posttoday
น้ำมันแพงฉุดเศรษฐกิจโลก คนซื้อ คนขาย วอดวายเท่ากัน

น้ำมันแพงฉุดเศรษฐกิจโลก คนซื้อ คนขาย วอดวายเท่ากัน

07 มิถุนายน 2554

การประชุมองค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน หรือ OPEC จะมีขึ้นอีกครั้งในวันที่ 8 มิ.ย.นี้

การประชุมองค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน หรือ OPEC จะมีขึ้นอีกครั้งในวันที่ 8 มิ.ย.นี้

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

การประชุมองค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน หรือ OPEC จะมีขึ้นอีกครั้งในวันที่ 8 มิ.ย.นี้ หลังจากเว้นว่างมานานกว่า 7 เดือน โดยครั้งสุดท้ายจัดประชุมเมื่อเดือน ธ.ค. 2553 ครั้งนั้นราคาน้ำมันแหล่งเบรนต์ยังมีราคาอยู่ที่เพียง 90 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

มาวันนี้ น้ำมันแหล่งเบรนต์ราคาพุ่งขึ้นมาถึง 116 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันในเอเชียกลับขึ้นมาอยู่ที่ระดับกว่า 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลอีกครั้ง หลังจากปรับลงมาระยะหนึ่งจากระดับราคาเกือบ 110 เหรียญสหรัฐ เมื่อเดือน เม.ย.

ปัจจัยที่ทำให้ราคาน้ำมันกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง มาจากกระแสวิตกเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐที่ส่ออาการซบเซาอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเลขภาคการผลิตที่อ่อนแรง และตัวเลขการจ้างงานที่ต่ำกว่าคาด

คาดว่าการที่ราคาน้ำมันในเอเชียปรับขึ้นมา เพราะนักลงทุนกำลังจับตาผลการประชุม OPEC ว่าทางกลุ่มจะคงอัตราการผลิตเท่าเดิมหรือขยายกำลังการผลิต เพื่อรับราคาน้ำมันในตลาดให้ลดลง แต่เมื่อพิจารณาจากทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐแล้ว OPEC อาจตรึงกำลังการผลิตเท่าเดิม ทำให้ราคายิ่งปรับเพิ่มขึ้น

น้ำมันแพงฉุดเศรษฐกิจโลก คนซื้อ คนขาย วอดวายเท่ากัน

อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกกระแสที่คาดว่า OPEC อาจจำเป็นต้องเพิ่มกำลังการผลิต เพราะหาไม่แล้วราคาน้ำมันอาจดิ่งลงอย่างรวดเร็ว เพราะต้นทุนด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้นจะบั่นทอนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ทำให้ความต้องการน้ำมันลดลงตามไปด้วย และเมื่อความต้องการลดลง รายได้ของ OPEC จะหดหายไปเช่นกัน

ความลักลั่นของนักลงทุนในตลาดน้ำมัน เป็นสถานการณ์เดียวกับที่ OPEC กำลังเผชิญอยู่เช่นกัน

ซาอุดีอาระเบีย พี่เบิ้มของมหาอำนาจน้ำมัน แย้มท่าทีต้องการให้ OPEC เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน ไม่ใช่เพื่อป้อนความต้องการของเศรษฐกิจโลก แต่เพื่อกดราคาน้ำมันไม่ให้เกิน 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ด้วยเหตุผลที่ว่า หากราคาเกินอัตรานี้จะฉุดให้เศรษฐกิจโลกถดถอยลง

สถานการณ์เช่นนี้คล้ายคลึงกับเมื่อปี 2551 ที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นมาถึง 147 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เมื่อเดือน ก.ค. แต่ในเวลาเพียงไม่กี่เดือน หรือราวเดือน ก.ย.ปีเดียวกัน เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอยโดยบริบูรณ์

ประเทศที่สนับสนุนข้อเสนอให้เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน คือ ซาอุดีอาระเบีย คูเวต และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ข้อเสนอจากประเทศเหล่านี้สอดคล้องกับคำเตือนของธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) ที่ระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจซบเซาจะดึงให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ให้ดิ่งลงอย่างรวดเร็ว หลังจากที่เกิดปรากฏการณ์นี้มาแล้วเมื่อช่วงต้นเดือน พ.ค.

ล่าสุดราคาน้ำมันปรับลงมาแล้ว 10% ส่วนราคาเงินบริสุทธิ์ดิ่งลงถึง 30% เท่ากับราคาที่เคยปรับขึ้นมาเมื่อช่วงต้นปีที่ 30% เช่นกัน ซึ่งการปรับขึ้นมาของราคาเงิน ทองคำ และน้ำมัน อันมีความเชื่อมโยงกัน ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อถีบตัวขึ้น แต่เมื่อเงินเฟ้อรุนแรงได้ระยะหนึ่งได้บั่นทอนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และส่งผลให้ราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ตัวอื่นๆ อ่อนแรงลง

ที่ผ่านมาซาอุดีอาระเบียแย้มพรายมาโดยตลอดว่า ราคาน้ำมันในระดับที่เหมาะสมได้สมดุลของผู้ซื้อและผู้ขายควรอยู่ที่ 70-80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

ไม่เฉพาะแต่มหาอำนาจด้านน้ำมันเท่านั้นที่ต้องการเห็นราคาน้ำมันอยู่ในระดับที่สมดุล แต่ในจำนวนนี้ยังรวมถึงประเทศผู้ผลิตน้ำมันในระดับรองๆ ลงมา เช่น มาเลเซีย โดยล่าสุด ชัมซาล อัซซาร์ อับบาส ผู้บริหารของบริษัท ปิโตรนาส รัฐวิสาหกิจน้ำมันอันดับ 1 ของมาเลเซีย เสนอว่า ราคาน้ำมันควรอยู่ที่ 75-80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

แต่ภายใน OPEC มีกลุ่มก้อนที่เป็นฝ่ายตรงกันข้ามกับซาอุดีอาระเบียมาโดยตลอด กลุ่มที่ว่านี้นำโดยอิหร่านและเวเนซุเอลา โดยที่อิหร่านเป็นผู้ผลิตน้ำมันอันดับ 2 ภายในกลุ่ม จึงเป็นรองเพียงแค่ซาอุดีอาระเบียเท่านั้น แต่มีท่าทีเชิงรุกมากกว่า จนได้รับฉายาว่าเป็น “สายเหยี่ยว” ภายใน OPEC

กลุ่มที่นำโดย 2 ประเทศ คัดค้านการเพิ่มกำลังการผลิตมาโดยตลอด โดยย้ำว่าราคาน้ำมันควรเคลื่อนไหวอย่างเป็นอิสระปราศจากการแทรกแซง และการที่ราคาน้ำมันทะลุ 100 เหรียญสหรัฐ ถือเป็นสิ่งที่ชอบธรรมแล้ว เนื่องจากราคาเคลื่อนไหวตามความต้องการของตลาดโลก

จึงไม่น่าแปลกใจ หากการประชุม OPEC คราวนี้จะเกิดวิวาทะร้อนแรงอีกครั้งว่าควรหรือไม่ควรเพิ่มกำลังการผลิต เพื่อประคองราคาไม่ให้สูงจนเกินไป อันจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและรายได้ของผู้ผลิตน้ำมัน

แม้จะมีการชูประเด็นผลกระทบชิ่งจากราคาน้ำมันแพง แต่อิหร่านและกลุ่มสายเหยี่ยว จะคัดค้านการเพิ่มกำลังผลิตอย่างแน่นอน ด้วยเห็นว่าการที่ซาอุดีอาระ…เบียพยายามกดราคาน้ำมันในท้องตลาดนั้น เป็นเพราะได้รับการร้องขอจากชาติตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐ เนื่องจากซาอุดีอาระเบียเป็นพันมิตรชาติตะวันตก

สายเหยี่ยวใน OPEC เล็งเห็นว่า หากราคาน้ำมันถูกลง ตัวเองจะเป็นฝ่ายเสียประโยชน์ที่สุด เพราะไม่เพียงมีรายได้ลดลงเท่านั้น แต่ยังทำให้ศัตรูอย่างสหรัฐและชาติตะวันตกมีสภาพเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้น

กลุ่มประเทศเศรษฐีน้ำมันสายเหยี่ยว อาจไม่จำเป็นต้องพึ่งพากลไกเศรษฐกิจโลกที่นำโดยชาติตะวันตกมากนัก เนื่องจากพยายามตัดขาดตัวเองจากอิทธิพลตะวันตกในทุกด้าน การที่กลุ่มนี้ต้องการปล่อยให้ราคาน้ำมันแพงต่อไป จึงไม่ส่งผลกระทบต่อตัวเองมากนัก

ในความเป็นจริงแล้ว สายเหยี่ยวมองมิติเดียวจนเกินไป เพราะสิ่งที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2552 นับเป็นตัวอย่างที่ดี หลังจากกอบโกยกำไรจากราคาน้ำมันที่แพงที่สุดเป็นประวัติการณ์เพียงชั่วเวลาสั้นๆ ก่อนที่ราคาน้ำมันดำดิ่งจนแทบหากำไรไม่ได้

สายเหยี่ยวอาจพยายามตัดขาดตัวเองจากระบบเศรษฐกิจโลก แต่สิ่งหนึ่งที่ประเทศเหล่านี้ตระหนักน้อยจนเกินไป นั่นคือ หากประเทศผู้บริโภคน้ำมันไม่สามารถทนกับราคาแพงเกินไปจนหันไปพึ่งพาพลังงานทางเลือกมากขึ้น ผู้ผลิตน้ำมันจะยิ่งขายไม่ได้ในระยะยาว

การประนีประนอมจึงเป็นหนทางที่ดีที่สุด ก่อนที่จะเสียหายย่อยยับด้วยกันทั้งผู้ผลิตน้ำมันและผู้บริโภคน้ำมัน

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท