
‘ชูวิทย์’ ยำสปส.ฉกเงิน ปชช.นายจ้างบุกผู้ตรวจฯรอบสอง
ชูวิทย์ อัด สปส. ขโมยเงินผู้ประกันตน จ่ายแต่ยาพาราฯ เม็ดละ 22 สตางค์
ชูวิทย์ อัด สปส. ขโมยเงินผู้ประกันตน จ่ายแต่ยาพาราฯ เม็ดละ 22 สตางค์
นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย เปิดเผยว่า รัฐบาลและสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กำลังขโมยเงินจากกระเป๋ามนุษย์เงินเดือน ด้วยการเก็บสมทบค่ารักษาพยาบาล โดยเฉพาะผู้ที่มีเงินเดือนสูงกว่า 1.5 หมื่นบาท ซึ่งต้องจ่ายสมทบเดือนละ 750 บาท แต่กลับไม่ได้ใช้บริการแต่อย่างใด
นายชูวิทย์ กล่าวว่า มีประชาชนมาร้องเรียนว่าจ่ายเงินสมทบจำนวน 750 บาท ตลอด 7 ปี รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 6.2 หมื่นบาท แต่เคยใช้บริการเพียง 12 ครั้ง และได้รับยาพาราเซตามอนราคาเม็ดละ 22 สตางค์มาเท่านั้น คำถามคือ ทำไมผู้ประกันตนซึ่งต้องจ่ายเงินกลับได้รับบริการที่ด้อยกว่าระบบสวัสดิการข้าราชการ และหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ที่รักษาฟรี
นายชูวิทย์ กล่าวว่า พรรครักประเทศไทยมีข้อเสนอ คือ 1.ถ้าผู้ประกันตนไม่ได้ใช้บริการ รัฐบาลหรือ สปส.ควรจะปรับลดเพดานการจ่ายสมทบลงเป็นลำดับ จนเหลือเพียง 300 บาทต่อเดือนเท่านั้น 2.สปส.ไม่ควรทำกำไรจากการขโมยเงินของมนุษย์เงินเดือนไปลงทุน แต่ควรนำเงินเหล่านั้นจ่ายคืนให้ผู้ประกันตนเป็นงวดๆ เช่น รายปี เพื่อให้ผู้ประกันตนสามารถนำเงินเหล่านี้ไปซื้อประกันเอกชนที่ให้บริการมีคุณภาพสูงกว่าได้
ด้านนายประสิทธิ์ จงอัศญากุล ประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ค้าและบริการเครื่องอุปโภคบริโภค กล่าวว่า เตรียมเข้าพบนายปราโมทย์ โชติมงคล ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อถามหาความชัดเจนว่าจะส่งเรื่องร้องเรียนกรณีผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมได้รับความเหลื่อมล้ำ เข้าสู่การตีความของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่
“สภาองค์การนายจ้างจะจัดสัมมนาใหญ่ในวันที่ 23 มิ.ย. โดยเชิญตัวแทนผู้ประกอบการมาระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับความไม่เป็นในระบบประกันสังคม หลังจากนั้นจะขอเข้าพบประธานผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อรับทราบความชัดเจน หากผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ส่งให้ศาลพิจารณา ก็ขอให้ส่งหนังสือตอบอย่างเป็นทางการ ผมจะได้ใช้สิทธิยื่นเรื่องด้วยตัวเอง” นายประสิทธิ์ กล่าว
นายประสิทธิ์ กล่าวว่า แม้ที่ผ่านมา สปส.จะพยายามปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ทางการแพทย์ แต่เป็นคนละประเด็นกับที่ยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน จึงไม่สามารถนำมารวมเป็นเรื่องเดียวกันได้
ทั้งนี้ สภาองค์การนายจ้างได้เข้ายื่นหนังสือต่อเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เมื่อวันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุว่า ผู้ประกันตนไม่ได้รับความเท่าเทียมกับผู้ใช้สิทธิบัตรทองประเด็นการจ่ายเงิน ขณะที่กฎหมายประกันสังคมอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 30 ที่กำหนดว่า การเลือกปฏิบัติในเรื่องสุขภาพจะกระทำมิได้
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันผู้ตรวจการแผ่นดินยังไม่มีข้อสรุป โดยอยู่ระหว่างรอหนังสือชี้แจงจากกระทรวงแรงงาน ว่าได้ดำเนินการแก้ไขความไม่เป็นธรรมไปอย่างไรบ้าง จึงจะพิจารณาว่าจะส่งเรื่องให้ศาลพิจารณาหรือไม่







