posttoday
จับข้าราชการสภาติวเข้มเพื่อสุขภาพจิตที่ดี

จับข้าราชการสภาติวเข้มเพื่อสุขภาพจิตที่ดี

03 มิถุนายน 2554

สสส.ร่วมมือกับสำนักพัฒนาบุคลากรจับข้าราชการรัฐสภาติวเข้มช่วงยุบสภา หวังพัฒนาคุณภาพชีวิต เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน แนะสารพัดวิธีลดความเครียดการทำงาน

สสส.ร่วมมือกับสำนักพัฒนาบุคลากรจับข้าราชการรัฐสภาติวเข้มช่วงยุบสภา หวังพัฒนาคุณภาพชีวิต เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน แนะสารพัดวิธีลดความเครียดการทำงาน

สำนักพัฒนาบุคลากร สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ภายใต้โครงการสร้างเสริมสุขภาพในองค์กรทางนิติบัญญัติ จัดสัมมนา”โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติ ราชการ” รุ่นที่  3 โดยมี นพ.เฉก ธนะสิริ ประธานมูลนิธิฟื้นฟูส่งเสริมการแพทย์ไทยเดิมฯ เป็นวิทยากรบรรยายหัวข้อ “วิธีการดูแลสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ” พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าสัมมนาได้ชักถามข้อสงสัยในเรื่องต่างๆ เช่น ภาวะด้านอารมณ์สำหรับผู้ที่อยู่ในวัยทอง โทษของการสูบบุหรี่มีความเสี่ยงอายุสั้นกว่ามาตราฐาน  20  ปี ร่วมถึงการปฏิบัติตนสำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคกรดยูริกถึงหลักการรับประทาน อาหารและการปฏิบัติตนที่ถูกต้องโดยไม่ต้องพึ่งพาแพทย์แผนปัจจุบัน

ทั้งนี้ นพ.เฉกกล่าวย้ำว่า การดูแลสุขภาพให้มีประสิทธิภาพต้องปฎิบัติดังนี้ 1.การทำให้มีความสุขและอายุยืนยาวเกิน 100 ปี ต้องหมั่นดูแลรักษาสุขภาพกายและใจให้ดีอยู่เสมอ ด้วยการนั่งสมาธิถือเป็นส่วนประกอบสำคัญที่จะช่วยให้ชีวิตมีความสุข  2. ผู้สูงอายุทรงพลัง  คือ ต้องเป็นบุคคลที่ปราศจากโรค หลีกเลี่ยงภาววะซึมเศร้าให้ความสำคัญกับการให้กำลังใจตนเองเป็นสำคัญ อย่าปล่อยให้ตนเองอยู่ในภาวะโดดเดี่ยวเดียวดาย เพราะอาจจะทำให้เกิด “โรคสมองเสื่อม”

3.ลมหายใจ-น้ำและพืชพรรณธัญญาหาร คือ ชีวิต  คือ ลมหายใจให้พลังงานกับหัวใจและปอดช่วยให้การเต้นของหัวใจแข็งแรง เช่นเดียวกับอาหารถือเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ชีวิตยืนยาวได้ถ้ากินอาหาร ที่ถูกต้อง และ 4.ศิลปะของการใช้ชีวิต คือควรสร้างเสริมภูมิต้านทานให้ตนเองทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารที่ถูกต้อง หมั่นตรวจสุขภาพออกกำลังกายและทำจิตใจให้เบิกบานอยู่เสมอ

ด้าน นพ.กัมปนาท ตันสิถบุตรกุล จิตแพทย์อิสสระ โรงพยาบาลสมิติเวชศรีนครินทร์ บรรยายในหัวข้อ “วางแผนชีวิตเพื่อให้มีสุขภาพจิตที่ดี”  โดยระบุว่า ปัญหาสุขภาพจิตสาเหตุเกิดจากแนวความคิดผิดปกติทางด้านจิตใจ ส่วนปัญหาทางอารมณ์แปรปรวน เกิดจากความวิตกกังวลในสิ่งที่เกิดยังไม่เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังอาจเป็นโรคติดสารเสพติดซึ่งสาเหตุเกิดจากการใช้ยาบางตัวเกินขนาดหรือในบุคคลที่ใช้สารเสพติด ขณะที่ปัญหาด้านบุคลิกภาพสาเหตุเกิดจากพฤติกรรมชอบตำหนิผู้อื่น ดังนั้นเราควรรู้จักตนเองทางด้านกายภาพ และการดูแลสุขภาพจิตและเสริมสร้างความภาคภูมิใจให้กับตนเอง คือ “จิตเป็นกาย นายเป็นบ่าว”

นพ.กัมปนาท กล่าวถึงการผ่อนคลายความเครียดในการทำงานว่า ทำได้ด้วยการออกกำลังกาย จะส่งผลให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมน Endorphin  เป็นโมนชนิดนี้จะส่งผลดีต่อร่างกาย นอกจากนั้นควรฝึกสร้างพฤติกรรมทางด้านอารมณ์  คือ รู้จักควบคุมอารมณ์สังเกตอารมณ์ของตนที่จะเกิดขึ้นหลังแสดงออกว่ามีผล เสียหรือผลดีตามมาอย่างไร คิดอย่างใช้เหตุผลและควรมองโลกในแง่ดีก่อนเสมอ เพราะจะทำให้ลดการวิตกกังวลลงได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท