
เงื่อนงำชู้สาว ปมอุ้มฆ่าแม่"นางฟ้า"
คดีของแม่เธอนั้นซับซ้อน โดยมีเบาะแสว่า เรื่องนี้ยังมีตำรวจมากกว่า 2 นายที่ถูกซัดทอดซึ่งอยู่ในพื้นที่อุดรธานี
คดีของแม่เธอนั้นซับซ้อน โดยมีเบาะแสว่า เรื่องนี้ยังมีตำรวจมากกว่า 2 นายที่ถูกซัดทอดซึ่งอยู่ในพื้นที่อุดรธานี
โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม
สาวน้อยวัย 25 ผิวขาวหน้าตาสะสวย หุ่นสูงโปร่ง หอบหลักฐานคดี “คนมีสีอุ้มมารดา” เดินขึ้นตึกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อวันจันทร์ที่ 1 ก.พ. เรื่องราวของ กุหลาบ อินทร์ศรี มารดาวัย 48 ของ กุสุมา อินทร์ศรี แอร์โฮสเตสหรือนางฟ้าแห่งสายการบินเกาหลีแอร์ไลน์ “ผู้ร้องเรียน” ให้ดีเอสไอช่วยเหลือก็ถูกเปิดเผยขึ้น
กุหลาบ อินทร์ศรี เป็นชาวอุดรธานีแต่งงานกับพ่อของกุสุมาและมีบุตร 2 คนเป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่ง ครอบครัวอินทร์ศรีที่มีความสุขเกิดรอยร้าวเมื่อชีวิตสมรสของพ่อแม่เกิดระหองระแหงและทั้งคู่ตัดสินใจ
หย่าร้างแยกทางเดินในช่วงปลายปี 2552 ระหว่างที่กุหลาบกำลังจะหย่า เธอพบรักใหม่กับ ด.ต.สุรชัย ศรีศิริสุขะ ตำรวจ สภ.อ.บ้านเทือม อุดรธานี เพราะลักษณะของกุหลาบ จัดเป็นสตรีสูงวัยที่หน้าตาผิวพรรณดี และรู้จักการโอภาปราศรัยกับผู้อื่น จึงทำให้กลายเป็นว่าที่แม่ม่ายเนื้อหอม
แต่... รักใหม่ของกุหลาบ ไม่ราบรื่น !!
และเป็นจุดเริ่มต้นของคดี “อุ้มฆ่ากุหลาบ อินทร์ศรี”
“ระหว่างแม่แยกกันอยู่กับพ่อ แม่อาศัยอยู่กับคุณตาที่บ้านในอุดรธานี ช่วงนั้นแม่มีแฟนใหม่ชื่อ ด.ต.สุรชัย คุณตารวมถึงพี่ชายแม่ไม่เห็นด้วย ญาติพี่ร้องแม่ไม่มีใครสนับสนุนให้คบกับคนนี้ ด้วยเหตุนี้ทำให้แม่ทะเลาะกับทุกคนแล้วก็ย้ายออกจากบ้านไปอยู่กินกับ ด.ต.สุรชัยที่บ้านพักตำรวจ ซึ่งเป็นสถานที่สุดท้ายก่อนที่แม่จะหายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ”
กุสุมา เล่าให้ฟังต่อไปว่า 3 วันแรกที่แม่ทะเลาะกับครอบครัวที่คัดค้านการมีสามีใหม่ แม่ไม่ได้ไปนอนค้างที่บ้าน ด.ต.สุรชัยแม้ว่าจะรู้กันว่าแม่ไปอยู่กินกับเขา แต่ในคืนวันที่ 17 พ.ย. 52 ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุ ทราบว่าแม่นอนค้างที่บ้าน ด.ต.สุรชัยแล้วก็หายตัวไป โดยตนเองมาทราบว่าแม่หายตัวไปเอาเมื่อวันที่ 18 พ.ย. ระหว่างที่เธออยู่กรุงเทพฯ และจะต้องบินไปต่างประเทศ ด้วยความเป็นห่วงจึงโทรศัพท์เข้ามาที่โทรศัพท์มือถือของแม่ แต่ปรากฏว่า ด.ต.สุรชัย ซึ่งพูดจาเหมือนคนเมาตลอดเวลารับสาย ก็แจ้งว่าแม่ของเธอหายไปไหนไม่รู้ตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 17 พ.ย.
เธอพยายามซักไซ้ให้ได้ความกระจ่าง แต่พูดจากับ ด.ต.สุรชัย ไม่รู้เรื่องจึงวางสาย และสงสัยว่าแม่อาจกำลังทำอะไรที่ปิดบังเธออยู่...!! โดยไม่คิดว่าแม่จะหายสาบสูญจนถึงวันนี้ กระทั่งน้าสาวโทรมาย้ำว่าแม่ของเธอหายตัวไปจริงโดยคนแจ้งข่าวการหายตัวไปให้น้าสาวทราบคือ ด.ต.สุรชัย ซึ่งบอกว่า โทรศัพท์และทรัพย์สินส่วนตัวรวมถึงรองเท้าของแม่ยังอยู่ในบ้านพัก ด.ต.สุรชัยครบ แต่ที่โทรศัพท์มี ... คราบเลือด?
เมื่อพ้น 24 ชม.สิทธิในการแจ้งคนหายเกิด ครอบครัวกุหลาบเข้าแจ้งความให้ตำรวจ สภ.บ้านเทือม ตามหา การสืบสวนสอบสวนสะกดรอยตำรวจบ้านเทือมคลำปมพบเหตุ “ชู้สาว” เพราะ ด.ต.สุรชัย นอกจากมีความสัมพันธ์กับแม่ของกุสุมาแล้วยังมีหญิงสาวรายอื่นอีก ทางสืบสวนในเวลาต่อมาตำรวจได้เข้ารวบตัว
เยาวลักษณ์ โฆษิต หัวหน้าคนครัวโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ในฐานะเป็น “ผู้จ้างวาน” ฆ่ากุหลาบด้วยแรง
หึงหวงชู้สาว และเยาวลักษณ์ให้การซัดทอดตำรวจบ้านเทือม 2 นาย ซึ่งมียศดาบตำรวจและยศร้อยตำรวจโทเป็น “ผู้รับจ้างฆ่า”ในราคา 6 หมื่นบาท
เงื่อนงำทำท่าจะคลี่คลาย ...
แต่... กุสุมากลับต้องหอบหิ้วพยานหลักฐาน เท่าที่ผู้หญิงตัวคนเดียวจะหาได้ ฝ่าดงคนมีสีอุดรธานี
เอาคดีมาที่ดีเอสไอหวังพึ่ง ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ รับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษและส่งพนักงานสอบสวนดีเอสไอเข้าไปทำคดีเพราะเธอเห็นว่า คดียืดเยื้อข้ามปีและไม่มีความเคลื่อนไหวเพราะไปพัวพันกับตำรวจบ้านเทือม อีกทั้งผู้ต้องหาต่างยังอยู่ดี...มีสุข เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
กุสุมา เล่าว่า เธอไปติดตามความคืบหน้าคดีนี้กับตำรวจบ้านเทือม แต่ต้องผิดหวังเพราะไม่ได้รับความกระจ่างและไม่เคยได้เห็นพยานหลักฐาน หรือแม้กระทั่ง “ศพ” ของแม่เธอ รวมถึงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแม่ถูกฆาตกรรมด้วยวิธีใด ณ ที่ใด เธอจึงไปขอคำปรึกษาตำรวจภูธรภาค 4 หวังให้ช่วยกระตุ้นคดีนี้ของ สภ.บ้านเทือม แต่คดีก็ยังไม่กระเตื้อง จึงวิตกว่าตำรวจบ้านเทือมอาจช่วยเหลือกัน และเป็นเหตุให้ต้องมาที่ดีเอสไอ
แอร์โฮสเตสสาว บอกว่า คดีของแม่เธอนั้นซับซ้อน โดยมีเบาะแสว่าเรื่องนี้ยังมีตำรวจมากกว่าตำรวจ2 นายที่ถูกซัดทอดซึ่งอยู่ในพื้นที่อุดรธานีเข้ามาเกี่ยวข้อง และเป็นคนมีสี “ระดับซุ้ม…” จึงทำให้คดีล่าช้า และไม่รู้ว่าที่สุดแล้ววิญญาณของแม่กุหลาบจะได้รับความเป็นธรรม โดยกฎหมายจะเอาคนผิดมาลงโทษได้หรือไม่
ดีเอสไอจึงเป็นความหวังเดียวของแอร์โฮสเตสสาว กุสุมา อินทร์ศรี
ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ หลังรับเรื่องราวเขาบอกว่าจะมอบหมายฝ่ายคดีอาญาพิเศษ และทีมสืบสวนสะกดรอยเข้าไปตรวจสอบคดีเบื้องต้นใน สภ.บ้านเทือม เพื่อนำกลับมาประมวลดูว่า สิ่งที่กุสุมาเปิดเผยนั้นข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และมีน้ำหนักให้รับฟังได้จนเขาจะต้องเสนอให้ “คณะกรรมการคดีพิเศษ” (กคพ.)รับคดีนี้ไว้เป็นคดีพิเศษ สืบเนื่องจากเป็นคดี “ผู้มีอิทธิพล” หรือไม่
“คดีนี้ตำรวจในพื้นที่ถูกซัดทอดหาว่าอุ้มฆ่า ตามหลักการแล้วหากให้ตำรวจในพื้นที่ดำเนินคดีอาจเกิดความไม่เป็นธรรม และตำรวจก็เป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ทำสำนวนคดีย่อมถูกผู้เสียหายมองได้ว่าอาจใช้อำนาจบิดเบือนสำนวน เพื่อกันข้อครหาก็สมควรที่จะให้ดีเอสไอเข้าไปทำคดี แต่เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีอาชญากรรมธรรมดา หากไม่มีพยานหลักฐานเข้าหลักเกณฑ์เป็นคดีพิเศษจะทำให้ดีเอสไอทำคดีไม่ได้ จึงต้องรอผลการตรวจสอบเบื้องต้นก่อนว่าคดีมีเงื่อนงำและสมควรที่ผมจะเสนอ กคพ.ให้รับเป็นคดีพิเศษหรือไม่”
คำตอบของอธิบดีธาริต ซึ่งทำให้กุสุมาพอเห็นประกายความหวัง ลงจากเครื่องบินมาเปิดตัวเดินหาความยุติธรรม ที่ดูแล้วแสนจะสุ่มเสี่ยงกับความปลอดภัยในชีวิต
ล่าความจริง ทดแทนคุณ
กุสุมา อินทร์ศรี วัย 25 ปี แอร์โอสเตสสาวสายการบินเกาหลี แอร์ไลน์ ตัดสินใจขออนุญาตผู้บริหารบริษัท และบอกกล่าวเพื่อนร่วมสายการบินว่าเธอจำเป็นต้องลุกขึ้นมาทำเรื่องนี้
“การออกมาร้องเรียนดีเอสไอเพื่อแม่ครั้งนี้ ดิฉันคิดแล้วว่ามันมีทั้งบวกและลบ เพราะคนอาจมองเรื่องเสียหายของแม่แล้วกระทบมาถึงหน้าที่การเป็นแอร์โฮสเตสของเรา แต่เมื่อแม่ไม่ได้ทำผิด แต่เป็นฝ่ายถูกกระทำเชื่อว่าคนอ่านเรื่องนี้แล้วคงเข้าใจว่าเราเป็นลูกที่อยากออกมาเรียกร้องความยุติธรรมให้กับแม่ และถ้าดิฉันจะอายจนไม่ทำก็เท่ากับเป็นคนเนรคุณที่ปล่อยให้แม่ตายโดยไม่ได้รับความเป็นธรรมเลย”
กุสุมา บอกว่า ยินดีที่จะให้ชีวิตครอบครัวเป็นอุทาหรณ์กับสังคม เพราะเรื่องมันก็เริ่มจากปัญหาครอบครัว และการไม่พูดจาไม่ดูแลกันดีๆ เธอปล่อยให้แม่อยู่ในพื้นที่อันตรายตลอดระยะเวลาการบินไปบิน
มาตามสัมมาชีพเลี้ยงตัว แม้วันสุดท้ายก่อนแม่หายตัวไปและพบจุดจบเธอก็พูดไม่ดีกับแม่
“การร้องเรียนคดีนี้มันเป็นสิ่งเดียวที่ดิฉันคิดว่าจะทดแทนพระคุณท่านได้ และทำให้รู้สึกดีขึ้นหลังจากที่พูดอะไรหลายอย่างกับแม่ไปอย่างนั้น โดยไม่มีโอกาสรู้เลยว่าจะเป็นการพูดครั้งสุดท้ายและเราไม่มีโอกาสแก้ตัว” กุสุมา เผยความในใจ และยอมรับว่า มีคนเตือนมากมายให้ระวังตัวเพราะวันนี้เธอเปิดหน้าเปิดตัวยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามคนมีสี แต่โชคดีที่เธอยังได้ความเข้าใจจากผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานที่คอยเอาใจช่วยและยังมีงานบินไปบินมาตามประเทศต่างๆ ให้รู้สึกอุ่นใจปลอดภัยกว่าการอยู่ในประเทศไทย







