
ธุรกิจเฮเงินสะพัดรับเลือกตั้ง
ทีวี-ค้าปลีก-เต็นท์รถโกยอื้อรีไซเคิลรอซื้อป้ายหลังจบเกม
ทีวี-ค้าปลีก-เต็นท์รถโกยอื้อรีไซเคิลรอซื้อป้ายหลังจบเกม
ธุรกิจสื่อ ค้าปลีก ค้าส่ง เต็นท์รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ รับอานิสงส์เงินสะพัด รับพรรคการเมืองกระหน่ำหาเสียง
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ระบุว่า การเลือกตั้งในวันที่ 3 ก.ค. จะนำไปสู่กิจกรรมการลงทุนโฆษณาหาเสียงในรูปแบบต่างๆ โดยธุรกิจที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากเงินสะพัดในช่วงนี้ ได้แก่ 1.ธุรกิจโฆษณา สื่อโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ และนิวมีเดีย ประเมินว่า เงินโฆษณาจะมีมูลค่า 1,000 ล้านบาทขึ้นไป โดยสื่อหลักจะเป็นโทรทัศน์ สื่อโฆษณากลางแจ้ง เช่น ป้ายบิลบอร์ด และสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ
สื่อโทรทัศน์ประเมินว่า จะมีเงินโฆษณาพรรคการเมืองเข้าในส่วนของ อสมท ประมาณ 100 ล้านบาท มีทั้งงบโฆษณาหาเสียงของพรรคการเมือง และงบจาก กกต. แต่ช่อง 3 ไม่รับงานโฆษณาการเลือกตั้ง เนื่องจากการจัดสรรเวลาทำได้ยากจากข้อบังคับของ กกต. ที่การจัดสรรต้องเป็นไปอย่างยุติธรรม และสถานีไม่มีเวลาโฆษณาเหลือ
สื่อสิ่งพิมพ์ ป้ายหาเสียงบิลบอร์ด ในปัจจุบันภาพรวมธุรกิจป้ายใน กทม. กว่า 1,000 ป้าย มีการใช้พื้นที่เกือบหมด เหลือป้ายว่างประมาณ 10% ประเมินว่าเฉพาะป้ายบิลบอร์ดที่ใช้หาเสียงน่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้น 15-20% เงินสะพัด 800-900 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการป้ายโฆษณาจะไม่ค่อยได้รับประโยชน์ เนื่องจากพรรคการเมืองส่วนใหญ่มีแหล่งผลิตป้ายโฆษณาของตัวเอง จะมีก็แต่การใช้สื่อเพื่อรณรงค์ใช้สิทธิเลือกตั้งของ กกต. คาดว่าจะใช้ 600 ล้านบาท
ป้ายหาเสียงยังก่อให้เกิดรายได้แก่ธุรกิจรีไซเคิล ซาเล้ง คนขายของเก่า กรณีป้ายทำจากกระดาษ ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 2.50-3 บาท หากเป็นป้ายทำจากพลาสติกหรือฟิวเจอร์บอร์ด ราคาจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 5 บาท ส่วนป้ายที่มีส่วนประกอบจากไม้รวก ไม้ไผ่ ไม่มีค่า
ธุรกิจนิวมีเดีย เช่น เคเบิลทีวีท้องถิ่น มีแนวโน้มที่ดีในการเป็นสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ผู้สมัคร สส.ในพื้นที่ต่างจังหวัด สื่อออนไลน์ ปัจจุบันคนไทยที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ใช้เฟซบุ๊ก 7.7 ล้านคน เป็นคนกรุงเทพฯ 6.7 ล้านคน และต่างจังหวัด 1 ล้านคน จากผู้มีสิทธิ 48 ล้านคนทั่วประเทศ คิดเป็น 16% ของประชากรผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
2.ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมหาเสียง เช่น รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ มือถือ เสื้อผ้า ธุรกิจให้เช่ารถ เครื่องเสียง เต็นท์ คาดว่าพรรคการเมืองจะซื้อรถมอเตอร์ไซค์ให้หัวคะแนนหาเสียง 3 หมื่นคัน มูลค่า 1,200 ล้านบาท ซื้อรถปิกอัพ 5,000 คัน แต่ส่วนใหญ่รถมือสอง
3.ธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง และสินค้าบริการอื่นๆ เช่น ซ่อมแซมยานยนต์ ทั้งประเทศที่ได้รับประโยชน์ราว 1.38 ล้านราย คิดเป็นแรงงานจะได้รับประโยชน์ 2.844 ล้านคน และ 4.ตลาดหุ้น ช่วงหาเสียงมีโอกาสขึ้น 2-6%







