
หยุดกับดักเงินเฟ้อ
คนไทยขณะนี้เหมือนตกอยู่ในสภาพเคราะห์ซ้ำกรรมซัด
คนไทยขณะนี้เหมือนตกอยู่ในสภาพเคราะห์ซ้ำกรรมซัด
ไม่เพียงภาวะค่าครองชีพแพงระยับ จนกลายเป็นปัญหาเงินเฟ้อเท่านั้น แต่ยังต้องเผชิญกับอัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้นมาแล้วถึง 4 ครั้งในรอบ 5 เดือน และยังมีแนวโน้มจะขึ้นต่อเนื่องจนถึงปลายปี 2554
โดยกระทรวงพาณิชย์ประกาศตัวเลขเงินเฟ้อเดือน พ.ค. 2554 พุ่งสูงถึง 4.19% เป็นผลจากสินค้าในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มเป็นหลัก ขณะที่สินค้าในหมวดวัสดุก่อสร้าง เสื้อผ้า และบริการต่างๆ ก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน ถือเป็นตัวสะท้อนว่าปากท้องของประชาชนได้รับผลกระทบจริงๆ
ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย อีก 0.25% จาก 2.75% เป็น 3% โดยอ้างเรื่องเงินเฟ้อสูง ซึ่งเป็นดอกเบี้ยนโยบายนี้ ถือเป็นตัวอ้างอิงสำหรับสถาบันการเงินในการขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้
การทำหน้าที่ของ ธปท.ถือว่าถูกต้องในเชิงทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ เพราะการที่เงินเฟ้อสูงเกินไปทำให้มูลค่าเงินในมือประชาชนลดลง การจับจ่ายใช้สอยก็ฝืดเคือง ดังนั้น ธปท.จึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อหยุดการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้า ด้วยการลดความร้อนแรงของเศรษฐกิจ ลดปริมาณเงินในระบบ
ในความเป็นจริงแล้ว สาเหตุที่เงินเฟ้อมาจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ กดดันต้นทุนราคาสินค้าให้สูงขึ้น มิใช่ปัญหาจากความต้องการบริโภคหรือดีมานด์ของประชาชนเพียงอย่างเดียว
นอกจากนั้น การใช้เงินของภาครัฐผ่านนโยบายการเงินและประชานิยมในช่วงนี้ ไม่ว่าจะเป็นโครงการบ้านหลังแรก การรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิต และการลงทุนโครงการสาธารณูปโภคต่างๆ ก็ยังเป็นตัวเร่งให้เกิดเงินเฟ้อเช่นกัน
ดังนั้น การขึ้นดอกเบี้ยเพื่อแก้ปัญหาเพียงอย่างเดียว จึงเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด เพราะดอกเบี้ยส่งผลกระทบต่อผู้ที่มีหนี้สินทั่วทุกหัวระแหง ไม่ว่ายากดีมีจน ล้วนเป็นหนี้อย่างใดอย่างหนึ่ง ไล่ตั้งแต่บ้านพักอาศัย คอนโดมิเนียม มอเตอร์ไซค์ รถยนต์ การประกอบอาชีพเกษตรกรรม และผู้บริโภคทั่วไป
ยิ่งในภาวะที่ของแพงเช่นนี้ การขึ้นดอกเบี้ยเท่ากับเป็นการซ้ำเติมคนมีรายได้น้อยหรือคนที่มีหนี้สิน ต้องแบกรับภาระที่หนักเกินตัว สุดท้ายอาจเกิดปัญหาคือเป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ทั่วทุกหัวระแหง และภาวะรากหญ้าล้มละลาย
ถึงเวลาแล้วที่ทุกหน่วยงานด้านเศรษฐกิจจะต้องช่วยกันหาทางออกจากภาวะกับดักเงินเฟ้อที่เกิดขึ้น ในช่วงที่รัฐบาลเกิดสุญญากาศในการบริหาร เนื่องจากยุบสภาเข้าสู่การเลือกตั้ง ไม่ควรปล่อยให้ ธปท.ใช้มาตรการดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว เพราะสุดท้ายก็เป็นแค่สูตรสำเร็จในการแก้ปัญหา ที่ไม่ประสบความสำเร็จ







