
คลังจ้องรีดภาษีสหกรณ์30%
สหกรณ์ออมทรัพย์ผวา รัฐรีดภาษีกำไร 30% พร้อมดึงเข้าระบบเครดิตบูโร ป้องกันหนี้เน่า
สหกรณ์ออมทรัพย์ผวา รัฐรีดภาษีกำไร 30% พร้อมดึงเข้าระบบเครดิตบูโร ป้องกันหนี้เน่า
นายเฉลิมพล ดุลสัมพันธ์ ประธานชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย (ชสอ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังมีนโยบายให้สหกรณ์ต้องจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคล 30% เหมือนกับธุรกิจอื่นๆ
สำหรับมาตรการนี้จะส่งผลกระทบกับสมาชิกสหกรณ์จำนวนมาก เนื่องจากจะทำให้ได้รับปันผลลดลงกว่า 30% และสหกรณ์ออมทรัพย์ที่มีอยู่อาจต้องเลิกกิจการไป เพราะไม่สามารถแข่งขันกับสถาบันการเงินได้ ซึ่งปัจจุบันสหกรณ์ต่างๆอยู่ด้วยหลักการช่วยเหลือซึ่งกันในกลุ่ม
“รัฐเห็นว่าแต่ละปีสหกรณ์มีกำไรมาก ปีที่แล้วทั้งระบบมีกำไร 4 หมื่นล้านบาท หากจัดเก็บภาษีจากสหกรณ์ก็จะมีรายได้เพิ่มปีละ 1,000-1,200 ล้านบาท แต่ไม่ได้คำนึงถึงหลักการจัดตั้งสหกรณ์ที่ให้สมาชิกช่วยเหลือซึ่งกันและกันภายในกลุ่ม ไม่ใช่องค์กรที่แสวงหากำไร” นายเฉลิมพล กล่าว
นอกจากนี้ สมาชิกสหกรณ์ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการที่กรมส่งเสริมสหกรณ์จะผลักดันให้สหกรณ์ต่างๆ เข้าสู่ระบบเครดิตบูโร เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดปัญหาหนี้เสีย เพราะเห็นว่าสหกรณ์มีระบบป้องกันความเสี่ยงในการให้สินเชื่ออยู่แล้ว เช่น มีข้อกำหนดหักเงินเดือนชำระสหกรณ์ก่อนเป็นอันดับแรก และอาจถูกธนาคารแย่งลูกค้าไป เช่น ผู้ที่จะกู้เงินได้จะต้องเป็นสมาชิกสหกรณ์ มีทุนเรือนหุ้นเป็นหลักทรัพย์ และต้องมีสมาชิกหรือผู้ค้ำประกัน หรือจะต้องให้ผู้บังคับบัญชาอนุมัติด้วย ในขณะเดียวกันมีข้อกำหนดให้หักเงินเดือนเพื่อการชำระหนี้ให้สหกรณ์เป็นอันดับแรกก่อน
"ตามกฎหมายเครดิตบูโรก็ไม่สามารถที่จะบังคับให้สหกรณ์เข้าเป็นสมาชิกเครดิตบูดรและสหกรณ์ส่วนใหญ่ก็ยังไม่ให้ความสำคัญการเข้าเครดิตบูโร เพราะทำให้ต้นทุนการดำเนินงานสูงขึ้น และเกรงว่าจะทำให้ข้อมูลตกไปในมือของสถาบันการเงินที่จะเข้ามาแย่งชิงลูกค้าสมาชิกสหกรณ์ " นายเฉลิมพลกล่าว
ทั้งนี้ในปี 2553มีสหกรณ์ทั้งหมด10,530 แห่ง สมาชิกกว่า 11 ล้านคนเศษ มีกำไรกว่า 4 หมื่นล้านบาทเศษ เพิ่มขึ้น 10% ซึ่งในนี้เป็นกำไรของสหกรณ์ออมทรัพย์ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท มูลค่าธุรกิจในรอบปี 1.48 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% และมีทุนสำรองเพิ่มขึ้นกว่า 5,000ล้านบาท ส่วนในปี2554คาดว่าแนวโน้มธุรกิจสหกรณ์มีโอกาสจะขยายเพิ่มขึ้น 12% คิดเป็นมูลค่า 1.66 ล้านล้านบาท







