภาพันธ์ 2553

คดีของแม่เธอนั้นซับซ้อน โดยมีเบาะแสว่า เรื่องนี้ยังมีตำรวจมากกว่า 2 นายที่ถูกซัดทอดซึ่งอยู่ในพื้นที่อุดรธานี

คดีของแม่เธอนั้นซับซ้อน โดยมีเบาะแสว่า เรื่องนี้ยังมีตำรวจมากกว่า 2 นายที่ถูกซัดทอดซึ่งอยู่ในพื้นที่อุดรธานี

โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม

สาวน้อยวัย 25 ผิวขาวหน้าตาสะสวย หุ่นสูงโปร่ง หอบหลักฐานคดี “คนมีสีอุ้มมารดา” เดินขึ้นตึกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อวันจันทร์ที่ 1 ก.พ. เรื่องราวของ กุหลาบ  อินทร์ศรี มารดาวัย 48 ของ กุสุมา  อินทร์ศรี แอร์โฮสเตสหรือนางฟ้าแห่งสายการบินเกาหลีแอร์ไลน์ “ผู้ร้องเรียน” ให้ดีเอสไอช่วยเหลือก็ถูกเปิดเผยขึ้น

กุหลาบ  อินทร์ศรี เป็นชาวอุดรธานีแต่งงานกับพ่อของกุสุมาและมีบุตร 2 คนเป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่ง ครอบครัวอินทร์ศรีที่มีความสุขเกิดรอยร้าวเมื่อชีวิตสมรสของพ่อแม่เกิดระหองระแหงและทั้งคู่ตัดสินใจ

เงื่อนงำชู้สาว ปมอุ้มฆ่าแม่"นางฟ้า" กุสุมา อินทร์ศรี

หย่าร้างแยกทางเดินในช่วงปลายปี 2552  ระหว่างที่กุหลาบกำลังจะหย่า เธอพบรักใหม่กับ ด.ต.สุรชัย  ศรีศิริสุขะ ตำรวจ สภ.อ.บ้านเทือม อุดรธานี เพราะลักษณะของกุหลาบ จัดเป็นสตรีสูงวัยที่หน้าตาผิวพรรณดี และรู้จักการโอภาปราศรัยกับผู้อื่น จึงทำให้กลายเป็นว่าที่แม่ม่ายเนื้อหอม

 แต่... รักใหม่ของกุหลาบ ไม่ราบรื่น !!

และเป็นจุดเริ่มต้นของคดี “อุ้มฆ่ากุหลาบ  อินทร์ศรี”

“ระหว่างแม่แยกกันอยู่กับพ่อ แม่อาศัยอยู่กับคุณตาที่บ้านในอุดรธานี ช่วงนั้นแม่มีแฟนใหม่ชื่อ ด.ต.สุรชัย คุณตารวมถึงพี่ชายแม่ไม่เห็นด้วย ญาติพี่ร้องแม่ไม่มีใครสนับสนุนให้คบกับคนนี้ ด้วยเหตุนี้ทำให้แม่ทะเลาะกับทุกคนแล้วก็ย้ายออกจากบ้านไปอยู่กินกับ ด.ต.สุรชัยที่บ้านพักตำรวจ ซึ่งเป็นสถานที่สุดท้ายก่อนที่แม่จะหายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ”

กุสุมา เล่าให้ฟังต่อไปว่า 3 วันแรกที่แม่ทะเลาะกับครอบครัวที่คัดค้านการมีสามีใหม่ แม่ไม่ได้ไปนอนค้างที่บ้าน ด.ต.สุรชัยแม้ว่าจะรู้กันว่าแม่ไปอยู่กินกับเขา แต่ในคืนวันที่ 17 พ.ย. 52 ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุ ทราบว่าแม่นอนค้างที่บ้าน ด.ต.สุรชัยแล้วก็หายตัวไป โดยตนเองมาทราบว่าแม่หายตัวไปเอาเมื่อวันที่ 18 พ.ย. ระหว่างที่เธออยู่กรุงเทพฯ และจะต้องบินไปต่างประเทศ ด้วยความเป็นห่วงจึงโทรศัพท์เข้ามาที่โทรศัพท์มือถือของแม่ แต่ปรากฏว่า ด.ต.สุรชัย ซึ่งพูดจาเหมือนคนเมาตลอดเวลารับสาย ก็แจ้งว่าแม่ของเธอหายไปไหนไม่รู้ตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 17 พ.ย.

เธอพยายามซักไซ้ให้ได้ความกระจ่าง แต่พูดจากับ ด.ต.สุรชัย ไม่รู้เรื่องจึงวางสาย และสงสัยว่าแม่อาจกำลังทำอะไรที่ปิดบังเธออยู่...!! โดยไม่คิดว่าแม่จะหายสาบสูญจนถึงวันนี้ กระทั่งน้าสาวโทรมาย้ำว่าแม่ของเธอหายตัวไปจริงโดยคนแจ้งข่าวการหายตัวไปให้น้าสาวทราบคือ ด.ต.สุรชัย ซึ่งบอกว่า โทรศัพท์และทรัพย์สินส่วนตัวรวมถึงรองเท้าของแม่ยังอยู่ในบ้านพัก ด.ต.สุรชัยครบ แต่ที่โทรศัพท์มี ... คราบเลือด?

เมื่อพ้น 24 ชม.สิทธิในการแจ้งคนหายเกิด ครอบครัวกุหลาบเข้าแจ้งความให้ตำรวจ สภ.บ้านเทือม  ตามหา การสืบสวนสอบสวนสะกดรอยตำรวจบ้านเทือมคลำปมพบเหตุ “ชู้สาว” เพราะ ด.ต.สุรชัย นอกจากมีความสัมพันธ์กับแม่ของกุสุมาแล้วยังมีหญิงสาวรายอื่นอีก ทางสืบสวนในเวลาต่อมาตำรวจได้เข้ารวบตัว

เยาวลักษณ์  โฆษิต หัวหน้าคนครัวโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ในฐานะเป็น “ผู้จ้างวาน” ฆ่ากุหลาบด้วยแรง

หึงหวงชู้สาว และเยาวลักษณ์ให้การซัดทอดตำรวจบ้านเทือม 2 นาย ซึ่งมียศดาบตำรวจและยศร้อยตำรวจโทเป็น “ผู้รับจ้างฆ่า”ในราคา 6 หมื่นบาท

เงื่อนงำทำท่าจะคลี่คลาย ...

แต่... กุสุมากลับต้องหอบหิ้วพยานหลักฐาน เท่าที่ผู้หญิงตัวคนเดียวจะหาได้ ฝ่าดงคนมีสีอุดรธานี

เอาคดีมาที่ดีเอสไอหวังพึ่ง ธาริต  เพ็งดิษฐ์  อธิบดีดีเอสไอ รับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษและส่งพนักงานสอบสวนดีเอสไอเข้าไปทำคดีเพราะเธอเห็นว่า คดียืดเยื้อข้ามปีและไม่มีความเคลื่อนไหวเพราะไปพัวพันกับตำรวจบ้านเทือม อีกทั้งผู้ต้องหาต่างยังอยู่ดี...มีสุข เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

กุสุมา เล่าว่า เธอไปติดตามความคืบหน้าคดีนี้กับตำรวจบ้านเทือม แต่ต้องผิดหวังเพราะไม่ได้รับความกระจ่างและไม่เคยได้เห็นพยานหลักฐาน หรือแม้กระทั่ง “ศพ” ของแม่เธอ รวมถึงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแม่ถูกฆาตกรรมด้วยวิธีใด ณ ที่ใด  เธอจึงไปขอคำปรึกษาตำรวจภูธรภาค 4 หวังให้ช่วยกระตุ้นคดีนี้ของ สภ.บ้านเทือม แต่คดีก็ยังไม่กระเตื้อง จึงวิตกว่าตำรวจบ้านเทือมอาจช่วยเหลือกัน และเป็นเหตุให้ต้องมาที่ดีเอสไอ

แอร์โฮสเตสสาว บอกว่า คดีของแม่เธอนั้นซับซ้อน โดยมีเบาะแสว่าเรื่องนี้ยังมีตำรวจมากกว่าตำรวจ2 นายที่ถูกซัดทอดซึ่งอยู่ในพื้นที่อุดรธานีเข้ามาเกี่ยวข้อง และเป็นคนมีสี “ระดับซุ้ม…” จึงทำให้คดีล่าช้า   และไม่รู้ว่าที่สุดแล้ววิญญาณของแม่กุหลาบจะได้รับความเป็นธรรม โดยกฎหมายจะเอาคนผิดมาลงโทษได้หรือไม่

ดีเอสไอจึงเป็นความหวังเดียวของแอร์โฮสเตสสาว กุสุมา  อินทร์ศรี

ธาริต  เพ็งดิษฐ์  อธิบดีดีเอสไอ  หลังรับเรื่องราวเขาบอกว่าจะมอบหมายฝ่ายคดีอาญาพิเศษ และทีมสืบสวนสะกดรอยเข้าไปตรวจสอบคดีเบื้องต้นใน สภ.บ้านเทือม เพื่อนำกลับมาประมวลดูว่า สิ่งที่กุสุมาเปิดเผยนั้นข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และมีน้ำหนักให้รับฟังได้จนเขาจะต้องเสนอให้ “คณะกรรมการคดีพิเศษ”  (กคพ.)รับคดีนี้ไว้เป็นคดีพิเศษ สืบเนื่องจากเป็นคดี “ผู้มีอิทธิพล” หรือไม่

“คดีนี้ตำรวจในพื้นที่ถูกซัดทอดหาว่าอุ้มฆ่า ตามหลักการแล้วหากให้ตำรวจในพื้นที่ดำเนินคดีอาจเกิดความไม่เป็นธรรม และตำรวจก็เป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ทำสำนวนคดีย่อมถูกผู้เสียหายมองได้ว่าอาจใช้อำนาจบิดเบือนสำนวน เพื่อกันข้อครหาก็สมควรที่จะให้ดีเอสไอเข้าไปทำคดี แต่เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีอาชญากรรมธรรมดา หากไม่มีพยานหลักฐานเข้าหลักเกณฑ์เป็นคดีพิเศษจะทำให้ดีเอสไอทำคดีไม่ได้ จึงต้องรอผลการตรวจสอบเบื้องต้นก่อนว่าคดีมีเงื่อนงำและสมควรที่ผมจะเสนอ กคพ.ให้รับเป็นคดีพิเศษหรือไม่”

คำตอบของอธิบดีธาริต  ซึ่งทำให้กุสุมาพอเห็นประกายความหวัง ลงจากเครื่องบินมาเปิดตัวเดินหาความยุติธรรม ที่ดูแล้วแสนจะสุ่มเสี่ยงกับความปลอดภัยในชีวิต

ล่าความจริง ทดแทนคุณ

กุสุมา อินทร์ศรี วัย 25 ปี แอร์โอสเตสสาวสายการบินเกาหลี แอร์ไลน์ ตัดสินใจขออนุญาตผู้บริหารบริษัท และบอกกล่าวเพื่อนร่วมสายการบินว่าเธอจำเป็นต้องลุกขึ้นมาทำเรื่องนี้ 

“การออกมาร้องเรียนดีเอสไอเพื่อแม่ครั้งนี้ ดิฉันคิดแล้วว่ามันมีทั้งบวกและลบ เพราะคนอาจมองเรื่องเสียหายของแม่แล้วกระทบมาถึงหน้าที่การเป็นแอร์โฮสเตสของเรา แต่เมื่อแม่ไม่ได้ทำผิด แต่เป็นฝ่ายถูกกระทำเชื่อว่าคนอ่านเรื่องนี้แล้วคงเข้าใจว่าเราเป็นลูกที่อยากออกมาเรียกร้องความยุติธรรมให้กับแม่  และถ้าดิฉันจะอายจนไม่ทำก็เท่ากับเป็นคนเนรคุณที่ปล่อยให้แม่ตายโดยไม่ได้รับความเป็นธรรมเลย”

กุสุมา บอกว่า ยินดีที่จะให้ชีวิตครอบครัวเป็นอุทาหรณ์กับสังคม เพราะเรื่องมันก็เริ่มจากปัญหาครอบครัว และการไม่พูดจาไม่ดูแลกันดีๆ  เธอปล่อยให้แม่อยู่ในพื้นที่อันตรายตลอดระยะเวลาการบินไปบิน

มาตามสัมมาชีพเลี้ยงตัว แม้วันสุดท้ายก่อนแม่หายตัวไปและพบจุดจบเธอก็พูดไม่ดีกับแม่

“การร้องเรียนคดีนี้มันเป็นสิ่งเดียวที่ดิฉันคิดว่าจะทดแทนพระคุณท่านได้ และทำให้รู้สึกดีขึ้นหลังจากที่พูดอะไรหลายอย่างกับแม่ไปอย่างนั้น โดยไม่มีโอกาสรู้เลยว่าจะเป็นการพูดครั้งสุดท้ายและเราไม่มีโอกาสแก้ตัว” กุสุมา เผยความในใจ และยอมรับว่า มีคนเตือนมากมายให้ระวังตัวเพราะวันนี้เธอเปิดหน้าเปิดตัวยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามคนมีสี แต่โชคดีที่เธอยังได้ความเข้าใจจากผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานที่คอยเอาใจช่วยและยังมีงานบินไปบินมาตามประเทศต่างๆ ให้รู้สึกอุ่นใจปลอดภัยกว่าการอยู่ในประเทศไทย

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน