posttoday
วอนพรรคการเมืองอย่ามองข้ามผู้สูงอายุ

วอนพรรคการเมืองอย่ามองข้ามผู้สูงอายุ

02 มิถุนายน 2554

เครือข่ายผู้สูงอายุวอนพรรคการเมืองอย่ามองข้าม ชี้เป็น 1 ใน 5 ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

เครือข่ายผู้สูงอายุวอนพรรคการเมืองอย่ามองข้าม ชี้เป็น 1 ใน 5 ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

นพ.บรรลุ ศิริพานิช ประธานมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) เปิดเผยว่านโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองในขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับกลุ่มผู้สูงอายุ ดังนั้นเสนอให้เพิ่มนโยบายจัดตั้งกองทุนเพื่อสวัสดิการ โดยจัดทำฉลากกินแบ่งรัฐบาลชุดพิเศษเพื่อหารายได้เข้ากองทุนเป็นการเฉพาะ ให้ได้ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท/ปี มีการบริหารในรูปแบบคณะกรรมการและให้เอกชนเป็นผู้บริหาร เงินกองทุนดังกล่าวจะจัดสวัสดิการสังคมแก่ผู้สูงอายุ เด็ก สตรีและผู้พิการ โดยจะเสนอแนวคิดนี้ต่อรัฐบาลชุดหน้า

“นโยบายด้านผู้สูงอายุควรครอบคลุมประเด็นการพัฒนาผู้สูงอายุในด้านอาชีพ การสร้างสิ่งแวดล้อมที่เป็นประโยชน์ต่อดำเนินชีวิตของผู้สูงอายุ การสร้างระบบดูแลผู้สูงอายุระยะยาว และต้องมีนโยบายด้านการประกันรายได้ให้กับผู้สูงอายุ เนื่องจากวัยผู้สูงอายุเป็นวัยที่มีข้อจำกัดในการหารายได้ จึงควรมีการสนับสนุนและส่งเสริมในเรื่องนี้”นพ.บรรลุ กล่าว

นพ.สุทธิชัย จิตะพันธ์กุล กรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ กล่าวว่า แม้ว่าจะมีพรรคการเมืองบางพรรคได้นำเสนอนโยบายหาเสียงด้านผู้สูงอายุ แต่คิดว่ายังไม่ชันเจน เมื่อเปรียบเทียบกับนโยบายอื่นๆ เช่น นโยบายบายแรงงานที่การเพิ่มค่าแรง เป็นต้น ทั้งนี้อาจเป็นเพราะพรรคการเมืองเหล่านี้ยังไม่เห็นความสำคัญของผู้สูงอายุ ทั้งๆที่เป็นกลุ่มคนถึง 15% ของผู้มีสิทธิ์เหลือตั้ง หรือเกือบ 1 ใน 5 ของจำนวนผู้มีเสียงลงคะแนนทั้งหมด พรรคการเมืองจึงไม่ควรมองข้ามกลุ่มผู้สูงอายุเหล่านี้

นพ.สุทธิชัย กล่าวต่อว่า การนำเสนอนโยบายผู้สูงอายุของพรรคการเมือง ควรมีความชัดเจน และเป็นรูปธรรมใน 4 ประเด็น คือ1.ส่งเสริมและสนับสนุนให้ครอบครัวสามารถดูแลผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ 2.ส่งเสริมและพัฒนาหลักประกันรายได้สำหรับผู้สูงอายุ โดยเปลี่ยนจากเบี้ยยังชีพเป็นบำนาญที่ผู้สูงอายุทุกคนต้องได้เท่าเทียม 3.ส่งเสริมช่องทางและโอกาสในการเรียนรู้เพื่อเตรียมตัวเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ และ 4.ให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามาเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการดำเนินการดูแลผู้สูงอายุ

“รัฐบาลควรเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7% เป็น 10% โดยนำ 3% ที่จัดเก็บเพิ่มนั้นมาเป็นงบประมาณในการดูแลสวัสดิการสังคม โดย 1% จะนำมาใช้สำหรับการดูแลผู้สูงอายุโดยเฉพาะ และ 2% ที่เหลือนั้น นำมาเป็นงบประมาณรักษาพยาบาลในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า”นพ.สุทธิชัย กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท