posttoday
คนศรัทธามาร์คมากกว่ายิ่งลักษณ์

คนศรัทธามาร์คมากกว่ายิ่งลักษณ์

05 มิถุนายน 2554

เอแบคโพลล์เผยผลสำรวจความเป็นผู้นำครั้งที่สาม พบคะแนน "ยิ่งลักษณ์" เพิ่มต่อเนื่อง แต่คนยังเลื่อมใสศรัทธา"มาร์ค" มากกว่า ผอ.สำนักวิจัยชี้ปัจจัยชนะเลือกตั้งอยู่ที่ลงมือทำให้ชาวบ้านเห็น

เอแบคโพลล์เผยผลสำรวจความเป็นผู้นำครั้งที่สาม พบคะแนน "ยิ่งลักษณ์" เพิ่มต่อเนื่อง แต่คนยังเลื่อมใสศรัทธา"มาร์ค" มากกว่า ผอ.สำนักวิจัยชี้ปัจจัยชนะเลือกตั้งอยู่ที่ลงมือทำให้ชาวบ้านเห็น

นายนพดล กรรณิกา ผอ.สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ได้เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง สำรวจภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ครั้งที่3กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปใน 17 จังหวัดของประเทศระหว่าง วันที่ 30 พ.ค. – 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา

 

คนศรัทธามาร์คมากกว่ายิ่งลักษณ์ อภิสิทธิ์ / ยิ่งลักษณ์

ทั้งนี้ผลวิจัยพบว่า แนวโน้มฐานสนับสนุนของประชาชนต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพิ่มสูงขึ้นจากการศึกษาครั้งแรกอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติหลายตัว เช่น ความอดทนอดกลั้น ควบคุมอารมณ์จากร้อยละ 9.7 ในครั้งแรก มาอยู่ที่ร้อยละ 31.6 ในครั้งล่าสุด ความสุภาพอ่อนโยน จากร้อยละ 13.0 มาอยู่ที่ร้อยละ 37.4 การยอมรับจากภายในประเทศและต่างประเทศจากร้อยละ 11.3 มาอยู่ที่ร้อยละ 29.3  การประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีเพิ่มจากร้อยละ 9.8 มาอยู่ที่ร้อยละ 32.4 ความโอบอ้อมอารีเพิ่มจากร้อยละ 13.1 มาอยู่ที่ร้อยละ 34.2 ความเป็นผู้นำเพิ่มจากร้อยละ 12.9 มาอยู่ที่ร้อยละ 32.5

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายตัวชี้วัดที่เพิ่มขึ้น เช่น ความรู้ความสามารถ มีจริยธรรมทางการเมือง มีวิสัยทัศน์ เสียสละ ซื่อสัตย์สุจริต ความเป็นคนรุ่นใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ ความยุติธรรม กล้าคิดกล้าตัดสินใจ แก้ปัญหาความขัดแย้งได้ดี และรวดเร็วฉับไวในการแก้ปัญหา เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะในการศึกษาครั้งนี้ พบว่า ฐานสนับสนุนของประชาชนที่มีต่อนายอภิสิทธิ์ ยังคงสูงกว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ในหลายตัว เช่น ความเป็นผู้นำนายอภิสิทธิ์ ได้ร้อยละ 47.7 นางสาวยิ่งลักษณ์ได้ ร้อยละ 32.5 จริยธรรมทางการเมือง นายอภิสิทธิ์ ได้ร้อยละ 43.3 นางสาวยิ่งลักษณ์ได้ร้อยละ 29.5

ที่น่าสนใจคือ ความมีเสน่ห์น่าเลื่อมใสศรัทธาที่เพิ่มขึ้นมาอีกตัวชี้วัดหนึ่งในครั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ได้ร้อยละ 43.1 นางสาวยิ่งลักษณ์ได้ร้อยละ 34.3 แต่หากเปรียบเทียบผลการศึกษาครั้งแรกกับครั้งที่สามนี้จะพบว่า ตัวเลขที่นายอภิสิทธิ์ ได้รับค่อนข้างนิ่ง และมีแนวโน้มลดลงหลายตัว

นายนพดลกล่าวว่า ผลการศึกษาครั้งนี้อาจกล่าวได้ว่า ฐานสนับสนุนของสาธารณชนต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติมาโดยตลอด จนกระทั่งมาถึงจุดที่ไม่แตกต่างกันกับฐานสนับสนุนของประชาชนต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะในการสำรวจครั้งนี้ เนื่องจากตัวเลขที่เห็นต่างกันนั้นอยู่ในช่วงความคลาดเคลื่อนบวกลบ ร้อยละ 7 แนวทางที่จะเพิ่มฐานสนับสนุนของประชาชนต่อแกนนำพรรคการเมืองขนาดใหญ่ทั้งสองท่านไม่น่าจะได้มาจากการ ดีเบต แต่ความนิยมศรัทธาที่จะทำให้ชนะการเลือกตั้งน่าจะได้มาจากการ ลงมือทำจริง ให้ชาวบ้านเห็น

สำหรับการสำรวจครั้งนี้ได้สำรวจประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปใน 17 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ประจวบคีรีขันธ์ กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ชลบุรี พะเยา เพชรบูรณ์ เชียงใหม่ นครพนม สกลนคร สุรินทร์ บุรีรัมย์ ขอนแก่น นครราชสีมา กระบี่ นราธิวาส และสงขลา จำนวนทั้งสิ้น 2,210 ตัวอย่าง

ทั้งนี้กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 48.1 เป็นหญิง ร้อยละ 51.9 เป็นชาย ตัวอย่างร้อยละ 4.0 อายุต่ำกว่า 20 ปี ร้อยละ 19.4 อายุ 20 – 29 ปี ร้อยละ 20.3 อายุ 30 – 39 ปี ร้อยละ 20.7 อายุ 40 – 49 ปี และร้อยละ 35.6 อายุ 50 ปีขึ้นไป

กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 71.9 มีการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี ร้อยละ 22.6 มีการศึกษาระดับปริญญาตรี และร้อยละ 5.5 สำเร็จการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีขึ้นไป นอกจากนี้ ตัวอย่างร้อยละ 26.6 ระบุอาชีพเกษตรกร/รับจ้างทั่วไป ร้อยละ 30.3 ระบุอาชีพค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว ร้อยละ 8.5 ระบุอาชีพพนักงานบริษัทเอกชน ร้อยละ 13.1 ระบุข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 10.9 เป็นแม่บ้าน/พ่อบ้าน/เกษียณอายุ ร้อยละ 7.9 เป็นนักเรียน/นักศึกษา ในขณะที่ร้อยละ 2.7 ระบุว่างงาน/ไม่ประกอบอาชีพ

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์