
ชทพ.พลิ้วปล่อยเกาะภท.
ชทพ.ลุยหาเสียงสุพรรณบุรี"บรรหาร"โผล่ติวเข้มก่อนหาเสียงด้าน"ชุมพล"อ้อนคนสุพรรณบุรีทวงคืนความเป็นธรรมให้ครอบครัวศิลปอาชา พลิ้ว ปล่อยเกาะ ภท. อ้างจับมือกันแค่แก้รธน. ส่งซิกขอดูเกษตร-พาณิชย์สมัยหน้า
ชทพ.ลุยหาเสียงสุพรรณบุรี"บรรหาร"โผล่ติวเข้มก่อนหาเสียงด้าน"ชุมพล"อ้อนคนสุพรรณบุรีทวงคืนความเป็นธรรมให้ครอบครัวศิลปอาชา พลิ้ว ปล่อยเกาะ ภท. อ้างจับมือกันแค่แก้รธน. ส่งซิกขอดูเกษตร-พาณิชย์สมัยหน้า
เวลา 10.00น.นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย (ชทพ.) ได้เดินทางมาช่วยนายสรชัด สุจิตต์ ผู้สมัครสส.สุพรรณบุรี ที่หอประชุมโรงเรียนบ้านท่าเสด็จ ต.สระแก้ว และ ศาลาเอนกประสงค์วัดพระธาตุสวนแตง ต.สวนแตง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าก่อนที่ขบวนหาเสียงหาเสียงของนายชุมพลจะเดินทางมาถึงสถานที่หาเสียงปรากฎว่านายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ซึ่งสวมชุดลำลองได้เดินทางมาพบกับคณะหาเสียงของนายชุมพลที่ปั๊มน้ำมันปตท.เพื่อหารือกับนายชุมพลเป็นเวลา 10 นาที
ทั้งนี้ มีรายงานว่า นายบรรหารได้มีกำหนดที่จะเดินทางมาสังเกตุการณ์การหาเสียงของพรรคชาติไทยพัฒนาที่จ.สุพรรณบุรีด้วยแต่ปรากฎว่าสุดท้ายได้ยกเลิกเพราะเกรงจะถูกตีความเป็นการกระทำที่ทำผิดกับกฎหมายเลือกตั้งจนนำมาสู่การวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)
นายชุมพล กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า ที่ผ่านมาพรรคชาติไทยพัฒนาถูกรังแกทางการเมืองอย่างมากตั้งแต่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ จนถึงการมีรัฐธรรมนูญ2550ที่เป็นรัฐธรรมนูญกาลีบ้านกาลีเมืองไม่มีความเป็นธรรมทำให้พรรชาติไทยในเวลานั้นต้องถูกยุบพรรคทั้งๆที่ไม่มีความผิดเพราะกรณีใบแดงของนายมณเฑียร สงฆ์ประชา กรรมการบริหารพรรคชาติไทยเป็นเพียงความผิดเฉพาะตัวของคนๆเดียวพรรคไม่ได้เกี่ยวข้อง แต่ถึงที่สุดพรรคชาติไทยก็ถูกยุบนายบรรหาร ศิลปอาชา ต้องถูกตัดสิทธิ์เป็นเวลา 5 ปี ตอนนี้ผ่านมา2ปีกว่าแล้วยังเหลืออีก 2 ปีเศษๆ ทำให้ตนเองต้องมารับตำแหน่งหัวหน้าแทนเป็นคสุดท้ายของตระกูลศิลปอาชา ซึ่งจริงๆแล้วนายบรรหารอยากจะลงพื้นที่พบประชาชแต่มาไม่ได้เพราะกลัวว่ากกต. จะเล่นงาน ดังนั้น ขอให้ชาวสุพรรณบุรีเลือกพรรคชาติไทยพัฒนาเพื่อทวงความเป็นธรรมให้กับนายบรรหารด้วย ที่สำคัญคนสุพรรณบุรีต้องเลือกพรรคชาติไทยพัฒนาทั้งสส.ระบบเขตและบัญชีรายชื่อ ถ้าเลือกเฉพาะแต่ระบบเขตอาจจะทำให้ตนไม่ได้เป็นสส.บัญขีรายชื่อจะกลายเป็นเรื่องใหญ่เพราะหัวหน้าพรรคไม่ได้เป็นสส.ก็ต้องลาออก
“พรรคชาติไทยถูกลั่นแกล้งให้ยุบถูกยุบพรรคเพราะมีความต้องการให้ไปร่วมรัฐบาลกับอีกพรรคการเมืองหนึ่งแบบนี้ไม่มีความชอบธรรม ไม่มีกฎหมายที่ใดในโลกเขาทำกันที่คนทำผิดเพียงคนเดียวแล้วต้องมาเหมาทำผิดกันทั้งบ้านหนำซ้ำยังมาเผาพรรคชาติไทยทิ้ง การเมืองไม่มีความยุติธรรม ผมจึงมาทวงความเป็นธรรมคืนให้กับนายบรรหารมีอย่างที่ไหนน้องชายเป็นหัวหน้าพรรคและพี่ชายอย่างนายบรรหารมาเป็นประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเหมือนกับเป็นลูกน้อง นอกจากนี้ เราต้องเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับคนดีศรีสุพรรณคนอื่นๆอย่างนายจองชัย เที่ยงธรรม นายประภัตร โพธสุธน นางกัญจนา และ นายวราวุธ ศิลปอาชา ด้วย อยากให้มาช่วยกันไม่งั้นตระกูลศิลปอาชาจะหายเกลี้ยงจากสุพรรณบุรี และอย่าให้ใครมาแทรกพื้นที่นี้ได้แม้แต่คนเดียว เราคาดหวังว่าจะได้สส.ทั้งหมด 35 เสียงแต่ไม่สามารถที่จะเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุงได้ แต่จะอุ้มมังกรไปเขมือบคนที่รังแกนายบรรหารให้ได้ ”นายชุมพล กล่าว
นายชุมพล กล่าวว่า ขอโอกาสให้พรรคชาติไทยพัฒนาทำงานเพื่อพัฒนาประเทศต่อไปโดยเฉพาะการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร โดยที่ผ่านมาพรรคชาติไทยพัฒนาส่วนใหญ่ได้แต่ดูแลในส่วนของภาคการเกษตรที่เกี่ยวข้องกับผลผลิตทางการเกษตร แต่ครั้งหน้าพรรรคชาติไทยพัฒนาจะขอดูแลในส่วนของภาคการพาณิชย์ด้วยที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมราคาเพื่อให้เกษตรกรมีรายได้จากราคาสินค้าเกษตรอย่างเป็นธรรม ถ้าพรรคได้ดูแลทั้งภาคเกษตรและพาณิชย์จะทำให้การแก้ไขปัญหาของเกษตรทำได้อย่างครบวงจรมากขึ้น
ด้าน นายสรชัด กล่าวว่า พรรคชาติไทยพัฒนามีนโยบายการประกันราคาข้าวให้เกษตร1.5หมื่นบาท และลดราคาปุ๋ยตันละ 1.5 พันบาทต่อตัน นอกจากนี้จะช่วยเหลือค่าเช่านาไร่ละ 500 บาท ขณะเดียวกัน มีโครงการพัฒนาระบบชลประทานตำบาลละ 3 ล้านบาท เพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และอาสามัครหมู่บ้านจาก 500 บาทเป็น1000 บาท จึงอยากขอโอกาสคนสุพรรณบุรีให้พรรคชาติไทยพัฒนาเข้าไปปผลักดันนโยบายเหล่านี้ด้วย
ชทพ.พลิ้วปล่อยเกาะภท.หลังประกาศไม่ร่วมพท.
ศาลาเอนกประสงค์วัดพระธาตุสวนแตง ต.สวนแตง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี นายชุมพล กล่าวถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคพันธมิตรกับพรรคชาติไทยพัฒนาออกแถลงการณ์ไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยว่า มองว่าเป็นบรรยากาศของการเลือกตั้งมากกว่า ยังไม่มองเป็นเรื่องอื่นๆ ขณะที่ คะแนนเสียงสูสีกันทุกฝ่ายต่างพยายามออกนโยบายตัดคะแนนเสียงซึ่งกันและกัน ดังนั้น พรรคชาติไทยพัฒนาถือว่าเป็นแค่บรรยากาศของการเลือกตั้งเพื่อแย่งชิงคะแนนเสียงจากประชาชนเท่านั้น
เมื่อถามว่า สถานการณ์แบบนี้ลำบากใจหรือไม่เพราะพรรคชาติไทยพัฒนาอยู่ตรงกลางระหว่างความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย นายชุมพล กล่าวว่า ไม่ลำบากเพราะพรรคมีวิธีการดำเนินนโยบายแนวทางปรองดองทุกฝ่ายมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน พรรคชาติไทยพัฒนาไม่มีความลำบากใจเลย เพราะการที่เราจับมือกับพรรคภูมิใจไทยเป็นสัญญาประชาคมเพื่อทำงานทางการเมืองต่อไป แต่กับพรรคเพื่อไทยเรายังไม่มีอะไรกัน
เมื่อถามว่า ดูเหมือนการตัดสินใจจะเอียงไปทางพรรคภูมิใจไทยมากกว่า นายชุมพล กล่าวว่า ต้องดูภายหลังการเลือกตั้งก่อน เพราะคนที่ตัดสินใจ คือ ประชาชนไม่ใช่พรรคการเมือง
เมื่อถามว่า ทั้งสองพรรคเมื่อได้แต่งงานกันแล้วมีโอกาสหย่าร้างกันหรือไม่ นายชุมพล กล่าวว่า การแต่งงานกับกิจกรรมทางการเมืองต้องแยกออกจากกัน การแต่งงาน คือ การอยู่ในครอบครัว กิจกรรมภายนอกใครมีหน้าที่อะไรก็ไปทำตามหน้าที่ ไม่ได้เกี่ยวข้องซึ่งกันและกันกับการอยู่บนเตียง
เมื่อถามย้ำว่า การอยู่กับพรรภูมิใจไทยเป็นการทำกิจกรรมหรือการอยู่บนเตียง นายชุมพล กล่าวว่า เราสัญญากันว่าเราจะทำกิจกรรมทางการเมืองร่วมกัน หมายความว่า มีอะไรก็ปรึกษาหารือซึ่งกันและกันก่อนโดยเฉพาะการเลือกตั้งก็ควรมาหารือกันก่อนว่าควรจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่เรายังไม่ได้พูดถึงประเด็นอื่นๆ เลย ขณะที่เราจับมือกันส่วนใหญ่จะหารือเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญมากกว่า
เมื่อถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่พรรคขนาดกลางจะจับมือร่วมกันให้ได้ 100 เสียงขึ้นไปเพื่อสร้างอำนาจต่อทางการเมืองในการร่วมรัฐบาล นายชุมพล กล่าวว่า ยังพูดไม่ได้ว่าจะได้ 100 เสียงต้องรอหลังการเลือกตั้งว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ทั้งนี้พรรคชาติไทยพัฒนายังตั้งความหวังไว้ที่ 35 เสียงส่วนพรรคการเมืองเราไม่ทราบ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขไม่ว่าจะเท่าไหรก็มีความหมายเหมือนกันทั้งหมดแม้กระทั่งเพียง 1 เสียงก็มีความหมาย ซึ่งทั้งหมดขึ้นอยู่กับสถานการณ์และเหตุการณ์หลังการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลว่าใครจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ก่อน ทั้งนี้ตามหลักควรให้พรรคการเมืองที่มีเสียงอันดับหนึ่งได้จัดตั้งรัฐบาลก่อน
เมื่อถามว่า มีความเป็นห่วงหรือไม่กับคะแนนเสียงสส.ระบบบัญชีรายชื่อของพรรคหรือไม่หลังจากพบว่ามีการแข่งขันกันรุนแรงมาก นายชุมพล กล่าวว่า ภาพส่วนรวมก็เป็นไปโพลที่ออกมาแต่สำหรับในภาคพื้นที่ถือเป็นคนละภาพกันที่ยึดตัวบุคคลมากกว่าแต่ไม่ได้สะท้อนภาพของความเป็นจริงในแต่ละพื้นที่วัดกันไม่ได้







