posttoday
พรรคใดจะมีนโยบาย เศรษฐกิจสีเขียว

พรรคใดจะมีนโยบาย เศรษฐกิจสีเขียว

03 มิถุนายน 2554

นิโคลัส สเติร์น นักเศรษฐศาสตร์ชาวอังกฤษ

นิโคลัส สเติร์น นักเศรษฐศาสตร์ชาวอังกฤษ

โดย..ปานปรีย์ พหิทธานุกร

เคยเผยแพร่ผลการศึกษาไว้ในปี 2549 ว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศจะส่งผลทำให้ GDP ของประเทศลดลงได้ถึงร้อยละ 20 หากไม่มีมาตรการใดๆ ออกมารองรับ จึงทำให้ประเทศที่พัฒนาแล้ว ได้เริ่มตอบสนองก่อนด้วยการนำแนวคิดสีเขียวมาใช้ในกระบวนการต่างๆ ในด้านการผลิต เช่น Green Design, Green Purchasing, Green Logistics, Green Marketing

จากผลสำรวจในปี 2553 พบว่า 56% ของบริษัทชั้นนำของโลกได้ให้ความสำคัญกับการผลิตที่ไม่กระทบสิ่งแวดล้อมมากขึ้น หากเลือกได้ บริษัทเหล่านี้จะปฏิเสธการซื้อของจากผู้ขายที่ไม่มีระบบบริการจัดการด้านคาร์บอนที่ได้มาตรฐาน

พรรคใดจะมีนโยบาย เศรษฐกิจสีเขียว

 

อีกทั้งในโลกธุรกิจปัจจุบันนี้ หลักการธุรกิจได้เริ่มพูดถึงเรื่อง The New Triple Bottom Line ที่มีปัจจัยสำคัญคือเรื่อง “3P” ได้แก่ Profit (กำไร) People (ผู้คน) และ Planet (โลก) กันอย่างแพร่หลาย

ผมเห็นว่าในโอกาสที่ประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งใหญ่ทั่วไปในเร็วๆ นี้ จึงอยากเห็นพรรคการเมืองให้ความสำคัญกับนโยบายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาโลกร้อนอย่างจริงจังขึ้น ไม่ว่าจะเป็นนโยบายส่งเสริมการประหยัดอนุรักษ์พลังงาน การส่งเสริมธุรกิจสีเขียว การผลิตสินค้าเกษตรที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม การผลิตสินค้าที่ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เพราะการผลิตสินค้าของโลกวันนี้ได้เข้าสู่แนวคิด “สีเขียว” กันแล้วส่วนใหญ่

ตัวอย่างที่มีให้เห็นกันแล้ว เช่น บริษัท ซัมซุงของเกาหลี ก็พยายามออกแบบโทรทัศน์ที่ใช้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์น้อยลงครึ่งหนึ่ง เพื่อลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อชิ้นส่วนมีน้อยลงจึงสามารถพัฒนาไปสู่เทคโนโลยีการผลิตโทรทัศน์จอแบนได้ จนกลายเป็นสินค้าขายดีไปทั่วโลก

หรือแม้แต่บริษัทของไทยเอง อย่างเครือปูนซิเมนต์ไทย (SCG) ก็เริ่มปรับกระบวนการผลิตให้เป็นสีเขียวมากขึ้น เช่น ระบบโลจิสติกส์ของ SCG ที่ต้องขนส่งสินค้าจำนวนมากถึง 27 ล้านตันต่อปี เมื่อปรับระบบมาใช้แนวทางการขนส่งแบบสีเขียว ที่เน้นการใช้พาหนะที่กินน้ำมันน้อย ลดการขนส่งเที่ยวเปล่า ทำให้สามารถลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึงปีละ 3,240 ตัน เทียบได้กับการปลูกต้นไม้ถึง 1.08 แสนต้น และลดอัตราการสิ้นเปลืองลงได้ถึง 3%

นอกจากนี้ การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากความร้อนให้กับโรงงานการผลิตในเครือ SCG ก็สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึงปีละ 3 แสนตัน เทียบได้กับการปลูกต้นไม้ถึง 10 ล้านต้น ซึ่งทำให้ SCG ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไปถึง 1,600 ล้านบาทต่อปี

เราลองมาตั้งโจทย์ดูกันเล่นๆ ว่า หากอุตสาหกรรมยานยนต์ในโลกนี้ เริ่มหันมาผลิตรุ่นอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Model) กันมากขึ้น ไม่ว่าจะออกมาในรูป Eco Car หรือ Hybrid Car หรือ Electric Car พรรคการเมืองในประเทศเรา จะคิดนโยบายกันอย่างไร เพื่อปรับให้อุตสาหกรรมรถยนต์ของไทยเริ่มเข้าสู่ “สีเขียว” ตามแนวโน้มของตลาดโลก และจะมีนโยบายอย่างไรต่ออุตสาหกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตรถยนต์ รวมทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม SME ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำของห่วงโซ่การผลิต (Supply Chain) ที่จะต้องส่งเสริมให้ปรับทิศทางมาทางนี้ด้วย

ดังนั้น บทบาทของรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศหลังการเลือกตั้ง จึงมีหน้าที่สำคัญต้องออกมาตรการเพื่อช่วยสนับสนุนและส่งเสริมธุรกิจสีเขียว

ต้องมาคิดทบทวนกันให้ดีถึงนโยบายภาษี มาตรการอุดหนุนภาครัฐ นโยบายต่อพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก และอีกหลายๆ เรื่อง

ผมกำลังรอดูว่า วันนี้พรรคการเมืองต่างๆ ที่กำลังเสนอตัวให้ประชาชนเลือกไปเป็นรัฐบาล จะมีพรรคใดที่นำเสนอนโยบาย “สีเขียว” เป็นหนึ่งในนโยบายหลักบ้าง

ผมอยากให้มอง “มาบตาพุด” เป็นกรณีตัวอย่าง เพราะเป็นปัญหาใหญ่ มีผลกระทบอย่างกว้างขวางต่ออุตสาหกรรมการผลิตของไทยและต่อภาวะลงทุนในประเทศ น่าจะมีส่วนปลุกให้ฝ่ายนโยบายตื่นจากปัญหาสิ่งแวดล้อม ที่ยังแก้ไขไม่ได้ จนทำให้เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่

วันนี้ประเทศไทยควรมีนโยบายและมาตรการที่ชัดเจนในเรื่อง “เศรษฐกิจสีเขียว” กันได้แล้ว เพื่อเป็นตัวนำทางไปสู่ “สังคมสีเขียว” เพราะเมื่อเทียบในกลุ่มอาเซียนแล้ว ประเทศไทยถือว่ามีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ มีอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับแนวหน้าของอาเซียน ฉะนั้นการรักษาความสามารถในการแข่งขันในโลกยุคใหม่ จึงหนีไม่พ้นที่จะต้องคำนึงในเรื่องนี้

ผมว่ารัฐบาลใหม่ของเรา จะต้องมีหน้าที่หลักในการช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจสีเขียวเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างรากฐานใหม่ให้เศรษฐกิจของประเทศพัฒนาไปอย่างยั่งยืน

กว่าจะถึงวันเลือกตั้ง ผมยังรอลุ้นว่า จะมีพรรคใดเปิดนโยบาย “เศรษฐกิจสีเขียว” ให้พอมีความหวังบ้าง! 
 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท